8 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน เตรียมเสริมแกร่งเงินทุน หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

8 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน เตรียมเสริมแกร่งเงินทุน หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สรุปประเด็น

  • ระดมทุนใหญ่ 2.6 แสนล้านหยวน: ธนาคาร ABC และ ICBC เตรียมขายหุ้น A-share ให้คลังจีนและบริษัทยาสูบแห่งชาติ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Core Tier 1)

  • อัดฉีดเงินทุนสถาบันการเงิน-ประกันรัฐ: คลังจีนฉีดเงินทุนเข้า CEXIM 3 หมื่นล้านหยวน และ Sinosure 1 หมื่นล้านหยวน พร้อมเตรียมเพิ่มทุน 4 บริษัทประกันภัยใหญ่

  • ต่อยอดมาตรการเสริมสภาพคล่อง: สานต่อการออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษ 3 แสนล้านหยวนในเดือนสิงหาคม และ 5 แสนล้านหยวนเมื่อปีก่อน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน

  • หนุนเศรษฐกิจจริงตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15: เสริมแกร่งฐานเงินทุนเพื่อรองรับความเสี่ยง ขยายสินเชื่อ และสนับสนุนเทคโนโลยีกับอุปสงค์ในประเทศช่วงปี 2026–2030

ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) — สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน 8 แห่ง รวมถึงธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) เปิดเผยแผนอัดฉีดเงินทุนเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) หรือ CET1 ซึ่งจะช่วยระดมทุนรวมกันสูงสุดถึง 3.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกที่มองการณ์ไกล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง และยกระดับศักยภาพในการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง

ธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีน (ABC) และธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) วางแผนระดมทุนรวมกันสูงสุด 2.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.28 ล้านล้านบาท) ผ่านการเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ (A-share) แบบเฉพาะเจาะจง โดยธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ ให้แก่กระทรวงการคลังจีน (MOF) บริษัทยาสูบแห่งชาติจีน (China National Tobacco Corporation) และบริษัทในเครือ คิดเป็นมูลค่าระดมทุนสูงสุด 1.6 แสนล้านหยวน (ราว 7.86 แสนล้านบาท) ซึ่งเงินทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนต่างหากสูงสุด 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) แก่กลุ่มผู้ลงทุนเดียวกัน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของทั้งหมดหลังจากได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ถือเป็นเงินกองทุนคุณภาพสูงที่สุดของธนาคาร นำมาใช้รองรับผลขาดทุนและเป็นหลักประกันความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้ การมีเงินกองทุนดังกล่าวในระดับสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายสินเชื่อ พร้อมทั้งรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน (CEXIM) เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจีนจะอัดฉีดเงินทุนจำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.48 แสนล้านบาท) เข้าสู่ธนาคาร ขณะที่บริษัทประกันส่งออกและเครดิตแห่งประเทศจีน (Sinosure) จะได้รับเงินทุนอัดฉีดจำนวน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนยังเตรียมเพิ่มทุนใหม่ให้แก่บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของจีนอีก 4 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเงินทุน ความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยง

การเพิ่มทุนดังกล่าว มีขึ้นหลังจีนดำเนินการเสริมสร้างฐานเงินทุนของสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังประกาศในเดือนสิงหาคมว่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

อวี๋เสียง จากบริษัทหลักทรัพย์ซิติก ซีเคียวริตีส์ (CITIC Securities) ระบุว่า อุปสงค์การระดมทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และอุปสงค์ภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคง พร้อมเสริมว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเสริมแกร่งฐานเงินทุนเพื่อตอบสนองภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่มั่นคงตลอดช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจีนดำเนินการในลักษณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 5 แสนล้านหยวน (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐรายใหญ่ ทั้งนี้ ขอบเขตของมาตรการในปีนี้ได้ขยายครอบคลุมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐและบริษัทประกันภัยของรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน และเปิดทางให้แหล่งเงินทุนที่มีความหลากหลายร่วมกันส่งเสริมภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเผยยอดเดินทางช่วงวันแรงงาน 2026 ทะลุ 1.52 พันล้านครั้ง ทำสถิติสูงสุดใหม่

จีนเผยยอดเดินทางช่วงวันแรงงาน 2026 ทะลุ 1.52 พันล้านครั้ง ทำสถิติสูงสุดใหม่

จีนเผยยอดเดินทางระหว่างภูมิภาคช่วงหยุดยาววันแรงงาน 5 วัน แตะ 1.52 พันล้านครั้ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง

2 นาที
สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

6 นาที
สีจิ้นผิง-ทรัมป์หารือปักกิ่ง กระชับสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ทรัมป์ส่งสัญญาณเชิญเยือนวอชิงตัน

สีจิ้นผิง-ทรัมป์หารือปักกิ่ง กระชับสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ทรัมป์ส่งสัญญาณเชิญเยือนวอชิงตัน

สีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ จัดประชุมแบบจำกัดวงที่กรุงปักกิ่ง พร้อมย้ำเป้าหมายสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และประเด็นระหว่างประเทศ ขณะที่ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมต้อนรับสีจิ้นผิงเยือนกรุงวอชิงตันอย่างอบอุ่น

3 นาที
งาน BU China–Thailand InterBiz 2026: ถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนจีน

งาน BU China–Thailand InterBiz 2026: ถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนจีน

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดงาน “BU China–Thailand InterBiz 2026” เพื่อถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนของจีนในไทยและอาเซียน พร้อมวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรสำหรับอนาคต

7 นาที
กระทรวงพาณิชย์จีนเผย ภาพรวมเงินทุนต่างชาติไหลเข้ายังมากกว่าไหลออก สะท้อนเศรษฐกิจมั่นคง

กระทรวงพาณิชย์จีนเผย ภาพรวมเงินทุนต่างชาติไหลเข้ายังมากกว่าไหลออก สะท้อนเศรษฐกิจมั่นคง

จีนเผยภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงแข็งแกร่ง แม้ช่วง 5 เดือนแรกปี 2026 เงินทุนต่างชาติลดลง 8.6% แต่การชะลอตัวดีขึ้น โครงสร้างการลงทุนมีคุณภาพมากขึ้น และจีนยังเป็นจุดหมายการลงทุนอันดับต้นของโลกและประเทศกำลังพัฒนา

3 นาที
โต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน : 'พลังการบริโภค' ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หนุนเศรษฐกิจจีนเติบโต

โต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน : 'พลังการบริโภค' ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หนุนเศรษฐกิจจีนเติบโต

รายการโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน เผยการบริโภคภาคบริการและสินค้าตามประสบการณ์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยอดค้าปลีกภาคบริการขยายตัวร้อยละ 5.3 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดขนาดใหญ่ของจีนที่พร้อมเปิดรับการบริโภคยุคใหม่ในหลากหลายมิติ

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง