
สีจิ้นผิง-โมดีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
เห็นพ้องเป็นหุ้นส่วนมากกว่าศัตรู: สีจิ้นผิงและโมดีหารือนอกรอบการประชุม BRICS บรรลุฉันทามติมองอีกฝ่ายเป็นโอกาสการพัฒนาไม่ใช่ภัยคุกคาม
-
ส่งเสริมเศรษฐกิจและแก้ปัญหาชายแดน: มุ่งขยายการค้า เที่ยวบินตรง การแลกเปลี่ยนประชาชน พร้อมใช้ภูมิปัญญาทางการเมืองสร้างความก้าวหน้าประเด็นชายแดน
-
หนุนความร่วมมือพหุภาคีและ BRICS: ร่วมมือในกลไก UN, SCO และ G20 โดยอินเดียพร้อมสนับสนุนจีนอย่างเต็มกำลังในการเป็นประธาน BRICS ปี 2027
-
เป็นพลังสร้างเสถียรภาพโลก: สองประเทศมุ่งประสานงานในกลุ่มประเทศโลกใต้ เพื่อส่งเสริมระเบียบโลกหลายขั้วและสร้างสันติภาพในสถานการณ์โลกที่วุ่นวาย
เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งพบปะหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกอย่างตรงไปตรงมาและบรรลุฉันทามติสำคัญว่าจีนและอินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน
สีจิ้นผิง กล่าวว่าจีนพัฒนาความสัมพันธ์กับอินเดียจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และการพบปะกับโมดีสองครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้ชี้นำความสัมพันธ์ทวิภาคีจากจุดเริ่มต้นใหม่สู่การพัฒนาอันดียิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนเชิงองค์กรระหว่างสองประเทศค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ความร่วมมือด้านต่างๆ เติบโตต่อเนื่อง และการค้าทวิภาคีพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
จีนและอินเดียแม้มีสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน แต่สามารถอาศัยจุดแข็งของกันและกัน สนับสนุนกันและกัน ช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จ และแสวงหาการพัฒนาร่วมกันได้ โดยจีนและอินเดียที่เป็นสองประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดและสมาชิกสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ควรแสดงความรับผิดชอบที่สำคัญท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ปั่นป่วน
ทั้งสองฝ่ายควรคำนึงถึงอนาคตของมนุษยชาติและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของความร่วมมือบริกส์ (BRICS) ที่ขยายใหญ่ขึ้น และมีส่วนส่งเสริมพลังงานเชิงบวกสู่สันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของโลกมากขึ้น
สีจิ้นผิงเน้นย้ำมุมมองเชิงยุทธศาสตร์อันเป็นกลางและสมเหตุสมผลในการปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-อินเดีย โดยจีนและอินเดียเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกัน ไม่ใช่ศัตรูกัน ทั้งสองประเทศมอบโอกาสการพัฒนาแก่กันมากกว่าสร้างภัยคุกคามต่อกัน สิ่งนี้เป็นดุลยพินิจเชิงยุทธศาสตร์ตามระยะการพัฒนาของสองประเทศและสถานการณ์ระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน
จีนและอินเดียควรช่วยเหลืออีกฝ่ายประสบความสำเร็จผ่านความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเป็นตัวหารร่วมกันที่สำคัญที่สุด เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนฉันมิตรและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์แก่กัน ขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เที่ยวบินตรง และอื่นๆ เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีจากภาคประชาชน
นอกจากนั้นจีนและอินเดียควรรักษาสมดุลและแก้ไขข้อกังวลทางเศรษฐกิจและการค้าของอีกฝ่าย ส่งเสริมการพัฒนาอันมีเสถียรภาพดีของสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี ใช้ภูมิปัญญาทางการเมืองของการเคารพและเข้าใจกันและกันในการก้าวผ่านอุปสรรค และสร้างความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ทวิภาคีและประเด็นชายแดนด้วยการสนับสนุนกันและกัน
ทั้งนี้ จีนและอินเดียควรส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีเพื่อประโยชน์ของโลก ควรสนับสนุนอีกฝ่ายในฐานะประธานหมุนเวียนของกลุ่มประเทศบริกส์ เสริมสร้างการประสานงานภายในกลไกพหุภาคีอย่างสหประชาชาติ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และกลุ่ม G20 ยืนเคียงข้างกันในการรับมือความท้าทายระดับโลก และสนับสนุนความยุติธรรมและเป็นธรรมอย่างชัดแจ้ง
ด้านโมดีกล่าวว่าอินเดียพร้อมรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับจีนบนพื้นฐานของความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน เสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมืออันเป็นประโยชน์แก่กัน และยกระดับการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ระดับสูงยิ่งขึ้น
อินเดียมองความสัมพันธ์อินเดีย-จีนจากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงในระยะยาวเสมอมา และยินดีจะเป็นหุ้นส่วนมากกว่าศัตรูคู่แข่งกับจีน และยกให้การพัฒนาของอีกฝ่ายเป็นโอกาสมากกว่าความท้าทาย โดยอินเดียและจีนควรทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพและความสุขสงบในพื้นที่ชายแดน
อินเดียขอบคุณจีนสำหรับการสนับสนุนอินเดียในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ และอินเดียจะสนับสนุนจีนอย่างเต็มกำลังในการเป็นประธานบริกส์ในปี 2027 โดยอินเดียพร้อมประสานงานและร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในกลุ่มประเทศโลกใต้ ส่งเสริมโลกหลายขั้วยิ่งขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และเป็นพลังเพื่อเสถียรภาพและความก้าวหน้าในโลกที่วุ่นวาย
ข้อมูลอ้างอิง:
(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบปะกันนอกรอลการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศบริกส์ ครั้งที่ 18 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย วันที่ 12 ก.ย. 2026)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิง : 'จีน-อียิปต์' ต้นแบบมิตรภาพ-ความสามัคคีระหว่างประเทศกำลังพัฒนา
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ อับดุล ฟัตตาห์ อัลซีซี โดยระบุว่าทั้งสองประเทศเป็นอารยธรรมโบราณที่มีมิตรภาพยาวนาน และเป็นต้นแบบความร่วมมือของประเทศกำลังพัฒนา โดยผู้นำทั้งสองจะร่วมวางพิมพ์เขียวพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญจีนชี้คำพูดทรัมป์สกัดกระแส “เอกราชไต้หวัน” ย้ำสหรัฐฯ ไม่หนุนการแบ่งแยกดินแดน
ผู้เชี่ยวชาญจีนมองว่าถ้อยแถลงล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับไต้หวันส่งสัญญาณชัดว่าสหรัฐฯ ไม่สนับสนุน “เอกราชไต้หวัน” พร้อมชี้ว่าท่าทีดังกล่าวอาจลดแรงผลักดันแนวคิดแบ่งแยกดินแดน และช่วยเสริมเสถียรภาพความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และสันติภาพข้ามช่องแคบ

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก
บทวิเคราะห์สัญญาณทางการทูตจากการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนแนวคิด “แข่งขันแต่ไม่ทำลายกัน” ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนจากสนามรบสู่สนามการค้า พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าไทยควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในโลกยุคใหม่

สีจิ้นผิง-ทรัมป์ เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ” มุ่งสู่เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระยะยาว
หวังอี้เผยรายละเอียดวิสัยทัศน์ใหม่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ หลังการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งสร้าง “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์” ผ่านความร่วมมือ การแข่งขันอย่างเหมาะสม การจัดการความแตกต่าง และการรักษาสันติภาพระยะยาว

สีจิ้นผิง-เผิงลี่หยวนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พร้อมภริยา เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ร่วมกับประธานาธิบดีอียิปต์ เข้าชมโบราณวัตถุล้ำค่าในนิทรรศการฟาโรห์ตุตันคาเมน พร้อมเน้นย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองอารยธรรมเก่าแก่ และเรียกร้องให้ร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมผ่านแผนริเริ่มอารยธรรมระดับโลก

พรรคคอมมิวนิสต์จีนครบรอบ 105 ปี ยอดสมาชิกพุ่งทะลุ 101 ล้านคน
จีนฉลองครบรอบ 105 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน ยอดสมาชิกล่าสุดพุ่งแตะ 101.29 ล้านคน จัดคอนเสิร์ต "ประชาชนต้องมาก่อน" ที่ปักกิ่ง ผู้นำระดับสูงนำโดยสีจิ้นผิงร่วมงานคับคั่ง
