เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในรอบหลายปี หลังธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณเตือนผ่านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน โดยนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ได้เผยให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน

 

ภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กนง.มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่งผลให้ GDP ปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 2.3 แต่แนวโน้มในระยะถัดไปกลับมีสัญญาณชะลอลงอย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้น

ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน การส่งออกสินค้าและการผลิตในช่วงครึ่งแรกของปีที่ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ก่อนที่นโยบายภาษีนำเข้าจะมีผลบังคับใช้

สถานการณ์ 'What-if' ที่น่าวิตก

สิ่งที่น่าวิตกเป็นพิเศษคือการวิเคราะห์สถานการณ์ "What-if scenario" ที่ธปท.นำเสนอ หาก GDP ในครึ่งหลังปีขยายตัวที่ร้อยละ 0 จะทำให้การเติบโตของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.2 แต่หากเกิดการหดตัวร้อยละ 0.3 การเติบโตจะลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.0 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตต่างๆ ในอดีต

ในอดีต GDP ของไทยเคยติดลบติดต่อกันอย่างน้อย 2 ไตรมาสถึง 4 ครั้ง ได้แก่ วิกฤตการเงินเอเชีย (AFC) วิกฤตการเงินโลก (GFC) ความไม่สงบทางการเมืองปี 2556 และการระบาดของโควิด-19 สถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะที่อาจนำไปสู่ผลกระทบในลักษณะเดียวกัน

ภาคส่งออกเผชิญความกดดัน

การส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้สมมติฐานที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) ร้อยละ 18 จีนร้อยละ 30 และประเทศอื่นร้อยละ 10 แม้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรยังขยายตัวได้บ้างจากอุปสงค์โลก แต่แนวโน้มโดยรวมชี้ไปในทิศทางที่น่ากังวล

ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตบางสาขากำลังถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่มีราคาถูกกว่าในหมวดสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ปิโตรเคมี และเหล็กและโลหะประดิษฐ์ ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคานำเข้าจากจีนในหลายหมวดสินค้าต่ำกว่าประเทศอื่น

ธุรกิจบริการในภาวะขยายตัวเกินจริง

ภาคบริการโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารกำลังเผชิญกับปัญหา "Oversupply" อย่างชัดเจน จำนวนร้านอาหารเพิ่มขึ้น 106% เทียบกับช่วงก่อนโควิด ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 12% สร้างการแข่งขันที่รุนแรงและกดดันต่อผลกำไรของผู้ประกอบการ

ธุรกิจรายเล็กถูกกระทบจากการแข่งขันของรายใหญ่และ Online platform ข้อมูลยอดขายธุรกิจค้าปลีกไม่รวมทองคำแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจรายใหญ่ขยายตัวร้อยละ 9.6 ในปี 2567 ขณะที่ SMEs หดตัวร้อยละ 7.1

วิกฤตสินเชื่อและระบบการเงิน

สินเชื่อโดยรวมยังหดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงในบางกลุ่มและความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น คุณภาพสินเชื่อปรับตัวแย่ลงโดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยสัดส่วนสินเชื่อ stage 3 (NPL) ของสินเชื่อธุรกิจ SMEs พุ่งสูงถึงร้อยละ 8.8 ในเดือนเมษายน 2568

สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ประกอบกับการที่ SMEs ได้รับการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยปล่อยใหม่น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างความท้าทายเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

Policy Space ที่จำกัดและความไม่แน่นอนสูง

สิ่งที่น่าวิตกยิ่งกว่าคือการที่คณะกรรมการฯ ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า "ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) มีจำกัด" ซึ่งหมายความว่าเครื่องมือทางการเงินที่สามารถใช้ได้ในอนาคตมีข้อจำกัด เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับต่ำ 1.75% แล้ว

การลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้บ้าง แต่กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงินภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงและขีดความสามารถของนโยบายการเงินมีจำกัด

คณะกรรมการฯ ระบุชัดเจนว่า "แนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง" และ "พร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า" ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการปรับนโยบายหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

อัตราเงินเฟ้อต่ำ สัญญาณของความอ่อนแอ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.5 ในปี 2568 และร้อยละ 0.8 ในปี 2569 แม้จะดูเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค แต่สะท้อนถึงความอ่อนแอของอุปสงค์ในเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก และไม่ได้นำไปสู่ภาวะที่ราคาสินค้าลดลงเป็นวงกว้าง

ประเด็นที่ต้องติดตามคือความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก รวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาในระยะยาว

การที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการค้าระหว่างประเทศ การแข่งขันภายในประเทศ ปัญหาของระบบการเงิน และข้อจำกัดของเครื่องมือนโยบาย ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะคล้าย "Perfect Storm" ที่ต้องติดตามและรับมืออย่างระมัดระวัง ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่าทิศทางเพิ่ม “ขีดความสามารถแข่งขันไทย” รับวิกฤต

ผ่าทิศทางเพิ่ม “ขีดความสามารถแข่งขันไทย” รับวิกฤต

ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งหาทางพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ รองรับวิกฤต และแข่งขันอย่างเข้มข้น สำรวจแนวคิด ทิศทาง และทางออกของการเตรียมตัวรับปัญหาก่อสาย ผ่านข้อมูลสภาพัฒน์

16 นาที
สศช. ปักหมุด “13 ประเด็นปฏิรูป” ในร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยโตสูงขึ้น ทั่วถึง และยั่งยืน

สศช. ปักหมุด “13 ประเด็นปฏิรูป” ในร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยโตสูงขึ้น ทั่วถึง และยั่งยืน

สศช. เดินหน้าจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ชูแนวคิด “ซ่อม-เสริม-เลิก-สร้าง” ขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก T-R-U-S-T และ 13 ประเด็นปฏิรูป ตั้งเป้าผลักดัน GDP ไทยเติบโต 3% ขึ้นไป พร้อมมุ่งยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

7 นาที
วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิเคราะห์เจาะลึกคำเตือนจาก 3 ธนาคารใหญ่ถึงวิกฤตสามเส้าที่คุกคามเศรษฐกิจไทยปี 2568 ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาษีศุลกากรสหรัฐ และหนี้ครัวเรือนที่พอกพูน ท่ามกลางการคาดการณ์การเติบโตที่จำกัด แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวสู่ 38 ล้านคน

7 นาที
G-Token: เดิมพันอนาคตการเงิน ภายใต้เงื่อนไขและความท้าทาย

G-Token: เดิมพันอนาคตการเงิน ภายใต้เงื่อนไขและความท้าทาย

Government Token หรือ G-Token นวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ของไทยที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการระดมทุนภาครัฐทั่วโลก หรือบทเรียนราคาแพงของการเร่งก้าวในเส้นทางที่แทบไม่มีใครเดิน

11 นาที
ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

5 นาที
วิกฤตศักยภาพเศรษฐกิจไทย IMF-เวิลด์แบงก์ วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและทางออก

วิกฤตศักยภาพเศรษฐกิจไทย IMF-เวิลด์แบงก์ วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและทางออก

เจาะลึกวิกฤตเศรษฐกิจไทยจากรายงาน IMF และธนาคารโลก พบการเติบโตต่ำสุดในอาเซียนที่ 2.7% เสี่ยงถูกฟิลิปปินส์-เวียดนามแซงในปี 2571 พร้อมวิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จากการกระจายอำนาจสู่เมืองรองถึงการพัฒนาทุนมนุษย์

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง