ทลายกรอบแหล่งทุนเดิมๆ: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยทางเลือกใหม่

ทลายกรอบแหล่งทุนเดิมๆ: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยทางเลือกใหม่

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่าธนาคารพาณิชย์จัดสรรสินเชื่อให้ SME เพียง 20% จากพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 18 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้สิน SME ไทยมากถึง 36% ยังคงอยู่นอกระบบสถาบันการเงิน คิดเป็นผู้ประกอบการราว 1.14 ล้านราย ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุนในระบบ [1] ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเงินทุนที่ธุรกิจขนาดย่อมและกลาง รวมถึงสตาร์ทอัปไทยเผชิญมายาวนาน

ต้นตอของปัญหาไม่ใช่เรื่องความสามารถในการทำธุรกิจ แต่อยู่ที่ระบบประเมินเครดิตแบบดั้งเดิมของสถาบันการเงิน ซึ่งยึดโยงกับประวัติงบการเงินย้อนหลัง บัญชีที่จัดทำอย่างเป็นระบบ และหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นเกณฑ์หลัก เงื่อนไขเหล่านี้กลายเป็นกำแพงสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากที่ไม่มีสินทรัพย์ถาวรมากพอ หรือไม่มีงบการเงินที่ครบถ้วนตามมาตรฐาน แม้ธุรกิจจะมีศักยภาพในการเติบโตจริงก็ตาม

ทางออกที่กำลังเกิดขึ้นคือการขยายนิยามของ "เครดิตที่น่าเชื่อถือ" ให้กว้างกว่าเดิม ทั้งการนำข้อมูลทางเลือกที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินมาใช้ประเมินความเสี่ยง การเปิดช่องทางสินเชื่อสีเขียวดอกเบี้ยต่ำเพื่อธุรกิจที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืน และทุนสนับสนุนนวัตกรรมจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายนักลงทุน บทความนี้จะพาไปสำรวจทั้งสามช่องทาง พร้อมขั้นตอนเตรียมความพร้อมที่ผู้ประกอบการทำได้ทันที

ปลดกับดักงบการเงิน ด้วยข้อมูลทางเลือกและการค้าดิจิทัล

ระบบประเมินเครดิตยุคใหม่ที่เรียกว่า Alternative Data Credit Scoring ให้น้ำหนักกับข้อมูลที่อยู่นอกเหนืองบการเงินแบบเดิม เช่น ประวัติการชำระค่าน้ำค่าไฟฟ้า ข้อมูลธุรกรรมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และความสัมพันธ์ในห่วงโซ่อุปทานกับคู่ค้า แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีสินทรัพย์ถาวรมากนัก แต่มีพฤติกรรมการชำระเงินและการค้าที่สม่ำเสมอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ธนาคารพาณิชย์จัดสรรสินเชื่อให้ SME เพียง 20% จากพอร์ตรวม 18 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้ SME ราว 36% หรือราว 1.14 ล้านราย ยังอยู่นอกระบบสถาบันการเงิน

ในด้านหลักประกัน รัฐบาลยังสนับสนุนกลไกค้ำประกันสินเชื่อผ่าน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งช่วยลดภาระด้านหลักทรัพย์ค้ำประกันให้ผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันแทนสถาบันการเงินในกรณีที่ผู้กู้ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ [2] กลไกนี้เมื่อผนวกกับการประเมินเครดิตด้วยข้อมูลทางเลือก จะช่วยลดสองอุปสรรคหลักที่ SME ไทยเผชิญพร้อมกันได้

คว้าโอกาสจากสินเชื่อสีเขียว ดอกเบี้ยต่ำเพื่อธุรกิจรักษ์โลก

การเงินสีเขียว (Green Finance) เป็นอีกช่องทางที่มาแรง โดยสถาบันการเงินของรัฐหลายแห่งเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนในเทคโนโลยีรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน หรือลดการปล่อยมลพิษ ตัวอย่างโครงการที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่

  • SME D Bank – สินเชื่อ SME Green Productivity: อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย (ขยายเพดานจากเดิม 10 ล้านบาท) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี พร้อมปลอดชำระเงินต้น 12 เดือนแรก ครอบคลุมการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด วงเงินโครงการรวม 15,000 ล้านบาท [3]  https://www.smebank.co.th
  • ธนาคารออมสิน – สินเชื่อบุคคล GSB Go Green: สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานทดแทน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว [4]  https://www.gsb.or.th
  • ธ.ก.ส. – สินเชื่อและโครงการสนับสนุนธุรกิจสีเขียว: มีวงเงินสนับสนุนธุรกิจสีเขียวต่อเนื่อง มุ่งเน้นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานเกษตรอย่างยั่งยืน [5] https://www.baac.or.th

โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าดอกเบี้ยต่ำไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินเชื่อทั่วไปอีกต่อไป แต่ถูกออกแบบมาเพื่อจูงใจให้ธุรกิจ "เปลี่ยนผ่าน" สู่ความยั่งยืนโดยตรง ผู้ประกอบการที่วางแผนลงทุนด้านพลังงานหรือเครื่องจักรอยู่แล้ว จึงควรพิจารณาช่องทางนี้ก่อนเข้าสินเชื่อดอกเบี้ยปกติ

ปลดล็อกทุนนวัตกรรมและเครือข่ายนักลงทุน สำหรับสตาร์ทอัปและธุรกิจเทคโนโลยี

สำหรับสตาร์ทอัปและธุรกิจสายเทคโนโลยีที่อาจยังไม่มีรายได้สม่ำเสมอพอสำหรับสินเชื่อธนาคาร ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่าและเงินร่วมลงทุนคือทางเลือกสำคัญ:

  1. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) – ทุนนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation): สนับสนุนสูงสุด 75% ของมูลค่าโครงการ ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อโครงการ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 1 ปี เพื่อพัฒนาและทดสอบต้นแบบเชิงพาณิชย์กับกลุ่มลูกค้าจริง [6]
  2. depa – Digital Transformation Fund: กองทุนสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล มีหมวดสนับสนุน SME โดยเฉพาะ ผ่านทั้งรูปแบบคูปองดิจิทัลและทุนสนับสนุนโดยตรง [7]
  3. TED Fund: กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไอเดียไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ [8]
  4. สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA): เครือข่ายนักลงทุน Venture Capital และ Private Equity ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ผู้ประกอบการสามารถศึกษาแนวทางและติดต่อเพื่อหาพันธมิตรด้านเงินทุนได้ [9]

ความแตกต่างสำคัญของช่องทางกลุ่มนี้คือ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรืองบการเงินย้อนหลัง แต่ต้องแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและแผนธุรกิจที่ชัดเจนแทน

4 ขั้นตอนเตรียมความพร้อมสู่แหล่งทุนใหม่

ก่อนยื่นขอสินเชื่อหรือทุนสนับสนุนในช่องทางใหม่เหล่านี้ ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่

  1. ดิจิทัลไลซ์ธุรกรรมธุรกิจ: บันทึกประวัติการค้าขายผ่านระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง "ข้อมูลทางเลือก" ที่สถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ประเมินเครดิตได้
  2. จัดทำบัญชีเล่มเดียว: ความโปร่งใสทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและทุนสนับสนุนจากภาครัฐ
  3. ประเมินโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน: สำรวจว่าธุรกิจมีจุดใดที่ปรับปรุงด้านสิ่งแวดล้อมได้ เพื่อเข้าเกณฑ์สินเชื่อสีเขียว
  4. พัฒนาแผนธุรกิจเชิงนวัตกรรม: จัดทำแผนธุรกิจที่ชัดเจนและวัดผลได้ สำหรับยื่นขอทุนให้เปล่าจากหน่วยงานภาครัฐหรือเสนอต่อนักลงทุน

บทสรุป

ภาพรวมที่ปรากฏชัดคือ ระบบการเงินสำหรับ SME ไทยกำลังเคลื่อนตัวจากการประเมินความเสี่ยงด้วย "สินทรัพย์ที่มีอยู่" ไปสู่การประเมินด้วย "พฤติกรรมและศักยภาพที่พิสูจน์ได้" ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลธุรกรรมดิจิทัล ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน หรือแผนนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่เคยถูกปฏิเสธจากระบบเดิมสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

สำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ นัยสำคัญคือความพร้อมด้านข้อมูลจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่ต่างจากหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบเดิม ธุรกิจที่เริ่มบันทึกข้อมูลธุรกรรมอย่างเป็นระบบและวางแผนด้าน ESG ตั้งแต่วันนี้ จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเมื่อโอกาสทางการเงินรูปแบบใหม่ขยายตัวมากขึ้น คำถามที่ยังเปิดค้างไว้คือ ระบบสถาบันการเงินกระแสหลักของไทยจะปรับตัวรับข้อมูลทางเลือกเหล่านี้ในวงกว้างได้เร็วเพียงใด และจะเพียงพอต่อการปิดช่องว่างที่ยังเหลือผู้ประกอบการนอกระบบอีกกว่าล้านรายหรือไม่

ระบบการเงินสำหรับ SME ไทยกำลังเคลื่อนตัวจากการประเมินความเสี่ยงด้วย "สินทรัพย์ที่มีอยู่" ไปสู่การประเมินด้วย "พฤติกรรมและศักยภาพที่พิสูจน์ได้" ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลธุรกรรมดิจิทัล ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน หรือแผนนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย

ข้อมูลอ้างอิง:

[1] Posttoday. (2024, มิถุนายน 8). 'TDRI' แนะเพิ่มความหลากหลายแหล่งทุน 'SME ไทย' แก้ปัญหาแข่งขันยาก. Posttoday. https://www.posttoday.com/smart-sme/709864

[2] บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม. (ม.ป.ป.). SME มี บสย. ค้ำประกัน. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม. https://www.tcg.or.th/smes-library/more-detail.php?CTID=81

[3] Thansettakij. (2026). SME D Bank หนุนธุรกิจสีเขียว ให้กู้สูงสุด 30 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3 ปี คงที่ 3%. Thansettakij. https://www.thansettakij.com/finance/financial-banking/651684

[4] Marketingoops. (ม.ป.ป.). ธนาคารออมสิน ตอบโจทย์สายกรีนเปิดโหมดความยั่งยืน ลดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงานด้วย "สินเชื่อบุคคล GSB Go Green". Marketingoops. https://www.marketingoops.com/news/biz-news/gsb-gsb-go-green/

[5] ThaiPublica. (2022). ธ.ก.ส. ทุ่ม 1.5 แสนล้านหนุนหัวขบวน 'ธุรกิจสีเขียว' เชื่อมซัพพลายเชนสร้างเครือข่ายชุมชนโตอย่างยั่งยืน. ThaiPublica. https://thaipublica.org/2022/09/baac-green-finance/

[6] สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (ม.ป.ป.). บริการด้านการเงิน. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. https://www.nia.or.th/service/financial-support

[7] สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (ม.ป.ป.). Digital Transformation Fund. depa. https://www.depa.or.th/th/funds

[8] TED Fund. (ม.ป.ป.). กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม. TED Fund. https://tedfund.mhesi.go.th

[9] Thai Venture Capital Association. (ม.ป.ป.). About. TVCA. https://tvca.or.th/about/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง