
ส่องแฟรนไชส์อเมริกา กับบริบทแฟรนไชส์ไทย
สรุปประเด็น
เกริ่นนำ: แฟรนไชส์จากอเมริกาสู่บริบทไทย
The Economist ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจแฟรนไชส์ในอเมริกามีบทบาทใหญ่กว่าที่หลายคนคิด มีร้านแฟรนไชส์เกือบ 850,000 สาขา ดำเนินการโดยเจ้าของธุรกิจอิสระราว 250,000 ราย หรือประมาณหนึ่งในแปดของกิจการที่มีการจ้างงานทั้งประเทศ ในมุมหนึ่ง แฟรนไชส์อย่าง McDonald’s ถูกมองว่าเป็นเครื่องจักรสร้างเศรษฐีเงียบ ๆ เพราะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถใช้แบรนด์ ระบบ และประสบการณ์ที่พิสูจน์แล้ว มาต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเอง
เมื่อมองจากประเทศไทย ซึ่งเศรษฐกิจกำลังหาทางฟื้นตัวและมองหา “เครื่องยนต์ใหม่” ในการสร้างผู้ประกอบการ แฟรนไชส์อาจเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญ ทั้งในมิติการสร้างงาน การเติบโตของ SME และการต่อยอดแฟรนไชส์ไทยออกสู่ภูมิภาคอาเซียน
ทำไมแฟรนไชส์จึงทรงพลัง: มุมมองจาก The Economist
หัวใจของแฟรนไชส์คือการ “แบ่งหน้าที่” และ “จัดวางแรงจูงใจ” ระหว่างเจ้าของแบรนด์ (franchisor) กับผู้ประกอบการท้องถิ่น (franchisee)
-
ฝั่งเจ้าของแบรนด์โฟกัสที่การพัฒนาแบรนด์ สูตรสินค้า ระบบมาตรฐาน และการตลาด
-
ฝั่งแฟรนไชส์ซีโฟกัสที่การบริหารร้านจริง การจ้างงาน การบริการ และการอ่านความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ของตน
โมเดลนี้จะยิ่งมีประสิทธิภาพเมื่อธุรกิจต้องการสาขาจำนวนมาก กระจายตัวหลายเมือง และต้องพึ่งพาความเข้าใจตลาดท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง เช่น ฟาสต์ฟู้ด โรงแรม ฟิตเนส หรือบริการต่าง ๆ นอกจากนี้อเมริกายังมีจุดแข็งเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและตลาดทุนที่ลึก ทำให้ทั้งแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์เข้าถึงทุนและได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “กฎเรื่องการเปิดเผยข้อมูล” รัฐอเมริกาบังคับให้เจ้าของแฟรนไชส์ต้องเปิดเผยโครงสร้างรายได้ ค่าธรรมเนียม ต้นทุนเริ่มต้น รวมถึงปัญหาทางกฎหมาย และในหลายกรณียังเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานของแฟรนไชส์ซีด้วย กติกาด้านความโปร่งใสที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปลายยุค 1970 นี้ ทำให้จำนวนร้านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งสองฝั่ง
ภาพรวมแฟรนไชส์ในประเทศไทย: ตลาด 3 แสนล้านที่กำลังขยายตัว
หากขยับมองกลับมาที่ไทย ตลาดแฟรนไชส์กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าตลาดแฟรนไชส์ไทยในปี 2567 อยู่ที่มากกว่า 3 แสนล้านบาท และขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี แบรนด์แฟรนไชส์ที่จดทะเบียนและทำตลาดมีมากกว่า 660 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม การศึกษา ความงาม สุขภาพ ไปจนถึงบริการเฉพาะทางอื่น ๆ
ไทยยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางแฟรนไชส์ของอาเซียน ด้วยข้อได้เปรียบด้านทำเลที่เชื่อมต่อ CLMV และสภาพแวดล้อมธุรกิจค้าปลีกและบริการที่คึกคัก งานแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ เช่น Thailand Franchise & Business Opportunities (TFBO) ที่จัดอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เข้าร่วมออกบูทกว่า 150 แบรนด์ และผู้เยี่ยมชมเป้าหมายหลายหมื่นรายทุกปี
แฟรนไชส์ในฐานะบันไดของผู้ประกอบการไทย
ในบริบทไทย แฟรนไชส์มีบทบาทเป็น “บันไดขึ้นสู่การเป็นเจ้าของกิจการ” สำหรับคนทำงานประจำ ผู้ค้า MSME หรือผู้ที่มีทุนจำกัดแต่ไม่อยากเริ่มธุรกิจจากศูนย์ แทนที่จะต้องลองผิดลองถูกทั้งหมดด้วยตนเอง ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถใช้ประโยชน์จาก
-
แบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักแล้ว
-
สูตรสินค้าและกระบวนการที่พิสูจน์แล้ว
-
ระบบสนับสนุนด้านการจัดซื้อ วัตถุดิบ การอบรม และการตลาด
ด้านนโยบาย ภาครัฐไทยเริ่มเห็นบทบาทของแฟรนไชส์ในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อน SME จึงมีการออกโครงการสินเชื่อช่วยเหลือ เช่น โครงการสินเชื่อเฉพาะกิจของ SME D Bank รวมถึงโครงการสินเชื่อที่ได้รับการค้ำประกันจาก บสย. ภายใต้แพ็กเกจอย่าง “SMEs Smart Win” เพื่อช่วยให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงเงินกู้วงเงินระดับหลักล้านบาทได้ง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยลดอุปสรรคด้านเงินทุนตั้งต้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการหน้าใหม่มานาน
จุดต่างเชิงโครงสร้างระหว่างไทยกับอเมริกา
แม้ไทยและอเมริกาจะเห็นความสำคัญของแฟรนไชส์เหมือนกัน แต่โครงสร้างด้านกฎระเบียบกลับต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อเมริกามีกฎเรื่องการเปิดเผยข้อมูลแฟรนไชส์ค่อนข้างเข้มงวด ทำให้ผู้สนใจลงทุนสามารถเข้าถึงตัวเลขต้นทุนและสถิติสำคัญก่อนตัดสินใจได้ ขณะที่ไทยยังไม่มี “กฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ” ในระดับเดียวกัน ทำให้มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลขึ้นกับแต่ละแบรนด์ และต้องอาศัยการตรวจสอบด้วยตนเองของผู้ลงทุนเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี ไทยมีสถาบันกลางอย่าง Franchise & License Association Thailand (FLA) ที่พยายามสร้างมาตรฐานและเป็นเสียงของอุตสาหกรรมแฟรนไชส์ ในขณะเดียวกันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก็จัดเวที Thailand Franchise Award และหลักสูตรอบรมเพื่อผลักดันให้แฟรนไชส์ไทยยกระดับคุณภาพและพร้อมขยายสู่ต่างประเทศ ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนว่าระบบนิเวศแฟรนไชส์ไทยกำลังพัฒนา แม้จะยังไม่สมบูรณ์เท่าประเทศที่เป็นผู้นำอย่างอเมริกา
แฟรนไชส์ไทยในฐานะ “สินค้าออก” รุ่นใหม่
หากมองในมุมการค้าและการส่งออก แฟรนไชส์ไทยกำลังขยับจากการเป็นธุรกิจภายในประเทศ ไปสู่การเป็น “โมเดลธุรกิจส่งออก” มากขึ้น แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มของไทยหลายรายเริ่มเปิดสาขาแฟรนไชส์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม รวมถึงสิงคโปร์และมาเลเซีย ผ่านรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์หรือพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น
กิจกรรมอย่าง “Thai Franchise Global Move” ที่พาแบรนด์ไทยไปร่วมงานแฟรนไชส์ในสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ คือการใช้แฟรนไชส์เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลของแบรนด์ไทยในฐานะ soft power ทางธุรกิจ ข้อได้เปรียบของการส่งออกแฟรนไชส์คือ ใช้เงินลงทุนจากไทยโดยตรงไม่มาก แต่สร้างรายได้ระยะยาวจากค่าลิขสิทธิ์และส่วนแบ่งยอดขาย ในขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบและสินค้าไทยในห่วงโซ่อุปทานไปพร้อมกัน
พาไปรู้จักหน่วยงานรัฐ–สมาคม ที่ช่วยผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ไทย
-
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), กระทรวงพาณิชย์
มี “ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์” และเว็บ franchise.dbd.go.th ให้ข้อมูลแบรนด์แฟรนไชส์ที่ผ่านเกณฑ์ พร้อมจัดงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow” ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้สนใจไปดู ช้อป และคุยกับเจ้าของแฟรนไชส์โดยตรง DBD ยังพัฒนามาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์และคู่มือ “เส้นทางการเข้าสู่มาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์” ช่วยเจ้าของแบรนด์เตรียมระบบ สัญญา และการบริหารก่อนขายแฟรนไชส์ -
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
เป็นหน่วยงานกลางด้านเอสเอ็มอี มีโครงการอบรม การเงิน และที่ปรึกษาธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการที่ทำแฟรนไชส์ (ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย) สามารถเข้าไปใช้บริการในภาพรวมของการพัฒนาธุรกิจได้ -
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
เน้นจัดอบรม ให้ความรู้ และที่ปรึกษาเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งด้านการเริ่มต้นธุรกิจ การบริหาร และการขยายตลาด รวมถึงช่วยเอสเอ็มอีที่ต้องการขยายไปต่างประเทศ เหมาะกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ที่ต้องการวางโครงธุรกิจให้แข็งแรงก่อนขยายสาขา -
หน่วยงานอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา: สำหรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โลโก้แบรนด์แฟรนไชส์ เพื่อป้องกันการลอกเลียน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม / กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP): หากแฟรนไชส์เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือมีเป้าหมายขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ก็สามารถใช้โปรแกรมสนับสนุนการผลิตและการส่งออกของหน่วยงานเหล่านี้ได้.
สมาคมและเอกชนที่ช่วยเรื่องแฟรนไชส์
-
สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซนส์ (FLA Thailand)
เป็นองค์กรที่รวบรวมความรู้และเครือข่ายธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซนส์ในไทย มีบทบาทจัดสัมมนา เวิร์กช็อป และให้คำแนะนำเชิงนโยบายและปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์.
เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการทำแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบ และผู้ลงทุนที่อยากเข้าใจมาตรฐานในอุตสาหกรรม. -
แพลตฟอร์ม/เอเจนซี่ด้านแฟรนไชส์ (เช่น ThaiFranchiseCenter, ที่ปรึกษาแฟรนไชส์เอกชน)
ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลแฟรนไชส์ ข่าวสาร และให้บริการที่ปรึกษาขยายสาขาแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบริการด้านการตลาดและการจัดงานแฟรนไชส์
ผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลค้นหาแบรนด์ เปรียบเทียบเงื่อนไข และดูรีวิวเบื้องต้น.
ภาพรวมบริการที่คุณไปขอได้
-
สำหรับ “ผู้จะซื้อแฟรนไชส์”
ไปงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow” ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อคุยกับหลายแบรนด์ในที่เดียว และศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ franchise.dbd.go.th ที่รวมรายละเอียดแบรนด์และเงื่อนไขลงทุน
สามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นที่สายด่วน DBD 1570 หรือกองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอคำแนะนำการเลือกแฟรนไชส์อย่างปลอดภัย -
สำหรับ “เจ้าของแบรนด์ที่อยากขายแฟรนไชส์”
ติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนามาตรฐานแฟรนไชส์ และใช้คู่มือ/เกณฑ์มาตรฐานมาปรับระบบธุรกิจให้พร้อมก่อนขายสิทธิ์
เข้าร่วมคอร์สและที่ปรึกษาจาก ISMED หรือ สสว. เพื่อวางแผนโมเดลธุรกิจ การเงิน การบริหารสาขา และการขยายตลาดในระยะยาว. เสริมด้วยการเข้าร่วมสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซนส์ เพื่อสร้างเครือข่ายและเรียนรู้จากเคสของรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ
ที่มา
The Economist (วิเคราะห์เศรษฐกิจแฟรนไชส์สหรัฐฯ) ประกอบกับข้อมูลภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยและหน่วยงานสนับสนุนในประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

SME D Bank ร่วมกับแฟรนไชส์ เปิดสินเชื่อหนุนผู้สนใจลงทุน
SME D Bank ร่วมกับ 15 แบรนด์แฟรนไชส์ชั้นนำ เปิดตัวโครงการสินเชื่อพิเศษ เพื่อหนุนผู้สนใจลงทุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยง และสร้างโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ที่จังหวัดอุดรธานี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยกทัพแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ดัง จัดงาน "แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3" ที่อุดรธานี มอบโอกาสทองพร้อมส่วนลดสูงสุด 2 แสนบาทและแหล่งเงินทุนแก่ผู้สนใจในภาคอีสาน เพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
