
อมตะแต่งตั้ง 'รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส' ที่ปรึกษากลยุทธ์ รับคลื่นลงทุนย้ายฐานผลิตในอาเซียน
สรุปประเด็น
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ได้แต่งตั้ง นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส อดีตซีอีโอเอสซีจี เข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมทัพผู้บริหารและรองรับเมกะเทรนด์การย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ "China Plus One" ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอมตะในการช่วงชิงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การลงทุน พร้อมขับเคลื่อนแผนการลงทุน 10,000 ล้านบาท พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ผู้พัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำในภูมิภาค ได้ประกาศแต่งตั้ง นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของเอสซีจี (SCG) เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การแต่งตั้งบุคลากรระดับสูงที่มีประสบการณ์เชิงลึกในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เช่นนี้ สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมของ AMATA ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์ และการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค
การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเป็นเป้าหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะจากกระแส "China Plus One" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงฐานการผลิตในประเทศจีน ด้วยการมองหาทางเลือกในประเทศอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน AMATA เล็งเห็นถึงโอกาสมหาศาลจากแนวโน้มนี้ และมุ่งมั่นที่จะใช้ประสบการณ์ของ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ในการวางยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าสู่เมืองอุตสาหกรรมของตน
เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ดังกล่าว AMATA ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญใน ประเทศไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว แผนการลงทุนนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ในภูมิภาค แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพของนิคมอุตสาหกรรมให้มีความพร้อมและทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและยานยนต์ไฟฟ้า
การลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรเชิงกลยุทธ์นี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ AMATA ในศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และบทบาทสำคัญที่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม การจ้างงาน และการลงทุนโดยรวม ทำให้ AMATA ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่น่าจับตาในการรับมือและคว้าโอกาสจากภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

“จรีพร จารุกรสกุล” ผู้นำหญิง WHA Group สู่ความสำเร็จธุรกิจโลจิสติกส์ไทย
จรีพร จารุกรสกุล ผู้นำหญิงแห่ง WHA Group กับเส้นทางความสำเร็จในธุรกิจโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม พร้อมวิสัยทัศน์ยั่งยืนและแรงบันดาลใจสู่อนาคต

รัฐบาลไทยเร่งรัดแผนลงทุนขนาดใหญ่กระตุ้น GDP และผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาและนิคมอุตสาหกรรม
รัฐบาลเดินหน้าแผน 'Thailand Fast Pass' ดึงเม็ดเงินลงทุนสู่ 30% ของ GDP พร้อมปั้นไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปอาเซียน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและหนุนกลุ่มรับเหมาและนิคมอุตสาหกรรม
