
งาน BU China–Thailand InterBiz 2026: ถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนจีน
สรุปประเด็น
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เตรียมจัดงาน “BU China–Thailand InterBiz 2026” ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้นำไทยและจีนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา เพื่อถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนของจีนภายใต้แนวคิด “Thailand First, ASEAN Next” มุ่งเน้นการวิเคราะห์จุดแข็งของไทยในสายตานักลงทุนจีน ทิศทางอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต รวมถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ถือเป็นงานที่ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนไม่ควรมองข้ามในการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดย วิทยาลัยนานาชาติจีน (BUCI) เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “BU China–Thailand InterBiz 2026” ในวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นมหกรรมรวมตัวครั้งสำคัญของผู้นำระดับสูงจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา ทั้งของไทยและจีน วัตถุประสงค์หลักของงานนี้คือการร่วมกันถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนของจีน และวิเคราะห์ผลกระทบเชิงมหภาคต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
"วิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผู้เรียน ให้ก้าวสู่การเป็น ‘Fast Track to Thailand, China and ASEAN’ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสทั้งในด้านการศึกษา ธุรกิจ และอาชีพ ระหว่างประเทศไทยและจีน พร้อมทั้งพัฒนาต่อยอดไปสู่อาเซียน เพื่อร่วมสร้าง Talent Supply Chain ที่ตอบโจทย์และสร้างคุณค่าให้แก่สถานประกอบการได้ตั้งแต่วันแรกของการเรียน"
— ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

หัวใจหลักของการประชุมจะอยู่ภายใต้แนวคิด “Thailand First, ASEAN Next: China's Investment Strategy” ซึ่งจะนำเสนอคำถามเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุน อาทิ 'ทำไมจีนยังเลือกประเทศไทย' 'ไทยยังมีจุดแข็งอะไรในสายตาผู้บริหารจีน' และ 'อุตสาหกรรมไหนกำลังมา' ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุน การจัดสรรเงินทุน และการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ในระยะยาว
การวิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมใดจะดึงดูดการลงทุนจากจีน ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับกลยุทธ์การดำเนินงานและการขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค และการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของงานคือการ 'ผลักดันการพัฒนาคนสู่อนาคต' ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งว่าการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ การเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่มีศักยภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจและองค์กรจีนที่เข้ามาลงทุน จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว
งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ (BRI Institute), สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน และ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย–จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญและความน่าเชื่อถือของเวทีนี้ การผนึกกำลังของผู้นำจากทั้งสองประเทศในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับภาคเอกชนในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่จะกำหนดทิศทางการลงทุนและกลยุทธ์ทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีวิสัยทัศน์
ยุทธศาสตร์ "Thailand First, ASEAN Next"
เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจมหภาคและการค้าที่มักถูกใช้เพื่ออธิบายยุทธศาสตร์การลงทุนของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอธิบายถึงแผนภาพการขยายธุรกิจและการย้ายฐานการผลิตของทุนจีนออกเป็น 2 ระยะหลัก ๆ ดังนี้
1. Thailand First: ปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลางหลัก (Anchor Hub)
ในระยะแรก นักลงทุนและวิสาหกิจต่างชาติ (โดยเฉพาะจากจีน) จะเลือกเข้ามาตั้งฐานการผลิตหลัก ศูนย์กลางการดำเนินงาน หรือสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในประเทศไทยก่อน เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่สำคัญ:
-
จุดยุทธศาสตร์ที่ตั้ง: อยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เป็นประตูเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ง่าย
-
ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน: มีนิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัย (เช่น ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC) มีระบบโลจิสติกส์ การขนส่ง และสาธารณูปโภคที่เสถียร ช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ
-
ซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอนาคต: ไทยมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งมากในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่กำลังเติบโต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
-
นโยบายสนับสนุนการลงทุน: มีสิทธิประโยชน์ที่ดึงดูดใจจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและทางเศรษฐกิจที่ราบรื่น
2. ASEAN Next: ขยายกำลังสู่ตลาดอาเซียน
หลังจากที่ธุรกิจเริ่มมั่นคง ปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบในท้องถิ่น และสร้างฐานการผลิตในไทยได้อย่างราบรื่นแล้ว จึงเข้าสู่ระยะที่สองคือการใช้ไทยเป็นสปริงบอร์ดในการขยายวงกว้างออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน
-
การเข้าถึงตลาดภูมิภาค: ใช้ข้อได้เปรียบทางภาษีและข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ในกรอบอาเซียน เพื่อส่งออกและกระจายสินค้าไปยังประเทศรอบข้าง
-
การบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Integration): กระจายการผลิตตามความเชี่ยวชาญของแต่ละประเทศ เช่น การใช้แรงงานหรือทรัพยากรเฉพาะทางจากประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย) เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
-
ลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูก: แทนที่จะต้องเผชิญความท้าทายและกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันของทุกประเทศพร้อมกัน การตั้งหลักในประเทศที่มีความพร้อมสูงอย่างไทยก่อน จะช่วยให้การขยายตัวในขั้นต่อไปเป็นระบบและมีความเสี่ยงต่ำลง
กล่าวโดยสรุป ยุทธศาสตร์นี้คือ "การปักหมุดสร้างรากฐานในไทย เพื่อขับเคลื่อนและเติบโตไปพร้อมกันทั้งภูมิภาคอาเซียน" ซึ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถตักตวงโอกาสเติบโตจากตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมั่นคงและเป็นขั้นเป็นตอนครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเงินบาท “แข็งผิดปกติ”: มาตรการคุมทองช่วยธุรกิจส่งออกไทยได้แค่ไหน
กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการคุมเข้มการซื้อขายทองคำเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย.

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

เรื่องเล่าสีจิ้นผิงกับ 'รถเมล์' สายแห่งการเปลี่ยนแปลง สะท้อนนโยบายลดช่องว่างเมือง-ชนบทจีน
เรื่องราวการนั่งรถโดยสารของสีจิ้นผิงในเมืองเจียซิงเมื่อปี 2004 สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นศูนย์กลาง และนโยบายบูรณาการเมือง-ชนบทของจีน ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับบริการสาธารณะ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนชนบท จนกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

รถลากจูงไร้คนขับ ฝีมือจีน พลิกโฉมงานโลจิสติกส์ในสนามบิน
ปักกิ่ง, 20 มิ.ย. (ซินหัว) — รถลากจูงไร้คนขับนี้อาจดูราคาถูกและมีรูปลักษณ์ชวนขำ แต่ความจริงกลับมีราคาสูงเทียบเท่ารถยนต์หรู พร้อมสมรรถนะลากจูงรถพ่วงสูงถึง 6 คัน กลายเป็นรถจักรคันน้อยแต่ทรงพลังของการขนส่งในท่าอากาศยาน

หนังสือ 'ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิง' เล่ม 1 ฉบับภาษารัสเซีย เปิดตัวในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
หนังสือ “ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศจีนภายใต้การนำของสีจิ้นผิง” เล่ม 1 ฉบับภาษารัสเซีย เปิดตัวในงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) 2026 โดยนำเสนอแนวคิดการบริหารประเทศและเส้นทางการพัฒนาของจีนในยุคใหม่ พร้อมส่งเสริมความเข้าใจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและรัสเซีย

ปักกิ่งคลายข้อจำกัด 'ซื้อบ้าน' เพิ่มวงเงินกู้กองทุนสำรองฯ
กรุงปักกิ่งออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผ่อนปรนเงื่อนไขการซื้อบ้านสำหรับครอบครัวต่างถิ่น พร้อมขยับเพิ่มวงเงินสินเชื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสูงสุด 2.4 ล้านหยวน และมอบออนท็อปพิเศษสูงสุด 1 ล้านหยวน สำหรับการซื้อบ้านชานเมืองหรืออาคารสีเขียว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัย
