
ส.อ.ท. ผนึกทีเส็บ ดัน MICE เชื่อมตลาดโลก เปิดทาง SME ไทยเข้าถึงผู้ซื้อ เทคโนโลยี และเงินทุน
สรุปประเด็น
-
ส.อ.ท. และทีเส็บผนึกกำลังเชื่อมอุตสาหกรรมไทยกับตลาดโลก ผ่านงานประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ
-
ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 16,000 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด
-
อุตสาหกรรมไมซ์สร้างรายได้ 150,901 ล้านบาท จากนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 27.18 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2569
-
ปี 2570 เตรียมต่อยอดกิจกรรมระดับภูมิภาค โดยเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ พร้อมส่งเสริม Green Industry และการจัดงานอย่างยั่งยืน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จับมือทีเส็บ วางกลยุทธ์ “MICE x INDUSTRY” ยกระดับงานประชุมและแสดงสินค้าให้เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่การจับคู่ผู้ซื้อ การส่งออก ไปจนถึงการลงทุน พร้อมตั้งเป้าขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคในปี 2570
อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ซึ่งประกอบด้วยการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า กำลังถูกยกระดับให้มีบทบาทมากกว่าการสร้างรายได้จากการเดินทางและการจัดงาน โดยมุ่งเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับผู้ซื้อ นักลงทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจจากต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ประกาศความร่วมมือเพื่อใช้กลไกไมซ์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งให้กิจกรรมต่าง ๆ นำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งการเกิดคู่ค้าใหม่ การเจรจาธุรกิจ การส่งออก และการลงทุน
ความร่วมมือนี้อาศัยจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดย ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 16,000 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ขณะที่ทีเส็บมีความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมและดึงดูดงานไมซ์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
การผสานเครือข่ายอุตสาหกรรมเข้ากับศักยภาพด้านการจัดงาน จึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดและพันธมิตรได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการขยายตลาด แต่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เครือข่าย และการเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่

ตัวเลขไมซ์ไทยสะท้อนโอกาสทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ส.อ.ท. ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 ประเทศไทยมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์จำนวน 27.18 ล้านคน สร้างรายได้ 150,901 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ และโอกาสในการต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับภาคธุรกิจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานหรือรายได้จากการจัดงาน แต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์หลังจบกิจกรรม เช่น การเกิดคู่ค้ารายใหม่ การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ การเจรจาซื้อขาย และการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง
แนวทางดังกล่าวทำให้การออกแบบงานไมซ์ต้องเชื่อมโยงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งแต่การคัดเลือกผู้เข้าร่วมงาน การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการพบกับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
อัญมณีและเครื่องประดับ ตัวอย่างอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพขยายตลาด
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ ส.อ.ท. ยกเป็นตัวอย่างคือ อัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 21,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสในการใช้กลไกไมซ์สนับสนุนการขยายตลาด โดยเฉพาะกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้ซื้อจากต่างประเทศ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดความร่วมมือทางการค้า
ในทางปฏิบัติ การจัดงานที่ออกแบบให้ตรงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายอาจช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เวลาและทรัพยากรได้คุ้มค่าขึ้น เพราะไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงสินค้า แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจและแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดโดยตรง
ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกเป็นข้อมูลที่รายงานโดย ส.อ.ท. และไม่ได้หมายความว่าการเติบโตดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือด้านไมซ์โดยตรง แต่เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาศักยภาพของอุตสาหกรรมเป้าหมาย
เปิด 4 กรอบความร่วมมือ ยกระดับโอกาสของผู้ประกอบการไทย
กรอบความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. และทีเส็บ ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ร่วมกันวางกรอบความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ โดยใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาดและเครือข่ายธุรกิจ
2. พัฒนาโครงการและกิจกรรมทางธุรกิจ
ต่อยอดการประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างธุรกิจไทยกับต่างประเทศ
3. เพิ่มขีดความสามารถของ SMEs
ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาด แหล่งทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
4. ใช้ข้อมูลสนับสนุนการวางแผน
บูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ งานวิจัย สถิติ และแนวโน้มตลาด เพื่อให้การออกแบบโครงการสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้น
กรอบความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของงานไมซ์ จากการเป็นเวทีพบปะทางธุรกิจ ไปสู่การเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ
ปี 2570 เดินหน้าความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อน Green Industry
ในปี 2570 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 60 ปีของ ส.อ.ท. ทั้งสององค์กรมีแผนต่อยอดความร่วมมือผ่านกิจกรรมและงานแสดงสินค้าในระดับภูมิภาค โดยคัดเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เหมาะสมกับจุดแข็งของแต่ละพื้นที่
ทีเส็บยังมีเครือข่ายเมืองไมซ์ 16 เมืองทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับสมาชิกและเครือข่ายอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เพื่อกระจายโอกาสทางธุรกิจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจหลัก
อีกประเด็นที่อยู่ในกรอบความร่วมมือคือการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนอุตสาหกรรม หรือ Data-driven Industry รวมถึงการส่งเสริม Green Industry และ Sustainable Events ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงาน
แนวทางนี้ช่วยเชื่อมการพัฒนาอุตสาหกรรมเข้ากับประเด็นความยั่งยืน โดยผู้จัดงานและผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนและการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น
โจทย์ต่อไป คือเปลี่ยนการพบปะให้เป็นคำสั่งซื้อจริง
ความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. และทีเส็บสะท้อนความพยายามใช้จุดแข็งของอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดโลก โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าและพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนกิจกรรมให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ เช่น จำนวนคู่ค้ารายใหม่ มูลค่าการเจรจาธุรกิจที่ต่อยอดเป็นการซื้อขายจริง การเข้าถึงเทคโนโลยี และการลงทุนที่เกิดขึ้นภายหลังงาน
หากสามารถเชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ผลิต นักลงทุน และองค์ความรู้เข้าด้วยกันได้อย่างตรงจุด ไมซ์จะไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จากการจัดงาน แต่เป็นโครงสร้างสนับสนุนการค้าและการลงทุนของไทย ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสใหม่และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง:
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"
ความพยายามในการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ จับตาผู้มีอำนาจของไทยดึงกลุ่ม Las Vegas Sands เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย เพื่อเปิดเส้นทางเรือสำราญเชื่อมไทย-สิงคโปร์ สร้างโมเดลความร่วมมือแบบ win-win

สภาพัฒน์เร่งรัฐบาลใหม่จัดการงบประมาณปี 2570 และการลงทุน
สภาพัฒน์เร่งรัดรัฐบาลใหม่ให้จัดการงบประมาณปี 2570 และเร่งลงทุน เพื่อป้องกันเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวต่ำกว่า 2% หากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า.

ถอดรหัส "คนป่วยแห่งเอเชีย": เมื่อประเทศไทยติดกับดัก "เชิงโครงสร้าง" ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต
เจาะลึกวิกฤตเศรษฐกิจไทยผ่านเลนส์ Why Nations Fail เมื่อ "กติกาที่ไม่เป็นธรรม" และ "การผูกขาด" กลายเป็นกับดักที่ฉุดรั้งประเทศสู่สถานะคนป่วยแห่งเอเชีย

กระทรวงการคลังเดินหน้าเวที IMF-World Bank 2026 เปิด 4 เวทีใหญ่ จับตา 30 เจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นการเงินโลก
กระทรวงการคลังกางแผนเตรียมพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank Group 2026 ชูบทบาท "Trusted Connector" ขับเคลื่อนวาระการเงินโลกผ่าน 4 เวทีใหญ่และ 30 การเจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศอย่างยุทธศาสตร์

แหลมฉบังเฟส 3 ลงทุน 1.14 แสนล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถสู่ 18 ล้าน TEU ดันไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์
กทท. เร่งเดินหน้าโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ด้วยวงเงินลงทุน 1.14 แสนล้านบาท มุ่งเพิ่มกำลังรองรับตู้สินค้าสู่ 18 ล้าน TEU ต่อปี พร้อมผลักดันสัดส่วนขนส่งทางรางเพื่อลดต้นทุน แก้ปัญหาความแออัด และเสริมความแข็งแกร่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

FETCO ICI ก.ย. 69 ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้า ถึง ธันวาคม 2569 อยู่ที่ 148.72 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง"
FETCO เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนรอบเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 148.72 อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง โดยมีแรงหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ แม้จะปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าท่ามกลางความกังวลด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศและทิศทางดอกเบี้ยโลก
