
พาณิชย์เร่งปั้น IP Finance ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาค้ำสินเชื่อ เปิดทาง SME เข้าถึงทุน
สรุปประเด็น
-
กระทรวงพาณิชย์ผลักดัน IP Finance ยกระดับทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้ SME และผู้ประกอบการนวัตกรรม
-
เดินหน้าวางรากฐาน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ให้ได้มาตรฐานสากลภายในปี 2571 และการทดลองระบบผ่าน IP Finance Sandbox Thailand
-
ร่วมมือในระดับภูมิภาคภายใต้แผนปฏิบัติการอาเซียน พ.ศ. 2569–2573 พร้อมผลักดันคู่มือประเมินมูลค่า IP เพื่อเชื่อมโยงระบบการเงินไทยสู่สากล
-
การใช้ IP Finance ช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาเงินทุน สนับสนุนการลงทุนด้านนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในระยะยาว
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าวางรากฐานการเงินฐานทรัพย์สินทางปัญญา (IP Finance) ยกระดับสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ให้เป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ พร้อมพัฒนามาตรฐานประเมินมูลค่าและทดลองระบบผ่าน IP Finance Sandbox Thailand มุ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการนวัตกรรมและ SME
ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มูลค่าของธุรกิจไม่ได้อยู่เพียงเครื่องจักร อาคาร หรือสินค้าคงคลังอีกต่อไป แต่ยังรวมถึง ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แม้ทรัพย์สินทางปัญญาจะมีบทบาทต่อมูลค่าของธุรกิจมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังเผชิญข้อจำกัดในการนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อ เนื่องจากความท้าทายด้านการประเมินมูลค่า การยอมรับของสถาบันการเงิน และการบริหารความเสี่ยง
กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งผลักดัน IP Finance หรือการเงินที่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานในการจัดหาเงินทุน เพื่อพัฒนากลไกที่ช่วยให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสามารถสร้างประโยชน์ทางการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจนวัตกรรมและ SME ที่มีศักยภาพ แต่มีหลักประกันแบบดั้งเดิมจำกัด
เวที AM2026 เปิดโจทย์เชื่อมมูลค่า IP กับแหล่งเงินทุน
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับสูง (High-Level Roundtable) ภายใต้หัวข้อ “Financing Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth through IP-Backed Finance” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสนับสนุนนวัตกรรม การลงทุน และการเติบโตของธุรกิจ
การประชุมจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้กรอบการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026: AM2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ประเด็นสำคัญของการหารือคือการลดช่องว่างระหว่างมูลค่าทางธุรกิจของทรัพย์สินทางปัญญากับความสามารถในการนำไปใช้ประโยชน์ในระบบการเงิน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าของสิทธิ ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับมูลค่า ความเสี่ยง และศักยภาพในการสร้างรายได้ของ IP
โจทย์สำคัญของ IP Finance ไม่ใช่เพียงการตีราคาทรัพย์สินทางปัญญา แต่คือการทำให้มูลค่าที่ประเมินได้มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้จริง
วางรากฐาน IP Finance ไทย 2 ด้านสำคัญ
ภายใต้นโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าพัฒนาระบบ IP Finance ของไทยผ่านแนวทางสำคัญ 2 ด้าน
1. ยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมมือกับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการภายในปี 2571
การพัฒนามาตรฐานดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด เพราะทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภทมีลักษณะและความสามารถในการสร้างรายได้แตกต่างกัน การประเมินจึงต้องพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิความเป็นเจ้าของ อายุการคุ้มครอง ความสามารถในการสร้างรายได้ และความเสี่ยงด้านตลาด
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินและการใช้ IP ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนากระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้รองรับทรัพย์สินประเภทนี้ได้ดียิ่งขึ้น
2. ทดลองระบบผ่าน IP Finance Sandbox Thailand
อีกแนวทางคือการจัดทำโครงการนำร่อง IP Finance Sandbox Thailand ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ SME ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินร่วมทดลองแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนผ่านกรณีศึกษาจริง
การทดลองในลักษณะ Sandbox ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเรียนรู้ข้อจำกัดของกระบวนการ ตั้งแต่การจัดเตรียมข้อมูล การประเมินมูลค่า ไปจนถึงการพิจารณาความเสี่ยงและเงื่อนไขทางการเงิน ก่อนนำบทเรียนไปพัฒนาระบบให้สามารถขยายผลได้ในอนาคต
สำหรับ SME กลไกดังกล่าวอาจเป็นช่องทางเพิ่มทางเลือกในการจัดหาเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนสำคัญของโมเดลธุรกิจ แต่ไม่ได้มีสินทรัพย์ที่จับต้องได้มากเพียงพอสำหรับการขอสินเชื่อแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม การมีทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสินเชื่อโดยอัตโนมัติ เพราะสถาบันการเงินยังต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ กระแสเงินสด ความเสี่ยงของธุรกิจ และเงื่อนไขของหลักประกันแต่ละประเภทด้วย
เชื่อมระบบ IP Finance ไทยสู่อาเซียน
นอกจากการพัฒนาระบบภายในประเทศ ไทยยังสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคภายใต้ แผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน พ.ศ. 2569–2573 (ASEAN Intellectual Property Rights Action Plan 2026–2030) ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนากรอบการประเมินมูลค่า IP และโครงการนำร่องด้านการจัดหาเงินทุนโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศสมาชิก
อีกหนึ่งประเด็นคือการผลักดันร่าง ASEAN Guide to Understanding IP Valuation Reports หรือคู่มืออาเซียนเพื่อความเข้าใจรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินและนักลงทุนมีแนวทางในการอ่าน วิเคราะห์ และตรวจสอบรายงานประเมินมูลค่า IP ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
หากสามารถพัฒนาแนวทางที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันได้ ก็จะช่วยลดความแตกต่างในการทำความเข้าใจรายงานประเมินมูลค่าระหว่างประเทศ และสนับสนุนความร่วมมือด้านการลงทุนและการจัดหาเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาในภูมิภาค
IP Finance กับโอกาสยกระดับ SME และธุรกิจนวัตกรรม
การผลักดัน IP Finance สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองต่อทรัพย์สินทางปัญญา จากเครื่องมือคุ้มครองสิทธิและป้องกันการลอกเลียนแบบ ไปสู่สินทรัพย์ที่สามารถใช้วางแผนธุรกิจ สร้างรายได้ และสนับสนุนการเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ การพัฒนาระบบดังกล่าวมีโอกาสสร้างประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่
-
เพิ่มทางเลือกในการจัดหาเงินทุน: เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่มี IP ที่มีมูลค่าใช้ทรัพย์สินดังกล่าวประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้
-
ส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรม: เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเงินทุนไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิต
-
ยกระดับการบริหารจัดการ IP: กระตุ้นให้ธุรกิจจัดระบบข้อมูลสิทธิ ความเป็นเจ้าของ และศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างชัดเจน
-
เชื่อมโยงธุรกิจไทยกับแหล่งทุน: สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ประโยชน์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของมาตรฐานประเมินมูลค่า ความพร้อมของข้อมูล และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของผู้ให้สินเชื่อ
จากสินทรัพย์ทางความคิด สู่กลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ความร่วมมือในเวที AM2026 แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาระบบ IP Finance ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประเมินมูลค่า สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ
ความท้าทายต่อจากนี้คือการเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นกลไกที่ใช้งานได้จริง ตั้งแต่การสร้างมาตรฐานประเมินมูลค่าที่น่าเชื่อถือ การพัฒนารูปแบบการพิจารณาสินเชื่อ ไปจนถึงการทดลองและขยายผลกรณีศึกษาที่เหมาะสม
หาก IP Finance สามารถพัฒนาเป็นระบบที่ทุกฝ่ายเชื่อมั่นได้ ทรัพย์สินทางปัญญาอาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการปลดล็อกเงินทุนให้ธุรกิจนวัตกรรมและ SME ช่วยให้ผู้ประกอบการใช้ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและอาเซียนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นาโนเทค สวทช. ชูนวัตกรรมแก้วิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อ SME
นาโนเทค สวทช. ชู 4 นวัตกรรมก้าวล้ำเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและสภาพอากาศร้อนจัด พร้อมหนุน SME ไทยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

DBD จับคู่ธุรกิจสีเขียว 239 คู่ คาดสร้างมูลค่า 64.99 ล้านบาท
DBD ปลุกกระแสกรีน! เปิดเวที 'Smart Sustainable Business Matching' ยกทัพผู้ประกอบการรักษ์โลก 77 ราย ชนยักษ์ใหญ่ค้าปลีก 18 องค์กร จับคู่เจรจา 239 คู่ สร้างมูลค่าซื้อขายทันที 9.7 ล้าน คาดทะลุ 64.99 ล้านบาทใน 1 ปี

CLT ผนึก AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CLT ผนึกความร่วมมือ AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ผสานจุดแข็งด้านมาตรฐานตรวจวัด วิศวกรรม และเงินทุนพัฒนา Solar Rooftop รองรับภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและมาตรฐาน ESG สากล

ไทยจับมือ JBIC ดึงทุนญี่ปุ่นเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หนุน SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน
รัฐบาลไทยร่วมมือ JBIC ขยายการลงทุนและเทคโนโลยี หนุนภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วย SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีสะอาดเพื่อลดต้นทุนและยกระดับการแข่งขันระยะยาว

ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME
ทีทีบีชี้เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถรางเก่า" ที่ขาดแรงขับเคลื่อน จึงเร่งเสนอแนวคิด "Reinvent Thailand" เพื่อสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและพยุง SME ที่เผชิญวิกฤตแซนด์วิชให้เติบโตอย่างยั่งยืน
