
รัฐบาลเดินหน้าผลักดัน "ภาครัฐระบบเปิด" เพิ่มความโปร่งใสและปราบโกง
สรุปประเด็น
ผลสำรวจล่าสุดจาก กกร. (คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน) ได้ฉายภาพปัญหาสำคัญที่ภาคธุรกิจไทยยังคงเผชิญ โดยระบุว่ากว่า 1 ใน 3 หรือ 37.3% ของผู้ประกอบการยังคงมองว่าการได้รับสัญญาจากภาครัฐมีความจำเป็นต้องจ่าย "เงินพิเศษ" ซึ่งส่วนใหญ่ประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 11-15% ของมูลค่าสัญญา สิ่งนี้สะท้อนถึงต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจที่สูง และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในภาคการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
จากข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว รัฐบาลจึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการหลายด้านภายใต้แนวคิด "ภาครัฐระบบเปิด" เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการเรียกรับสินบนและต้นทุนแฝงของภาคธุรกิจ เป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศ โดยหนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการที่ประเทศไทยตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ภายในปี 2571 (ค.ศ. 2028) ซึ่งการปราบปรามการทุจริตและการเสริมสร้างความโปร่งใสในภาครัฐถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้
กลไกสำคัญในการผลักดัน "ภาครัฐระบบเปิด" คือการนำ เทคโนโลยี เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อ ลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ในกระบวนการทำงานภาครัฐ การลดการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลจะช่วยลดโอกาสของการทุจริตและสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการและสัญญาภาครัฐได้มากขึ้น ถือเป็นการยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการความชัดเจนและความโปร่งใสในการดำเนินโครงการร่วมกับภาครัฐ
สำหรับภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และนักลงทุน การขับเคลื่อนนโยบายนี้จะส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ การลดลงของ "เงินพิเศษ" หรือต้นทุนแฝงจะช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพบนพื้นฐานของความสามารถและนวัตกรรมที่แท้จริง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และธรรมาภิบาลขององค์กร นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากลตามกรอบของ OECD จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม
แม้ว่าปัญหาคอร์รัปชันจะเป็นสิ่งที่กระทบทุกขนาดธุรกิจ แต่การมี "ภาครัฐระบบเปิด" ที่โปร่งใสและใช้เทคโนโลยีลดดุลยพินิจนั้น จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน การที่ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงสัญญาภาครัฐได้อย่างเป็นธรรมและปราศจากอุปสรรคที่ไม่จำเป็น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศในระยะยาว
