
"พิพัฒน์" ลุยเจรจาไม่หยุด ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง คลี่ปมแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เอกชนพร้อมเดินรถต่อ
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสัญญาบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงบทบาทเป็นแกนกลางสำคัญในการเร่งรัดแก้ไขปัญหา ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไม่ว่าผลการเจรจากับภาคเอกชนจะออกมาเป็นเช่นไร ประชาชนผู้ใช้บริการจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าประชาชนสามารถสบายใจได้ เพราะหลังวันที่ 30 กันยายนนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่องอย่างแน่นอน โดยระบุว่าไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคใด แม้ต้องแบกภาระขาดทุนก็ต้องหาวิธีให้บริการประชาชนต่อไปได้ คำยืนยันนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะมาในช่วงที่สังคมกำลังกังวลอย่างมากกับข่าวเอกชนยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา และปัญหาขบวนรถ ARL ที่ลดเหลือให้บริการเพียง 4 ขบวนจากทั้งหมด 9 ขบวน เนื่องจากปัญหาล้อสึกที่ต้องเร่งซ่อมบำรุง [1]
ปัญหาล้อรถสึกทำให้ขบวนรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่ต้องให้บริการวันละ 9 ขบวน เหลือวิ่งได้จริงเพียง 4 ขบวนในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ซ้ำเติมความกังวลของผู้โดยสารในจังหวะเดียวกับที่สัญญาเดินรถกำลังจะสิ้นสุดลง [1]
การที่รัฐมนตรีออกมาการันตีด้วยตนเองเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท่านมองประเด็นความต่อเนื่องของบริการสาธารณะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด มากกว่าจะปล่อยให้เป็นเพียงเรื่องทางเทคนิคระหว่างหน่วยงานกับเอกชนคู่สัญญา
เดินหน้าเจรจาเชิงรุก ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ
นับตั้งแต่ทราบว่าเอเชีย เอรา วัน ประกาศจะหยุดเดินรถในวันที่ 30 กันยายนตามกำหนดสัญญาเดิม นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้ รฟท. เข้าเจรจากับเอกชนทันที และเมื่อวันที่ 9 กันยายน ท่านได้เรียกประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเชิญนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท. เข้าหารือถึงหนังสือขอใช้สิทธิยุติสัญญาที่เอกชนส่งมา ก่อนที่วันรุ่งขึ้น เอเชีย เอรา วัน จะมีหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการพร้อมเดินรถต่ออีก 4 เดือน
นายพิพัฒน์กล่าวถึงเงื่อนไขที่เอกชนเสนอมาว่า เอกชนพร้อมเดินรถต่อ แต่มีเงื่อนไขบางส่วนที่ภาครัฐต้องรับพิจารณา พร้อมย้ำว่าทุกฝ่ายจะพยายามสรุปแนวทางให้ได้โดยเร็ว เพื่อแจ้งความชัดเจนแก่ผู้ประกอบการและลดความกังวลของประชาชนผู้ใช้บริการ ท่าทีเช่นนี้แสดงให้เห็นแนวทางการทำงานที่ไม่ตั้งแง่ปฏิเสธข้อเสนอของเอกชนทันที แต่เลือกที่จะพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายรับได้ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ผู้โดยสารเป็นหลัก
เอกชนพร้อมเดินรถต่อ สัญญาณบวกที่ตอบรับความพยายามของภาครัฐ
ผลจากการเจรจาเชิงรุกของนายพิพัฒน์เริ่มปรากฏผลเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ได้มีหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการยืนยันความพร้อมที่จะสนับสนุนการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปอีก 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 [2] ซึ่งถือเป็นผลสำเร็จเบื้องต้นของแนวทางการเจรจาแบบไม่ตั้งแง่ที่นายพิพัฒน์ยึดถือมาตลอด
เอกชนตอบตกลงขยายเวลาเดินรถออกไปอีก 4 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ รฟท. เสนอไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้บริการผู้โดยสารไม่สะดุดในวันที่สัญญาเดิมสิ้นสุดลง [2]
ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. เมื่อวันเดียวกันได้รับทราบว่า เอกชนยินยอมรับพิจารณาเงื่อนไขที่ภาครัฐเสนอในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องหลักประกันการบริหารจัดการเดินรถ ซึ่ง รฟท. เห็นชอบในหลักการแล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ความกังวลเรื่องบริการหยุดชะงักในวันที่ 1 ตุลาคมคลี่คลายลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
การที่เอกชนตอบรับข้อเสนอของภาครัฐในกรอบเวลาอันรวดเร็ว เพียงไม่กี่วันหลังการหารือเข้มข้นที่นายพิพัฒน์เป็นผู้ผลักดัน จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางการทำงานที่เน้นการพูดคุยอย่างจริงจังบนพื้นฐานของผลประโยชน์ประชาชนร่วมกัน สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง มากกว่าการปล่อยให้ข้อพิพาทยืดเยื้อจนกระทบผู้โดยสารในวันที่สัญญาเดิมสิ้นสุดลง
รอบคอบเรื่องกฎหมาย ไม่ให้ภาครัฐเสียประโยชน์
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ประธานบอร์ด รฟท. และนายอนันต์ ผู้ว่าการ รฟท. ได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ เพื่อรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาโดยตรง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบกฎหมาย และไม่ให้ภาคราชการหรือการรถไฟฯ เสียประโยชน์ [3] สอดคล้องกับแนวทางที่นายพิพัฒน์ยึดถือมาโดยตลอดว่าการแก้ปัญหาต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและการรักษาผลประโยชน์ของรัฐควบคู่ไปกับการดูแลประชาชน มิใช่การยอมตามข้อเสนอของเอกชนโดยไม่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ
เตรียมแผนสำรองคู่ขนาน ไม่ฝากความหวังไว้ที่เอกชนฝ่ายเดียว
อีกด้านหนึ่งที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของนายพิพัฒน์คือ การไม่ปล่อยให้สถานการณ์ขึ้นอยู่กับผลการเจรจากับเอกชนเพียงทางเดียว โดยท่านชี้แจงว่าหากในที่สุดต้องให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. เข้ามารับช่วงเดินรถแทน จำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและระบบบริหารจัดการ เนื่องจากระบบรถไฟฟ้าต้องอาศัยพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่เฉพาะทางจำนวนมาก จึงเป็นเหตุผลที่ต้องขอให้เอกชนช่วยเดินรถต่อไปก่อนอีก 2-4 เดือนในระหว่างนี้
การวางแผนสำรองควบคู่กับการเจรจาเช่นนี้ ทำให้ภาครัฐไม่ตกอยู่ในสถานะที่ต้องพึ่งพาเอกชนฝ่ายเดียว และเป็นหลักประกันว่าไม่ว่าผลการเจรจาสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ประชาชนจะยังคงได้รับบริการอย่างต่อเนื่องเสมอ
บทสรุป: ผลประโยชน์ประชาชนคือเส้นแบ่งที่ชัดเจนที่สุด
ตลอดกระบวนการที่ผ่านมา จุดยืนของนายพิพัฒน์มีความสม่ำเสมอในทิศทางเดียวกันมาโดยตลอด คือการวางผลประโยชน์และความสะดวกของประชาชนผู้ใช้บริการไว้เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาการันตีต่อสาธารณะด้วยตนเอง การเร่งเจรจากับเอกชนอย่างจริงจังโดยไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ การรักษาความรอบคอบด้านกฎหมายเพื่อไม่ให้รัฐเสียเปรียบ ตลอดจนการเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า ท่ามกลางความซับซ้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างและสัญญาที่สั่งสมมานานหลายปี แนวทางการทำงานเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่งว่า ไม่ว่าข้อพิพาทระหว่างภาครัฐกับเอกชนจะจบลงอย่างไร การเดินทางของผู้โดยสารหลายหมื่นคนต่อวันจะยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับการปกป้องดูแลเป็นอันดับแรก
ประเด็นที่ยังต้องจับตาต่อจากนี้คือเงื่อนไขที่เอกชนยื่นเสนอมาพร้อมกับการต่อสัญญา ซึ่ง รฟท. ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนสรุปผลให้ทันก่อนวันที่ 30 กันยายนนี้ รวมถึงความคืบหน้าของแผนสำรองที่จะให้ รฟฟท. เข้ามารับช่วงเดินรถในระยะยาว ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าภาครัฐสามารถลดการพึ่งพาเอกชนรายเดียวในบริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเช่นนี้ได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง:
- เดลินิวส์. (2569, 8 กันยายน). "แอร์พอร์ต ลิงก์" ล้อรถสึก! เร่งซ่อม คาด 9 ก.ย. วิ่งได้ 6 ขบวน "AERA 1" ยังไม่ตอบรับช่วยเดินรถต่อ. เดลินิวส์. https://www.dailynews.co.th/news/6173884/
- เดลินิวส์. (2569, 9 กันยายน). "AERA 1" ยอมเดินรถ "แอร์พอร์ตลิงก์" ต่อ 4 เดือน ยื่นคำขาดหากฟ้องร้องหยุดทันที-ขอค่าบริหาร 60 ล้าน/เดือน. เดลินิวส์. https://www.dailynews.co.th/news/6176194/
- เดลินิวส์. (2569, 11 กันยายน). "รฟท." ไม่รับ 3 เงื่อนไข "AERA 1" เดินรถต่อ 4 เดือน เจรจาให้จบ ก.ย.นี้ เตรียมแผนฉุกเฉิน "รฟฟท." เสียบแทน. เดลินิวส์. https://www.dailynews.co.th/news/6179797/
