Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ สู่แผนปฏิบัติการฟื้นเศรษฐกิจไทย

Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ สู่แผนปฏิบัติการฟื้นเศรษฐกิจไทย

สรุปประเด็น

  • รัฐ–กกร. ลุย Reinvent Thailand: ดันข้อเสนอภาคเอกชนสู่ปฏิบัติการ เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจกองหน้าเข้ากับ 4 ด้านสนับสนุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

  • เป้าหมายดัน GDP โต 3% และการลงทุน 30%: มุ่งขับเคลื่อนด้วย Investment-led Growth พร้อมยกระดับความสามารถการแข่งขันของไทยสู่ Top 20 ของโลก

  • ขับเคลื่อน 3 ระยะควบคู่ Quick Wins: วางกรอบแก้ปัญหาเร่งด่วน (Stabilize), เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี (Transition) และวางรากฐานอนาคต (Invest)

  • ดึง SMEs เข้าสู่ Local Supply Chain: เร่งเชื่อมโยงธุรกิจรายย่อยและภูมิภาคเข้ากับห่วงโซ่การผลิตใหม่ ผ่านมาตรการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยี

  • มุ่งสู่ Low-carbon และเชื่อมโยง ASEAN: ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ และเสริมบทบาทไทยใน Regional Supply Chain

รัฐบาล–กกร. เดินหน้าผลักดัน Reinvent Thailand จากข้อเสนอภาคเอกชนสู่การปฏิบัติ โดยเชื่อมการทำงานของ 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย เข้ากับ 4 ด้านสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน เพื่อจัดลำดับข้อเสนอ กำหนดมาตรการ และเร่งโครงการที่สามารถดำเนินการได้จริง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เมื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับภาคเอกชนและ กกร. เพื่อขับเคลื่อน Reinvent Thailand จากข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการลงทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเปิดโอกาสให้ SMEs รวมถึงธุรกิจในภูมิภาคเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก

โจทย์ของ Reinvent Thailand กำลังเปลี่ยนจาก “เสนออะไร” ไปสู่ “ทำอะไรได้ทันที และต้องปรับโครงสร้างอะไรในระยะยาว”

รัฐบาล-กกร. รุก “Reinvent Thailand” ชู 7 ธุรกิจกองหน้า คัดข้อเสนอสู่การ ปฏิบัติจริง ชง กรอ. ใน 1 เดือน : อินโฟเควสท์

7 กลุ่มธุรกิจ “กองหน้า” ของเศรษฐกิจไทย

หัวใจของ Reinvent Thailand คือการให้ ภาคเอกชนเป็นกองหน้า ในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างการลงทุนและมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย ได้แก่

  1. เกษตรและการแปรรูปอาหาร

  2. ยานยนต์

  3. การค้าปลีกและการค้า

  4. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

  5. การแพทย์และเวลเนส

  6. การท่องเที่ยว

  7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ทั้ง 7 กลุ่มไม่ได้ถูกวางแยกออกจากกัน แต่ต้องเชื่อมโยงกับ “กองกลาง” ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน เพื่อให้มาตรการและโครงการลงทุนสามารถเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

จาก 7 กลุ่มธุรกิจ สู่ Ecosystem ใหม่

แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการยกระดับอุตสาหกรรมในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของธุรกิจรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องอาศัย Ecosystem ที่ประกอบด้วย เงินทุน เทคโนโลยี พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน และตลาด

ตัวอย่างเช่น การผลักดัน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จำเป็นต้องมีทั้งไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ Data Infrastructure บุคลากรทักษะสูง และระบบการเงิน ขณะที่การยกระดับ เกษตรและอาหาร ต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยี โลจิสติกส์ มาตรฐาน และช่องทางตลาดเข้าด้วยกัน

จึงเป็นการเปลี่ยนจากการสนับสนุน “รายอุตสาหกรรม” ไปสู่การสร้าง ระบบนิเวศการเติบโต ที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน

ตั้งเป้า Investment-led Growth ดันลงทุนแตะ 30% ของ GDP

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลวางไว้คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Investment-led Growth โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี และผลักดันสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ที่อย่างน้อย 30% ของ GDP พร้อมเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลก

เป้าหมายดังกล่าวทำให้ Reinvent Thailand มีมิติที่มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะโจทย์สำคัญคือการทำให้เกิด การลงทุนใหม่ การเพิ่มผลิตภาพ และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเหล่านี้ยังต้องแปลงไปสู่มาตรการ โครงการ และตัวชี้วัดที่สามารถติดตามผลได้จริง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย

3 จังหวะขับเคลื่อน: แก้วันนี้–เปลี่ยนผ่าน–ลงทุนอนาคต

กรอบการดำเนินงานล่าสุดแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งช่วยให้ Reinvent Thailand ไม่ได้มุ่งเฉพาะการปฏิรูปในระยะยาว แต่ยังตอบโจทย์ปัญหาของภาคธุรกิจในปัจจุบันด้วย ได้แก่

Stabilize Today — แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคที่กระทบต่อภาคธุรกิจ

Transition Now — สนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่

Invest for Tomorrow — วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

3 ระยะนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย: ต้องแก้ปัญหาที่กดทับธุรกิจในวันนี้ พร้อมสร้างความสามารถใหม่สำหรับการแข่งขันในวันข้างหน้า

Quick Wins ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

หนึ่งในประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการคัดเลือก Quick Wins หรือข้อเสนอที่สามารถนำไปดำเนินการได้เร็ว ควบคู่กับมาตรการเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลา

แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของโครงการ เพราะการปฏิรูปเศรษฐกิจไม่สามารถวัดผลจากการประกาศนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมี เป้าหมาย กรอบเวลา ตัวชี้วัด และระบบติดตามความคืบหน้า

สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่ต้องการเห็นจึงไม่ใช่เพียงรายการนโยบาย แต่คือความชัดเจนว่า ข้อเสนอใดจะถูกนำไปทำก่อน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และจะเห็นผลเมื่อใด

กรอบการทำงานล่าสุดระบุว่าจะเร่งจัดลำดับข้อเสนอของภาคเอกชน โดยพิจารณาควบคู่กับความพร้อมของภาครัฐและเสถียรภาพทางการเงินและการคลัง ก่อนแยกเป็นมาตรการเร่งด่วนและมาตรการเชิงโครงสร้าง

SMEs ต้องไม่เป็นเพียงผู้รับผล แต่ต้องเข้าไปอยู่ใน Supply Chain

อีกโจทย์สำคัญของ Reinvent Thailand คือการทำให้ผลจากการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเป้าหมายกระจายไปยัง SMEs และธุรกิจในภูมิภาค

ประเด็นนี้เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมผ่านมาตรการด้านการเงินของ ธปท. เช่น SMEs Credit Boost ที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม SMEs ในธุรกิจที่สอดคล้องกับ Reinvent Thailand รวมถึงธุรกิจใน Supply Chain และโลจิสติกส์ ตลอดจนธุรกิจที่มีศักยภาพในการปรับตัวด้านดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น หาก Reinvent Thailand เดินหน้าได้ตามกรอบที่วางไว้ ผลลัพธ์ที่สำคัญอาจไม่ได้อยู่เพียงการดึงการลงทุนรายใหญ่ แต่คือการสร้าง Local Supply Chain ที่ทำให้ SMEs สามารถเข้าไปเป็นผู้ผลิต ผู้ให้บริการ หรือผู้พัฒนาโซลูชันให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายได้มากขึ้น

Low-carbon Economy: จากต้นทุนการปรับตัวสู่โอกาสการลงทุน

อีกมิติหนึ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

บริบทโลกกำลังทำให้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดด้านคาร์บอน มาตรฐานสินค้า หรือความต้องการของผู้ซื้อและนักลงทุน

สำหรับประเทศไทย การลงทุนใน พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ระบบจัดการคาร์บอน และกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถมองได้ทั้งในมิติของต้นทุนการปรับตัวและโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่

แนวคิดนี้สอดคล้องกับภาพใหญ่ของ Reinvent Thailand ที่ต้องการให้ภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ พร้อมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

จาก Reinvent Thailand สู่การเชื่อมโยงกับ ASEAN

การผลักดัน Reinvent Thailand ยังเชื่อมโยงกับเวที The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และนำเสนอประเด็นการลงทุน AI อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานอาเซียน

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าโจทย์ของไทยไม่ได้อยู่เพียงการฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ต้องพิจารณาตำแหน่งของไทยใน Regional Supply Chain ด้วย

ในโลกที่การลงทุนสามารถย้ายฐานได้รวดเร็ว ประเทศที่มีทั้ง ตลาด โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ทักษะ เทคโนโลยี และระบบธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ย่อมมีโอกาสเชื่อมต่อกับห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคได้มากขึ้น

สรุป: จาก “ข้อเสนอ” สู่ “Execution”

Reinvent Thailand กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ จากเดิมที่เป็นกรอบความร่วมมือเพื่อระบุปัญหาและข้อเสนอเชิงโครงสร้าง สู่การ จัดลำดับความสำคัญและแปลงข้อเสนอให้เป็นมาตรการและโครงการที่สามารถดำเนินการได้จริง

หัวใจของระยะต่อไปจึงอยู่ที่ Execution ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Quick Wins การกำหนดตัวชี้วัด การเชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจกับ 4 ด้านสนับสนุน และการทำให้ SMEs สามารถเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ใหม่ได้

หากกลไกเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นระบบ Reinvent Thailand จะไม่ได้เป็นเพียงแผนฟื้นเศรษฐกิจ แต่เป็นกรอบสำหรับการสร้าง เครื่องยนต์การเติบโตชุดใหม่ของไทย ตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน ไปจนถึงธุรกิจแห่งอนาคต

โจทย์สำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “จะ Reinvent อะไร” แต่คือ “จะทำให้เกิดขึ้นจริงได้เร็วแค่ไหน และวัดผลอย่างไร”

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Business Today. (2567, 26 ตุลาคม). เอกนิติ–กกร. เดินหน้า Reinvent Thailand ดัน 7 ธุรกิจเป้าหมาย ปั้นเศรษฐกิจไทยโต 3%. Businesstoday. https://www.businesstoday.co/business/21/09/2026/131594/ 
  • กรุงเทพธุรกิจ. (2567, 22 ตุลาคม). หอการค้า ชี้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ต้องมากกว่าอัดเงินหรือเร่งส่งออก. Bangkokbiznews. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1251365 
  • THE STANDARD WEALTH. (2569, 4 กันยายน). คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับรัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกลุ่มธนาคารโลก จัดงาน The Bangkok Business Summit 2026. Instagram. https://www.instagram.com/p/Dc3Ji20FAiC/ 
  • Newswit. (2567, 21 ตุลาคม). Business Press Releases. newswit.com. https://www.newswit.com/.biz 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

งบประมาณปี 2569: อนาคตไทยบนเส้นด้ายแห่งวินัยการคลังไทย

งบประมาณปี 2569: อนาคตไทยบนเส้นด้ายแห่งวินัยการคลังไทย

บทวิเคราะห์งบประมาณปี 2569 ของไทยที่ลดงบลงทุนแลกกับการใช้หนี้ การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ถือเป็นทางสองแพร่งสำคัญทางการคลัง ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายระยะยาวของประเทศ

8 นาที
สภาพัฒน์เร่งรัฐบาลใหม่จัดการงบประมาณปี 2570 และการลงทุน

สภาพัฒน์เร่งรัฐบาลใหม่จัดการงบประมาณปี 2570 และการลงทุน

สภาพัฒน์เร่งรัดรัฐบาลใหม่ให้จัดการงบประมาณปี 2570 และเร่งลงทุน เพื่อป้องกันเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวต่ำกว่า 2% หากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า.

7 นาที
ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) หยุดโรงงานปิโตรเคมี LSP ในเวียดนามชั่วคราวจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนบริษัทและผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องเผชิญราคาวัตถุดิบสูงขึ้นและความล่าช้าในการจัดส่ง

5 นาที
เจาะลึกแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก: เตรียมตัวอย่างไรให้กู้ผ่านง่ายแบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

เจาะลึกแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก: เตรียมตัวอย่างไรให้กู้ผ่านง่ายแบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

หมดปัญหาขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน! เจาะลึก 5 แหล่งเงินทุนและสินเชื่อ SME ดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินชั้นนำ พร้อมดึงกลไกภาครัฐอย่าง บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันแทนหลักทรัพย์ทางกายภาพ แนะนำเทคนิคการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทั้งการเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ การรักษาประวัติเครดิตบูโร และการเขียนแผนธุรกิจสะท้อนรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสอนุมัติสูงสุด

9 นาที
ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 คืบหน้ากว่า 95% แม้เผชิญความท้าทายเรื่องการถมทะเล รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเพื่อยกระดับโลจิสติกส์ ลดต้นทุนให้ SMEs และปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการค้าภูมิภาค

4 นาที
ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง