สเลย์ทริกซ์ จับมือ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดสถานีชาร์จ EV แบบ Fast Charge 120 kW รุกขยายโครงข่ายสถานีชาร์จเชิงพาณิชย์ในสมุทรสาคร

สเลย์ทริกซ์ จับมือ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดสถานีชาร์จ EV แบบ Fast Charge 120 kW รุกขยายโครงข่ายสถานีชาร์จเชิงพาณิชย์ในสมุทรสาคร

สรุปประเด็น

  • โมเดลพันธมิตรรุกขยาย EV Infrastructure: สเลย์ทริกซ์ จับมือ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดสถานี DC Fast Charge 120 kW นำร่องขยายจุดชาร์จเชิงพาณิชย์สู่ค้าปลีกระดับท้องถิ่นในสมุทรสาคร

  • โปรโมชันดึงดูดผู้ใช้และสร้างฐานลูกค้า: ใช้กลยุทธ์ Introductory Pricing ในราคา 6.9 บาท/kWh นาน 3 เดือนแรก เพื่อกระตุ้นการรับรู้และสร้างพฤติกรรมการใช้งานในพื้นที่

  • เปลี่ยนสถานีชาร์จเป็น Traffic Generator: EV Charger ช่วยเปลี่ยนระยะเวลาการรอชาร์จเป็น Customer Dwell Time กระตุ้นการจับจ่ายและดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก

  • เชื่อมต่อ EleXA เพิ่ม Visibility บนแพลตฟอร์มดิจิทัล: การเข้าร่วมระบบ ecosystem ของ กฟผ. ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบสถานีง่ายขึ้น โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบเอง

ความเคลื่อนไหวในตลาด โครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า (EV Infrastructure) ของไทยกำลังขยายจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่และสถานีบริการน้ำมัน ไปสู่ธุรกิจค้าปลีกในระดับท้องถิ่นมากขึ้น ล่าสุด บริษัท สเลย์ทริกซ์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาและติดตั้งสถานีชาร์จ EV แบบครบวงจร ร่วมมือกับ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต จังหวัดสมุทรสาคร เปิดให้บริการสถานีชาร์จเชิงพาณิชย์ระบบ DC Fast Charging กำลังไฟสูงสุด 120 kW

การขยายสถานีชาร์จเข้าสู่พื้นที่ค้าปลีกระดับจังหวัดสะท้อนทิศทางของตลาด EV ที่กำลังเปลี่ยนจากการสร้างจุดชาร์จเฉพาะพื้นที่ศูนย์กลาง ไปสู่การวางโครงข่ายที่เชื่อมโยงกับ พฤติกรรมการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

สถานีชาร์จ EV กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” ไปสู่ส่วนหนึ่งของ Retail Ecosystem ที่เชื่อมการเดินทาง การชาร์จ และการจับจ่ายเข้าด้วยกัน

สเลย์ทริกซ์ จับมือ บุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดสถานีชาร์จเร็ว 120 kW  เติมความสะดวกคนสมุทรสาคร พร้อมโปร 6.9 บาท/kWh นาน 3 เดือน | ThaiPR.NET

จากสถานีชาร์จ สู่เครื่องมือสร้าง Traffic ให้ธุรกิจค้าปลีก

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของความร่วมมือครั้งนี้คือ กลยุทธ์ด้านราคา โดยสถานีชาร์จเปิดตัวด้วยอัตราค่าบริการพิเศษ 6.9 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง 3 เดือนแรก ก่อนเข้าสู่อัตราค่าบริการตามที่กำหนดในระยะต่อไป

ในเชิงธุรกิจ กลยุทธ์ดังกล่าวสามารถมองได้ว่าเป็นการใช้ Introductory Pricing เพื่อสร้างการรับรู้ ทดลองใช้บริการ และสร้างฐานผู้ใช้งานในช่วงเริ่มต้น มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

สำหรับธุรกิจค้าปลีก การมีสถานี Fast Charge ภายในพื้นที่ยังเปิดโอกาสให้ช่วงเวลาที่ลูกค้ารอชาร์จถูกเปลี่ยนเป็น Customer Dwell Time ซึ่งอาจเชื่อมต่อกับการซื้อสินค้า การใช้บริการ หรือการกลับมาใช้บริการซ้ำ

ดังนั้น EV Charger จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขายไฟฟ้า” แต่สามารถเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของ Customer Experience และ Traffic Strategy ของธุรกิจค้าปลีกได้

EleXA กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยเพิ่ม Visibility

อีกองค์ประกอบที่มีความสำคัญคือการเชื่อมต่อสถานีเข้ากับแพลตฟอร์ม EleXA ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยผู้ใช้สามารถค้นหาสถานีในชื่อ “Boon Tree Supermarket (DC)” และเข้าถึงบริการชาร์จผ่านแพลตฟอร์มได้

สำหรับผู้ประกอบการสถานีชาร์จ การมีช่องทางดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสถานีได้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ใช้ EV พึ่งพา Location, Availability และ Charging Information ในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น

ในธุรกิจ EV การมีสถานีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องทำให้ผู้ใช้ “ค้นหาเจอ เข้าถึงได้ และใช้งานได้” อย่างต่อเนื่อง

การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วจึงช่วยลดความจำเป็นที่ผู้ประกอบการรายย่อยจะต้องพัฒนาระบบดิจิทัลทุกส่วนด้วยตัวเอง และช่วยเพิ่มช่องทางให้สถานีถูกมองเห็นในระบบนิเวศของผู้ใช้ EV

โมเดลพันธมิตร เปิดทางสู่การขยาย EV Infrastructure ระดับท้องถิ่น

ความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการระบบชาร์จและธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นยังสะท้อนรูปแบบการขยายโครงข่ายที่น่าสนใจ เพราะแต่ละฝ่ายนำจุดแข็งของตนเองมาเชื่อมต่อกัน

ผู้ให้บริการ EV Infrastructure มีความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีการชาร์จ การติดตั้ง และการบริหารจัดการสถานี ขณะที่ ผู้ประกอบการค้าปลีก มีพื้นที่ ลูกค้าประจำ และทำเลที่เชื่อมโยงกับการเดินทางในพื้นที่

การจับคู่ดังกล่าวจึงช่วยให้การลงทุนในสถานีชาร์จสามารถเชื่อมเข้ากับธุรกิจเดิม แทนที่จะต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ขึ้นมาแยกต่างหากทั้งหมด

ในระยะต่อไป โมเดลลักษณะนี้ยังสามารถขยายไปยังธุรกิจอื่น เช่น ร้านอาหาร โรงแรม อาคารสำนักงาน คอมมูนิตี้มอลล์ และศูนย์บริการในจังหวัดต่าง ๆ หากสามารถสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการติดตั้ง จำนวนผู้ใช้ และรายได้จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบสถานีได้

เมื่อ EV Charger กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ค้าปลีก

สำหรับผู้ประกอบการค้าปลีก การติดตั้งสถานีชาร์จ EV ไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของการเพิ่มบริการ แต่ควรพิจารณาว่า สถานีชาร์จจะสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจหลักอย่างไร

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ทำเล ระยะเวลาการชาร์จ จำนวนผู้ใช้ ความถี่ในการกลับมาใช้บริการ และพฤติกรรมการจับจ่ายระหว่างรอ

หากบริหารองค์ประกอบเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม EV Charger สามารถทำหน้าที่เป็น Traffic Generator ที่ช่วยดึงกลุ่มลูกค้าใหม่เข้าสู่พื้นที่ค้าปลีก พร้อมสร้างโอกาสในการต่อยอดบริการอื่น ๆ

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงต้นทุนด้านไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา ความพร้อมของระบบ และการบริหารกำลังไฟ เพื่อให้การลงทุนมีความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานจริง

จากโครงสร้างพื้นฐาน EV สู่ Ecosystem ระดับพื้นที่

กรณีของ สเลย์ทริกซ์และบุญทรีซูเปอร์มาร์เก็ต จึงสะท้อนให้เห็นว่า การขยายตัวของตลาด EV ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้าง Infrastructure Ecosystem ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถชาร์จรถได้ในจุดที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ประกอบการพลังงาน โมเดลนี้เปิดโอกาสในการขยายฐานสถานีผ่านพันธมิตรในพื้นที่ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน EV เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้าง Traffic และ Customer Experience

โอกาสของธุรกิจ EV ในระยะต่อไปอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างสถานีให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การสร้างสถานีใน “จุดที่ผู้คนต้องการใช้จริง” และเชื่อมสถานีเหล่านั้นเข้ากับธุรกิจรอบข้างให้เกิดมูลค่าร่วมกัน

ท้ายที่สุด การเติบโตของ EV Infrastructure จะไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนหัวชาร์จหรือกำลังไฟของสถานี แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างเครือข่ายที่ตอบโจทย์ทั้ง ผู้ใช้รถ ผู้ให้บริการพลังงาน และเจ้าของพื้นที่ ซึ่งจะทำให้สถานีชาร์จเปลี่ยนจากโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง ไปเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจการเดินทางและค้าปลีกยุคใหม่

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง