
กขค. จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ–ส่งอาหาร เริ่มธันวาคม 2569 บังคับเปิดเหตุผลปรับค่าธรรมเนียม
สรุปประเด็น
-
กขค. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม–20 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งเป้าให้หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้ภายในเดือนธันวาคม
-
แพลตฟอร์มรายใหญ่ต้องชี้แจงโครงสร้างค่าธรรมเนียม รวมถึงเหตุผลและปัจจัยที่ใช้ประกอบการปรับขึ้นหรือลดค่าบริการ
-
ข้อร้องเรียนจากร้านอาหารและไรเดอร์ประมาณ 90% เกี่ยวข้องกับค่า GP สะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่ผู้ได้รับผลกระทบมองว่าขาดความชัดเจน
-
มาตรการไม่ได้กำหนดเพดานค่า GP โดยตรง แต่เน้นกำกับความโปร่งใสและความสมเหตุสมผลของโครงสร้างค่าบริการ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเตรียมออกหลักเกณฑ์กำกับโครงสร้างค่าบริการของแพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหาร มุ่งเพิ่มความโปร่งใสในการเรียกเก็บค่า GP หลังพบข้อร้องเรียนจากร้านอาหารและไรเดอร์จำนวนมาก ย้ำไม่ใช่การกำหนดเพดานราคา แต่ต้องการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม
ธุรกิจแพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหารกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการได้สะดวก ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ขับขี่ แต่เมื่อแพลตฟอร์มมีบทบาทเป็นตัวกลางระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้า เงื่อนไขการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดทำร่างประกาศกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับบริการเรียกรถขนส่งสาธารณะและบริการจัดส่งตามอุปสงค์ ซึ่งครอบคลุมบริการส่งอาหารและจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสำนักงาน กขค. ได้รับข้อร้องเรียนจากร้านอาหารและไรเดอร์เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม หรือ GP (Gross Profit) โดยผู้ร้องเรียนบางส่วนระบุว่าแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมโดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลอย่างเพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการวางแผนต้นทุนและประเมินผลกำไรได้ยากขึ้น
ตามข้อมูลที่ กขค. เปิดเผย ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหารประมาณ 90% เป็นประเด็นเกี่ยวกับค่า GP จึงเตรียมกำหนดหลักเกณฑ์ให้การเรียกเก็บและการเปลี่ยนแปลงค่าบริการมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น
เปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนใช้จริงในเดือนธันวาคม
แผนดำเนินงานของ กขค. กำหนดเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม–20 พฤศจิกายน 2569 ก่อนรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาร่างประกาศฉบับสมบูรณ์
ตามกำหนดการที่รายงานไว้ กขค. ตั้งเป้าให้มีการลงนามประกาศภายในวันที่ 4 ธันวาคม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวเป็นแผนที่คาดการณ์ไว้ ณ วันที่มีการรายงานข่าว ไม่ใช่การยืนยันว่าประกาศมีผลใช้บังคับแล้ว
สาระสำคัญของร่างประกาศคือการกำกับโครงสร้างค่าบริการหลายประเภทที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ ซึ่งรวมถึงค่าบริการในการให้บริการ ส่วนแบ่งรายได้หรือ GP ประโยชน์อื่นใด และค่ารอคอย โดยผู้ให้บริการต้องสามารถแสดงข้อมูลและอธิบายปัจจัยที่ใช้กำหนดหรือปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการได้อย่างสมเหตุสมผล
ปัจจัยที่อาจนำมาใช้อธิบายประกอบ ได้แก่ ต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจที่มาของการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมได้ชัดเจนขึ้น
ย้ำไม่ใช่การคุมราคา แต่กำกับความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ประเด็นสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดคือ การกำกับค่า GP ครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมตายตัว แต่เป็นการวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับโครงสร้างค่าบริการและการชี้แจงเหตุผลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
แนวทางดังกล่าวมุ่งป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีอำนาจตลาดใช้เงื่อนไขทางการค้าโดยขาดความโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มรายเล็กและรายใหม่แข่งขันได้มากขึ้น
ขอบเขตการกำกับตามร่างประกาศมุ่งเน้นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาด โดยรายงานข่าวระบุชื่อแพลตฟอร์มอย่าง Grab, LINE MAN และ Bolt เป็นกลุ่มที่ต้องชี้แจงรายละเอียดค่าธรรมเนียมตามแนวทางที่กำลังจัดทำ
การพิจารณาอำนาจตลาดต้องอาศัยเกณฑ์และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดูจากขนาดธุรกิจหรือชื่อเสียงของแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee และ Lazada ยังมีรูปแบบธุรกิจแตกต่างจากบริการเรียกรถและส่งอาหาร จึงอยู่ในแนวทางกำกับดูแลอีกชุดหนึ่ง แม้จะมีประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขทางการค้าที่ต้องพิจารณาเช่นกัน
ผลกระทบต่อ 3 กลุ่มธุรกิจที่ต้องจับตา
1. ร้านอาหารและร้านค้า: ต้นทุนต้องคาดการณ์ได้มากขึ้น
สำหรับร้านอาหารที่พึ่งพาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ค่า GP เป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณกำไรต่อคำสั่งซื้อ หากค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงโดยไม่สามารถประเมินได้ล่วงหน้า ร้านค้าอาจต้องปรับราคาขาย ลดงบส่งเสริมการตลาด หรือรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น
หากหลักเกณฑ์ใหม่ช่วยให้การปรับค่าธรรมเนียมมีเหตุผลชัดเจนขึ้น ร้านอาหารก็อาจวางแผนต้นทุนและต่อรองเงื่อนไขทางธุรกิจได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปได้ว่าค่า GP จะลดลงหรือร้านค้าจะมีผลกำไรเพิ่มขึ้นทันที เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกติกาและเงื่อนไขทางการค้าของแต่ละแพลตฟอร์ม
2. ไรเดอร์: ต้องพิจารณาทั้งค่าธรรมเนียมและระบบจัดสรรงาน
ไรเดอร์เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างค่าบริการและเงื่อนไขการทำงาน โดยเฉพาะกรณีที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากหลายฝ่าย หรือมีการจัดงานพ่วงหลายคำสั่งซื้อในการเดินทางครั้งเดียว
นอกจากค่า GP แล้ว ประเด็นที่เกี่ยวข้องยังรวมถึงค่ารอคอย การจัดสรรงานผ่านระบบอัลกอริทึม และเงื่อนไขการรับงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ต่อรอบและความคุ้มค่าของการทำงาน
การกำกับดูแลจึงต้องพิจารณาภาพรวมของระบบนิเวศ ไม่ใช่เฉพาะอัตราค่าธรรมเนียมรายการใดรายการหนึ่ง
3. ผู้บริโภค: ราคาสินค้าและค่าจัดส่งยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
ผู้บริโภคอาจได้รับผลทางอ้อมจากการเปลี่ยนแปลงต้นทุนของร้านค้าและแพลตฟอร์ม แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่ามาตรการกำกับค่า GP จะทำให้ราคาอาหารหรือค่าจัดส่งลดลงโดยอัตโนมัติ
ราคาสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าบริการของแพลตฟอร์ม และการแข่งขันในตลาด หากกติกาใหม่ช่วยให้ตลาดมีการแข่งขันที่เป็นธรรมขึ้น ผลประโยชน์ต่อผู้บริโภคจะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผ่านมายังราคาและคุณภาพบริการได้มากน้อยเพียงใด
โจทย์ใหญ่ของแพลตฟอร์มดิจิทัล คือความโปร่งใสและการแข่งขันระยะยาว
การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้ธุรกิจจำนวนมากสามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยไม่ต้องสร้างระบบจัดส่งหรือช่องทางขายด้วยตนเองทั้งหมด แต่ในอีกด้านหนึ่ง การพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้นทำให้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมและระบบการจัดสรรงานมีอิทธิพลต่อรายได้ของร้านค้าและผู้ให้บริการมากขึ้นเช่นกัน
ความท้าทายของการกำกับดูแลจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ การรักษาแรงจูงใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยี และการเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด
หากหลักเกณฑ์สามารถทำให้การกำหนดค่าธรรมเนียมตรวจสอบได้ โดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อการแข่งขัน ก็อาจช่วยให้ระบบนิเวศแพลตฟอร์มมีความสมดุลมากขึ้นในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงวันเริ่มบังคับใช้ แต่คือรายละเอียดของหลักเกณฑ์และผลในทางปฏิบัติ ว่าแพลตฟอร์มต้องเปิดเผยข้อมูลระดับใด การปรับค่าธรรมเนียมจะต้องผ่านกระบวนการอย่างไร และผู้ประกอบการรายย่อยจะได้รับประโยชน์จากความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

