
พาณิชย์เกาะติดยอดเลิกกิจการพุ่ง คาดครึ่งปีหลัง 2569 สัญญาณปิดตัวเพิ่มขึ้น
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ตัวเลขจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ สะกิดใจ: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม–มิถุนายน) มีธุรกิจเลิกกิจการรวมสูงถึง 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกสะสมสูงถึง 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 224% (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2569) ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติในรายงานประจำปี แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเห็นในรอบหลายปี
ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น คือผู้เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจต่างเชื่อว่าตัวเลขนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุด แนวโน้มการปิดกิจการมีโอกาสรุนแรงขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยมีแรงฉุดมาจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งปัญหาสภาพคล่องเรื้อรัง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
บทความนี้วิเคราะห์สาเหตุเชิงโครงสร้างของปรากฏการณ์นี้ ผลกระทบที่อาจลุกลามไปยังภาพรวมเศรษฐกิจ และแนวทางที่ผู้บริหาร นักลงทุน และผู้วางแผนกลยุทธ์ควรเตรียมรับมือ
DBD รายงานธุรกิจเลิกกิจการครึ่งปีแรก 2569 จำนวน 7,024 ราย (+12.49%) ด้วยทุนจดทะเบียนเลิกกว่า 98,857 ล้านบาท — พุ่งขึ้น 224% จากปีก่อน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2569)
ทำไมธุรกิจไทยถึงล้มมากขึ้น — สภาพคล่องคือตัวการหลัก
ปัญหาหลักที่ผลักให้ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดประตูคือ ปัญหาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Siamsafety, 2569)
ปรากฏการณ์นี้สร้าง วงจรอุบาทว์ ที่แก้ยาก: เศรษฐกิจชะลอตัว → รายได้ธุรกิจหดตัว → สภาพคล่องตึงตัว → ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ → ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนยากขึ้น → ยิ่งไม่มีแรงประคองตัว กลุ่มที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่:
- ภาคการผลิตดั้งเดิม ซึ่งมีต้นทุนคงที่สูงและปรับตัวเชิงโครงสร้างได้ยาก
- ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) ที่มีเงินสำรองจำกัด
- กิจการที่พึ่งพารายได้จากตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยไม่มีฐานส่งออกรองรับ
ข้อมูลของ DBD ยังระบุชัดถึงกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเลิกกิจการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในครึ่งปีแรก ได้แก่ ธุรกิจติดตั้งไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 58.93%, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 26.58% และ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป เพิ่มขึ้น 22.67% สะท้อนว่ากลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้างและอสังหาฯ มีความเปราะบางสูงเป็นพิเศษ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2569)
สิ่งที่น่าสังเกตคือหลายกิจการที่ปิดตัวในช่วงนี้ "ไม่ได้ต้องการปิด" — แต่ไม่สามารถทนทานต่อแรงกดดันทางการเงินที่สะสมมาได้อีกต่อไป (Siamsafety, 2569)
SCB EIC ชี้: เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังยังเปราะบาง — พร้อมระบุความเสี่ยง 4 ด้าน
ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคไม่ได้ให้ความหวังมากนัก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุไว้ใน EIC Monthly Insight ฉบับเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยใน H2/2569 จะขยายตัวช้ากว่าครึ่งปีแรกและยังเปราะบาง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่แรงส่งจากภาครัฐจะแผ่วลง
SCB EIC ระบุชัดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2569 จะเติบโตต่ำกว่าครึ่งแรก และไตรมาส 4 คือจุดเปราะบางที่สุด — เมื่อแรงส่งภาครัฐลดลงพร้อมกับความเสี่ยงภายนอกที่เพิ่มขึ้น
SCB EIC ระบุความเสี่ยงหลักที่จะกดดันเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีไว้ 4 ด้าน ได้แก่:
- สงครามตะวันออกกลาง ที่กลับมาตึงเครียดและอาจยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและกระทบต้นทุนธุรกิจโดยตรง
- ภาษีนำเข้ามาตรา 301 ของสหรัฐฯ ที่ไทยมีความเสี่ยงถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% รวมถึงประเด็นแรงงานภาคบังคับ (Forced labour) และกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่ม 16 ประเทศที่ถูกสอบสวน
- ภาวะการเงินโลกตึงตัว โดย Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% ตลอดปี ขณะที่ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งสู่ 2.5% ทำให้ต้นทุนการเงินโลกยังไม่ผ่อนคลายได้เร็ว
- ความเสี่ยง Super El Niño ที่อาจกดดันผลผลิตภาคเกษตรและซ้ำเติมต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ SCB EIC ยังชี้ว่า ครัวเรือนและ SME ยังเผชิญภาวะการเงินตึงตัวต่อเนื่อง แม้ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปีเพื่อประคองเศรษฐกิจก็ตาม สภาพการขยายตัวที่ "ยังไม่ทั่วถึงและต่ำกว่าระดับศักยภาพ" ย่อมหมายความว่าธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องจะยังไม่ได้รับแรงบรรเทาจากสภาพแวดล้อมมหภาคในเร็วๆ นี้ (Economic Intelligence Center, 2569)
ผลกระทบที่ใหญ่กว่า: จากธุรกิจปิดตัว สู่เศรษฐกิจทรงตัว
การปิดตัวของธุรกิจ 7,024 ราย ไม่ได้จบแค่ที่ตัวเลขในฐานข้อมูลของ DBD สัญญาณที่น่ากังวลกว่าคือผลกระทบที่ลุกลามเป็นลูกโซ่:
- การจ้างงานชะลอตัว เมื่อผู้ประกอบการไม่มั่นใจในอนาคต การจ้างพนักงานใหม่ย่อมหยุดชะงัก
- การลงทุนภาคเอกชนอ่อนแรง นักลงทุนชะลอการตัดสินใจในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน
- กำลังซื้อในระบบลดลง เมื่อธุรกิจปิดตัวและการจ้างงานหด การบริโภคภายในประเทศก็อ่อนแรงตาม
ตัวเลขธุรกิจปิดตัวเป็นดัชนีชี้นำ (leading indicator) ที่บ่งบอกสุขภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง — ผู้บริหารและนักลงทุนควรติดตามตัวเลขนี้อย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
ในภาพรวม ปรากฏการณ์นี้อาจนำไปสู่ ภาวะเศรษฐกิจไทยทรงตัว ที่ยืดเยื้อ หากไม่มีมาตรการกระตุ้นที่มีน้ำหนักเพียงพอ
ทางออกระยะสั้น: รัฐบาลและผู้ประกอบการต้องร่วมกันเดิน
สถานการณ์นี้ต้องการการตอบสนองจากทั้งสองฝั่ง:
ฝั่งนโยบายรัฐ: มาตรการที่มีความเป็นไปได้สูงและน่าจับตา คือการขยาย โครงการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับธนาคารและเปิดทางให้ธุรกิจที่มีศักยภาพแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ อย่างไรก็ตาม SCB EIC ชี้ว่าพื้นที่นโยบายการคลังเริ่มจำกัดมากขึ้น สะท้อนจากงบประมาณปี 2570 ที่ขยายตัวเพียง 0.2% และงบลงทุนที่หดตัวถึง -8.4% จากปีก่อนหน้า ขณะที่เม็ดเงินช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทย จะช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงในไตรมาส 3 เท่านั้น (Economic Intelligence Center, 2569)
ฝั่งผู้ประกอบการและนักลงทุน: DBD ระบุปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ กำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น (พลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า ต้นทุนทางการเงิน) และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่จะกระทบการส่งออก (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2569) การรอให้สถานการณ์ดีขึ้นเองจึงอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในขณะนี้ แนวทางที่ควรเร่งดำเนินการ ได้แก่:
- ทบทวนโครงสร้างต้นทุน อย่างจริงจัง — ระบุจุดที่ลดได้โดยไม่กระทบศักยภาพระยะยาว
- มองหาโอกาสใหม่ ในตลาดหรือกลุ่มลูกค้าที่ยังมีกำลังซื้อ
- บริหารเงินสดอย่างมีวินัย — รู้ว่า runway คงเหลือเท่าไร และวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือน
บทสรุป: โอกาสรับมือยังพอมี แต่เวลาเริ่มเหลือน้อยลงทุกที
ตัวเลข 7,024 ราย ในครึ่งปีแรกของปี 2569 ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นสัญญาณที่ผู้นำธุรกิจและนักลงทุนต้องอ่านให้ออก ก่อนที่ครึ่งปีหลังจะเพิ่มตัวเลขนี้ขึ้นไปอีก
สิ่งที่แยกธุรกิจที่รอดออกจากธุรกิจที่ไม่รอด ในช่วงเวลาแบบนี้ มักไม่ใช่ขนาดหรือทุนจดทะเบียน แต่คือ ความเร็วในการปรับตัว และ ความชัดเจนของกลยุทธ์การเงินระยะสั้น คำถามที่ผู้บริหารทุกคนควรถามตัวเองตอนนี้คือ: ถ้าสถานการณ์เลวร้ายลงอีก 20% ในไตรมาสหน้า — องค์กรเราพร้อมแค่ไหน?
ข้อมูลอ้างอิง:
อ้างอิง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2569, 16 กรกฎาคม). บริษัทตั้งใหม่ มิ.ย.69 7,979 ราย เพิ่ม 13.61% ครึ่งปีทะลุ 44,773 ราย เพิ่ม 2.13% [ข่าวกรม Press Release ฉบับที่ 16 กรกฎาคม 2569]. กระทรวงพาณิชย์. https://chainat.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/175879
Economic Intelligence Center (EIC). (2569, 23 กรกฎาคม). เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นบ้างในเดือน มิ.ย. ก่อนสงครามอิหร่านกลับมาตึงเครียดในเดือนนี้ จับตากำแพงภาษีสหรัฐฯ ระลอกใหม่ [SCB EIC Monthly Insight]. ธนาคารไทยพาณิชย์. https://www.scbeic.com/th/detail/product/eic-monthly-0726
Siamsafety. (2569, 10 สิงหาคม). ภาคการผลิตดั้งเดิม เสี่ยงปิดโรงงาน ผวาสายป่านธุรกิจสั้น. Siamsafety. https://www.siamsafety.com/index.php?page=news/news10082026&news_id=15811&ps_session=5da90c050fa0ec9ba81b437cbae2ae1d
แกลเลอรีรูปภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โอกาสใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ
ประเทศไทยพยายามหาโมเดลใหม่ เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดความหลากหลาย บาลานซ์ และรองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ควบคุมได้ยาก และหาทางแก้ไม่ง่าย ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดการพัฒนา “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ” (Thailand’s Economic Corridors) พื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการค้า การลงทุน และการจ้างงานในพื้นที่ ตลอดจนกระจายความเจริญไปยังเมืองต่าง ๆ

ผลศึกษาล่าสุด “แลนด์บริดจ์” เดิมพันเศรษฐกิจครั้งใหญ่รัฐบาลแพทองธาร
วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้มีมติรับทราบสรุปผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่อง การศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โครงการแลนด์บริดจ์” ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ

การเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก: 3 บทเรียนจากวิกฤต ที่ธุรกิจต้องเข้าใจในยุคพลังงานผันผวน
รายงาน World Economic Forum เผย 3 บทเรียนจากวิกฤตโควิด สงครามยูเครน และความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่พลิกโฉมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก พร้อมนัยสำคัญที่ผู้นำธุรกิจต้องรู้เรื่องต้นทุนพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์แร่ธาตุวิกฤต

เปิดโมเดล EECiti เมกะโปรเจกต์แห่งทศวรรษ 5.3 แสนล้าน
เปิดโมเดล EECiti เมกะโปรเจกต์ 5.3 แสนล้านบาทในพื้นที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี พัฒนาเมืองอัจฉริยะรองรับ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างงาน 50,000 ตำแหน่ง และรองรับประชากร 100,000 คนภายในปี 2575 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ EEC สู่อนาคต

วิกฤตการณ์ที่หยุดการเติบโตของประเทศไทย: วิเคราะห์บาดแผลปี 2540 สู่กับดักปัจจุบันผ่านมุมมองต่างชาติ
วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาเศรษฐกิจไทยผ่านมุมมองต่างชาติ ที่สะท้อนบาดแผลจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 สู่โครงสร้างการผูกขาด ความเหลื่อมล้ำที่ติดอันดับโลก ปัญหาสังคมสูงวัยแบบแก่ก่อนรวย และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและนวัตกรรมใหม่ จนเปรียบเสมือนตึกร้างสาทรยูนีคที่หยุดชะงักและขาดความกล้าที่จะเติบโตต่อ

Monday Recap 8-21 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-21 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด
































