พาณิชย์ดันคอนเทนต์ไทยบุก ACFM 2026 ปูซาน นำ 20 บริษัทเจรจาธุรกิจ ตั้งเป้ามูลค่าการค้า 500 ล้านบาทใน 5 ปี

พาณิชย์ดันคอนเทนต์ไทยบุก ACFM 2026 ปูซาน นำ 20 บริษัทเจรจาธุรกิจ ตั้งเป้ามูลค่าการค้า 500 ล้านบาทใน 5 ปี

สรุปประเด็น

  • พาณิชย์นำ 20 ผู้ประกอบการไทยบุกงาน ACFM 2026 ณ เมืองปูซาน ภายใต้สถานะประเทศเกียรติยศ (Country of Honor) ประเทศแรกของงาน

  • ชูศักยภาพภาพยนตร์ ซีรีส์ และบริการเกี่ยวเนื่อง ขยายช่องทางผ่านการขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และการร่วมผลิตกับพันธมิตรระดับโลก

  • คัดเลือกภาพยนตร์ไทย 5 เรื่อง นำเสนอทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับการสร้างใหม่ (Remake IP) เชื่อมโยงผู้สร้างกับนักลงทุนใน Busan Story Market

  • ตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาการค้าภายใน 5 ปี ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ต่อเนื่องจากความสำเร็จปี 2568 ที่ทำได้กว่า 544.39 ล้านบาท

  • มุ่งเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ไทยให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ไทยคว้า Country of Honor ประเทศแรกของงาน ชูศักยภาพภาพยนตร์ ซีรีส์ และ Remake IP เชื่อมโยงผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรระดับโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ

อุตสาหกรรมคอนเทนต์เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ ทั้งการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และซีรีส์ การร่วมผลิตกับพันธมิตรต่างชาติ และการให้บริการด้านการผลิต ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายตลาดคอนเทนต์ไทยผ่านงาน Asian Contents & Film Market (ACFM) 2026 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 โดยนำผู้ประกอบการไทย 20 บริษัทเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมตั้งเป้ามูลค่าการเจรจาการค้าภายใน 5 ปี ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน พร้อมด้วยนายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้เข้าถึงตลาดสากลและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

ACFM 2026 เวทีระดับโลก เปิดพื้นที่ให้คอนเทนต์ไทย

งาน Asian Contents & Film Market 2026 เป็นเวทีเจรจาการค้าสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และบริการที่เกี่ยวข้อง จัดควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (Busan International Film Festival: BIFF) ซึ่งเป็นพื้นที่พบปะของผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาจากนานาประเทศ

ในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเลือกเป็น Country of Honor หรือประเทศเกียรติยศของงานเป็นประเทศแรก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอผลงาน ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และศักยภาพเชิงพาณิชย์ต่อผู้ซื้อและพันธมิตรต่างชาติ

การเข้าร่วมครั้งนี้ดำเนินการโดย DITP โดยมุ่งขยายช่องทางรายได้ของผู้ประกอบการไทยผ่านการขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย การร่วมผลิต และบริการด้านการผลิต ตลอดจนสร้างเครือข่ายธุรกิจที่ช่วยให้ผลงานไทยเข้าถึงผู้ชมและตลาดใหม่ได้มากขึ้น

20 บริษัทไทยร่วม Business Matching ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม

DITP นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานรวม 20 บริษัท แบ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ 12 บริษัท ผู้ผลิตรายการและละครโทรทัศน์ 6 บริษัท และผู้ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2 บริษัท

ภายในงานมีการจัดกิจกรรม Business Matching ภายใต้ Thailand Pavilion พื้นที่ 144 ตารางเมตร ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอผลงาน เจรจาธุรกิจ และสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าต่างประเทศอย่างเป็นระบบ

การรวมผู้ประกอบการจากหลายสาขาไว้ในพื้นที่เดียวกันช่วยสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ตั้งแต่การสร้างผลงานต้นฉบับ การผลิตและจัดจำหน่าย ไปจนถึงบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นความร่วมมือทางธุรกิจได้หลายรูปแบบ

ชูภาพยนตร์ไทย 5 เรื่อง ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาสู่ Remake IP

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการนำภาพยนตร์ไทย 5 เรื่อง ที่ได้รับคัดเลือกไปนำเสนอทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับการสร้างใหม่ หรือ Remake IP ในส่วน Busan Story Market เพื่อเชื่อมโยงผู้สร้างผลงานกับนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก

การขายสิทธิ Remake เปิดโอกาสให้เรื่องราวหรือผลงานต้นฉบับของไทยได้รับการนำไปพัฒนาเป็นภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ในตลาดต่างประเทศ ช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา นอกเหนือจากรายได้จากการจำหน่ายผลงานฉบับเดิม

สำหรับผู้ประกอบการ การต่อยอด IP ให้เกิดมูลค่าในระดับนานาชาติต้องอาศัยการบริหารสิทธิที่ชัดเจน คุณภาพของเนื้อหา และความเข้าใจในความต้องการของตลาดเป้าหมาย หากสามารถจับคู่ผลงานกับผู้ลงทุนหรือผู้ผลิตที่เหมาะสมได้ ก็มีโอกาสขยายรายได้และสร้างความร่วมมือระยะยาว

ปี 2568 เจรจาการค้า 544.39 ล้านบาท ปี 2569 ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

ข้อมูลจาก DITP ระบุว่า ในปี 2568 ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วม ACFM เกิดการจับคู่เจรจาการค้า 244 คู่ มีมูลค่ารวม 544.39 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าซื้อขายทันที มูลค่าคาดการณ์ภายใน 1 ปี และมูลค่าคาดการณ์ภายใน 2–5 ปี มูลค่าการเจรจาการค้า ซื้อขายทันที 67.08 ล้านบาทคาดการณ์ภายใน 1 ปี 164.77 ล้านบาท คาดการณ์ภายใน 2–5 ปี 312.54 ล้านบาท มูลค่ารวม

สำหรับปี 2569 DITP คาดว่าจะเกิดมูลค่าการเจรจาการค้าภายใน 5 ปีไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ครอบคลุมการซื้อขาย การร่วมผลิต การให้บริการด้านการผลิต และการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่ตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการเจรจาและมูลค่าคาดการณ์ไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด ความสำเร็จจึงต้องติดตามจากการปิดข้อตกลง การซื้อขายลิขสิทธิ์ การเริ่มโครงการร่วมผลิต และการเกิดรายได้จริงหลังจบงาน

เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ไทยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ไทยมีศักยภาพสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ ทั้งการขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย การร่วมผลิต และบริการด้านการผลิต โดย DITP จะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลก เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายการยอมรับผลงานไทยในระดับสากล

เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างรายได้ การลงทุน และมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับสู่ประเทศ

การขยายตลาดคอนเทนต์ไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำผลงานไปเผยแพร่ในต่างประเทศ แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้ผลิต เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้จัดจำหน่าย และนักลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากผลงานเดิมและพัฒนาโครงการใหม่ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก

การเข้าร่วม ACFM 2026 ภายใต้สถานะ Country of Honor จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการรับรู้ต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ขณะที่โจทย์ระยะต่อไปคือการเปลี่ยนการเจรจาให้เป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง และทำให้ผลงานสร้างสรรค์ของไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลอ้างอิง:

“พาณิชย์” เปิดเกมรุกคอนเทนต์ไทยใน ACFM 2026 https://www.ditp.go.th/post/ditpnew/citicx20zoa8bh5a3dyhcfqg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์ สั่งการกรมการค้าภายในตั้ง War Room กระจายสินค้าจำเป็น พร้อมขอชะลอส่งออกไข่ไก่คุมเสถียรภาพราคาหลังกระทบน้ำท่วม

กระทรวงพาณิชย์ สั่งการกรมการค้าภายในตั้ง War Room กระจายสินค้าจำเป็น พร้อมขอชะลอส่งออกไข่ไก่คุมเสถียรภาพราคาหลังกระทบน้ำท่วม

กระทรวงพาณิชย์สั่งการกรมการค้าภายในตั้ง War Room บริหารจัดการและประสานการกระจายสินค้าจำเป็นในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมขอความร่วมมือผู้ส่งออกชะลอส่งออกไข่ไก่ 30–50% เพื่อเพิ่ม Supply และรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ มุ่งแก้จุดคอขวดใน Food Supply Chain

6 นาที
ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2570: ส่งออกยังโต แต่ถึงเวลาผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่

ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2570: ส่งออกยังโต แต่ถึงเวลาผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่

เจาะลึกภาพรวมการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยปี 2570 เมื่อเกมราคาแบบ OEM ถึงทางตัน ผู้ประกอบการต้องเผชิญด่านหินจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ และกฎสิ่งแวดล้อมเข้มงวดของยุโรปอย่าง EUDR และ DPP ทางรอดเดียวคือการเร่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ชูความยืดหยุ่นผลิตแบบ Small Lot และลงทุนระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อรักษาตลาด

13 นาที
โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" เพื่อสนับสนุน SME และสร้างงาน

โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" เพื่อสนับสนุน SME และสร้างงาน

โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" ซึ่งริเริ่มโดยกระทรวงพาณิชย์และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยผนึกกำลังกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคเอกชน ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้นโยบาย "ไทยช่วยไทย" ของรัฐบาล

6 นาที
ไทยพลิกโฉมครัวโลก ด้วยนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

ไทยพลิกโฉมครัวโลก ด้วยนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย จาก “ครัวของโลก” สู่ ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งเอเชีย ผ่านเทคโนโลยีอาหาร ความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต

9 นาที
โอกาสทอง Tech Startup ไทย! DITP  ชวนบินลัดฟ้าขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง ในงาน Expand North Star 2026 ณ ดูไบ

โอกาสทอง Tech Startup ไทย! DITP ชวนบินลัดฟ้าขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง ในงาน Expand North Star 2026 ณ ดูไบ

โอกาสครั้งสำคัญของ Tech Startup ไทย! DITP ชวนร่วมโครงการขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง บินลัดฟ้าเจรจาการค้าและ Pitching ในงาน Expand North Star 2026 ณ นครดูไบ ระหว่างวันที่ 6-11 ธันวาคม 2569 เปิดรับสมัครเพียง 10 รายเท่านั้น เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

4 นาที
DITP แนะผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยปรับมาตรฐาน เจาะตลาดจีนมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาท

DITP แนะผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยปรับมาตรฐาน เจาะตลาดจีนมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาท

DITP แนะผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยปรับกลยุทธ์รับมือตลาดจีนปี 2569 มูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาท หลังพฤติกรรมผู้บริโภคขยับสู่ Rational Consumption เน้นประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และส่วนผสม ชูการเปลี่ยนจาก Marketing-led สู่ R&D-led พร้อมใช้ Cross-Border E-Commerce (CBEC) เป็นประตูทดลองตลาดก่อนขยายการลงทุน

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง