
ไทยเครดิตปักหมุด Quality Growth หลังโกยกำไรสูงสุด หนุน Micro SMEs เข้าถึงสินเชื่อดิจิทัล
สรุปประเด็น
ธนาคารไทยเครดิตเดินหน้าแผนปี 2569 มุ่งเน้น "Quality Growth" และ "Digital Core Banking" หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมดันพอร์ตสินเชื่อโตสองหลัก การยกระดับสู่ดิจิทัลครั้งใหญ่นี้จะช่วย SMEs และ Micro SMEs เข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนธุรกิจเชิงรุกสำหรับปี 2569 โดยชูกลยุทธ์หลัก "Quality Growth" ควบคู่กับการยกระดับสู่ "Digital Core Banking" การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากธนาคารสร้างผลงานโดดเด่นในปี 2568 ด้วยการทำ กำไรสุทธิสูงถึง 4,016 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) พร้อมรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ได้อย่างแข็งแกร่งที่ 16% ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของธนาคาร แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนแผนธุรกิจใหม่ที่เน้นคุณภาพและการใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักเพื่อสร้างความยั่งยืน
กลยุทธ์ "Digital Core Banking" และการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Micro ของธนาคารไทยเครดิตนับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และ Micro SMEs ทั่วประเทศ การยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัลครั้งใหญ่จะช่วยให้การเข้าถึงบริการทางการเงิน ทั้งสินเชื่อและการบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่อาจประสบปัญหาจากระบบดั้งเดิม การเคลื่อนไหวนี้จะปลดล็อกโอกาสให้ SMEs สามารถก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันและดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด "Quality Growth" ที่ธนาคารนำมาใช้ โดยเน้นการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
สำหรับปี 2569 ธนาคารไทยเครดิตตั้งเป้าผลักดันพอร์ตสินเชื่อให้ "โตสองหลัก" ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของระบบ Core Banking และ Digital Banking ที่จะได้รับการเสริมทัพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการทางการเงินนี้ไม่เพียงแต่จะยกระดับขีดความสามารถของธนาคารเอง แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ ธนาคารไทยเครดิต เป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในทุกขนาด ด้วยเครื่องมือและบริการที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DIT เตรียมควบคุมสินค้าเพิ่ม 12 รายการ พร้อมรับมือผลกระทบต่อ SME จากวิกฤตตะวันออกกลาง
กรมการค้าภายในเตรียมพิจารณาเพิ่มน้ำดื่มและเม็ดพลาสติกเป็นสินค้าควบคุม เพื่อรับมือต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมบรรเทาภาระแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค

บทบาทของ NITMX ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยและผลกระทบต่อ SMEs
NITMX คือผู้ขับเคลื่อนหลักของระบบการเงินดิจิทัลไทยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยนวัตกรรม PromptPay, PromptBiz และ Cross-Border QR Payment ที่ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจและสนับสนุน SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

บสย. เผยผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ไตรมาส 1/2569 เติบโต 2.87 เท่า
บสย. โชว์ผลงานค้ำประกันสินเชื่อไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตถึง 2.87 เท่า หนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยรักษาการจ้างงาน และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 9.6 หมื่นล้านบาท

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

กรอ. ตั้งเป้าดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี พร้อมแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลกระทบต่อ SME
กรอ. ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2581 ด้วยกลยุทธ์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน และผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน

ยุคเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย: ธุรกิจขนาดเล็กปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนัก
รายงานสภาพัฒน์เผย เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่าน SMEs ปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนักหลบกำแพงภาษี วิเคราะห์อุตสาหกรรมดาวรุ่ง-ดาวร่วงหลังโควิด และมาตรการรองรับจากภาครัฐสำหรับธุรกิจไทย
