กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับเครือข่าย TISC ผนึกความร่วมมืออาเซียน หนุน SME และสตาร์ทอัพไทยใช้สิทธิบัตรต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับเครือข่าย TISC ผนึกความร่วมมืออาเซียน หนุน SME และสตาร์ทอัพไทยใช้สิทธิบัตรต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์

สรุปประเด็น

  • ยกระดับ TISC เชื่อมเครือข่ายภูมิภาค: กรมทรัพย์สินทางปัญญาพัฒนาศูนย์ TISC ร่วมกับ WIPO และอาเซียน เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ข้อมูลสิทธิบัตรและยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรม

  • ขยายบทบาทสู่ตัวกลางเชื่อมนวัตกรรมกับตลาด: ปรับ TISC จากศูนย์บริการข้อมูลสู่ตัวกลางช่วยผู้ประกอบการใช้ Patent Intelligence วางกลยุทธ์ธุรกิจและลดข้อผิดพลาดในการยื่นคำขอ

  • ยอดคำขอสิทธิบัตรโตแต่ต้องเน้นคุณภาพ: ปี 2568 ยอดคำขอสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรไทยแตะ 13,330 คำขอ (+7.41%) โดยต้องเร่งผลักดันการนำงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์

  • ผลักดัน IP Valuation เปิดประตูสู่แหล่งทุน: ส่งเสริมการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อใช้เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ช่วย SME และ Startup เข้าถึงโอกาสการระดมทุนและการลงทุนใหม่

เมื่อการแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันเพียงต้นทุนหรือกำลังการผลิต แต่ขยับไปสู่ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ความสามารถในการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของประเทศ

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านการยกระดับเครือข่าย ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation Support Center: TISC) ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเชื่อมโยงกับความร่วมมือระดับอาเซียนและ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ข้อมูลสิทธิบัตร การคุ้มครองนวัตกรรม และการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ในการประชุม WIPO TISC Regional Meeting for Strengthening the ASEAN TISC Network ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 3–6 กุมภาพันธ์ 2569 มีการหารือแนวทางพัฒนาเครือข่าย TISC ของอาเซียนให้สอดคล้องกับ ASEAN IPR Action Plan 2026–2030 พร้อมพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านการยกระดับบุคลากร ASEAN IP Marketplace และการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสนับสนุนการนำ IP ไปใช้ประโยชน์และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

โจทย์ของระบบทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ไม่ได้จบที่ “จดสิทธิบัตรได้หรือไม่” แต่คือ “สิทธิบัตรนั้นสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร”

TISC จากศูนย์ให้ข้อมูล สู่ตัวกลางเชื่อมนวัตกรรมกับตลาด

บทบาทของ TISC กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะ ตัวกลางระหว่างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ

หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลสิทธิบัตรและนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ตั้งแต่การตรวจสอบว่าเทคโนโลยีใดมีอยู่แล้ว การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงการประเมินแนวทางในการคุ้มครองผลงานของตนเอง

กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าพัฒนาทักษะของเครือข่ายในด้าน Prior Art Search หรือการตรวจค้นข้อมูลสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพคำขอและลดปัญหาคำขอที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กระบวนการคุ้มครองนวัตกรรมใช้เวลานานขึ้น

การทำให้ TISC มีความสามารถด้านนี้มากขึ้นจึงมีความหมายมากกว่าการให้บริการข้อมูล เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ Patent Intelligence เป็นส่วนหนึ่งของการวางกลยุทธ์ธุรกิจได้

13,330 คำขอ สะท้อนฐานนวัตกรรมที่กำลังขยายตัว

ข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีการยื่นคำขอรับ สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร 13,330 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.41% จาก 12,410 คำขอในปี 2567 โดยเป็นคำขอจากผู้ยื่นต่างชาติ 59.3% และผู้ยื่นชาวไทย 40.7%

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า กิจกรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีฐานที่ขยายตัวขึ้น แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการยกระดับ “คุณภาพ” และ “การใช้ประโยชน์” จากทรัพย์สินทางปัญญา

โดยเฉพาะคำขอของไทยที่ส่วนใหญ่เป็น อนุสิทธิบัตร และมีสถาบันการศึกษาเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่กรมฯ พบว่าคำขอบางส่วนยังมีปัญหาด้านความครบถ้วนหรือรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ทำให้ต้องใช้เวลาในการแก้ไขและอาจทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการพัฒนา TISC และบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญา จึงมีความสำคัญตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงช่วยให้ยื่นคำขอได้ถูกต้อง แต่ยังช่วยให้นักวิจัยและผู้ประกอบการมองเห็นเส้นทางจาก “ผลงานวิจัย” ไปสู่ “ผลิตภัณฑ์และธุรกิจ” ได้ชัดเจนขึ้น

จาก Research สู่ Commercialization ต้องมีตัวกลางที่แข็งแรง

หนึ่งในปัญหาที่ระบบนวัตกรรมหลายประเทศต้องเผชิญคือ ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับตลาด

งานวิจัยอาจมีศักยภาพทางเทคโนโลยี แต่หากขาดการประเมินตลาด การคุ้มครอง IP ที่เหมาะสม โมเดลธุรกิจ หรือพันธมิตรที่สามารถนำไปผลิตและทำตลาดได้ นวัตกรรมนั้นก็อาจไม่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพ

การพัฒนา TISC จึงมีบทบาทในการช่วยลดช่องว่างดังกล่าว ตั้งแต่ Patent Search → IP Protection → Technology Assessment → Technology Transfer → Commercialization

โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และ Startup ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านบุคลากร งบประมาณ และความเชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงองค์ความรู้และคำปรึกษาที่มีคุณภาพสามารถช่วยลดต้นทุนในการลองผิดลองถูก และทำให้การตัดสินใจลงทุนด้าน R&D มีข้อมูลรองรับมากขึ้น

ทรัพย์สินทางปัญญาจะสร้างมูลค่าได้สูงสุดเมื่อถูกนำมาใช้เป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่เพียงเอกสารรับรองการเป็นเจ้าของนวัตกรรม

ASEAN IP Network กับโอกาสของธุรกิจไทย

การเชื่อมโยง TISC ในระดับอาเซียนยังเปิดมิติใหม่ให้กับผู้ประกอบการ เพราะเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้จำกัดอยู่ภายในประเทศอีกต่อไป

ในการพัฒนาเครือข่าย TISC ระดับภูมิภาค WIPO ระบุถึงแนวคิดโครงการสำคัญ เช่น Capacity Building Framework, ASEAN IP Marketplace และ IP Valuation Capability Development ซึ่งมุ่งเสริมทั้งทักษะ การจับคู่ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และความสามารถในการประเมินมูลค่า IP เพื่อสนับสนุนการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้เชิงพาณิชย์และเชื่อมโยงกับการเข้าถึงเงินทุน

สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งเหล่านี้มีความหมายต่อการขยายตลาดและการร่วมมือข้ามพรมแดน ทั้งในรูปแบบ Licensing, Technology Transfer, Joint Development หรือ Strategic Partnership

ขณะเดียวกัน การมีข้อมูลสิทธิบัตรที่ดีขึ้นยังช่วยให้บริษัทสามารถศึกษาทิศทางเทคโนโลยี ตรวจสอบความเสี่ยงด้าน IP และหลีกเลี่ยงการลงทุนวิจัยที่ซ้ำซ้อนกับเทคโนโลยีที่มีผู้ถือสิทธิอยู่แล้ว

IP Valuation อาจเป็นกุญแจสู่แหล่งทุนใหม่

อีกประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อ SME และ Startup คือ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP Valuation)

ในธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ สินทรัพย์ของบริษัทอาจไม่ได้อยู่ในรูปเครื่องจักร อาคาร หรือที่ดินเท่านั้น แต่อาจอยู่ในรูป สิทธิบัตร ซอฟต์แวร์ องค์ความรู้ สูตร กระบวนการผลิต หรือเทคโนโลยีเฉพาะทาง

หากระบบสามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างเป็นมาตรฐานมากขึ้น IP ก็มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินและการระดมทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ WIPO และเครือข่าย ASEAN TISC กำลังให้ความสำคัญ

นี่จึงเป็นจุดที่ IP Policy เชื่อมต่อกับ Capital Market และ Startup Ecosystem อย่างชัดเจน เพราะเมื่อเทคโนโลยีสามารถถูกประเมินมูลค่าและบริหารจัดการได้ดีขึ้น ก็ย่อมเปิดทางให้เกิดรูปแบบความร่วมมือและการลงทุนใหม่ ๆ

จาก “จดให้ได้” สู่ “ใช้ให้เป็น”

ทิศทางการยกระดับ TISC ของไทยและความร่วมมือกับอาเซียนจึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของแนวคิดด้านทรัพย์สินทางปัญญา จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ การคุ้มครองสิทธิ ไปสู่การบริหาร IP ในฐานะ สินทรัพย์ทางธุรกิจ

สำหรับ SME และ Startup การมีระบบสนับสนุนที่เข้าถึงง่ายช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์ IP ได้ตั้งแต่ต้นทาง ขณะที่ภาคการศึกษาสามารถเพิ่มโอกาสให้งานวิจัยถูกนำออกจากห้องทดลองไปสู่ตลาด และภาคธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างความร่วมมือหรือการลงทุนต่อยอด

เป้าหมายของระบบนิเวศนวัตกรรมไม่ใช่การมีสิทธิบัตรจำนวนมากที่สุด แต่คือการทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเดินทางจาก “องค์ความรู้” ไปสู่ “ตลาด” และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

ท้ายที่สุด การเชื่อมโยง TISC ไทยกับเครือข่าย ASEAN และ WIPO จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา แต่เป็นการวางระบบสนับสนุนที่เชื่อม Research, IP, Technology Transfer, Investment และ Commercialization เข้าด้วยกัน

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผลงานนวัตกรรม แต่คือการสร้างกลไกที่ทำให้นวัตกรรมเหล่านั้น ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม ถูกนำไปใช้ประโยชน์ และสามารถเติบโตเป็นธุรกิจที่แข่งขันได้ในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.9% จับตาส่งออกหลังหมดแรงเร่งหนีภาษีสหรัฐฯ คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี

วิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.9% จับตาส่งออกหลังหมดแรงเร่งหนีภาษีสหรัฐฯ คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี

วิจัยกรุงศรีปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.9% สะท้อนภาพเศรษฐกิจโตแบบประคองตัวจากแรงกดดันภาษีนำเข้าสหรัฐฯ อุปสงค์โลกชะลอตัว และกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแรง ขณะที่การส่งออกส่อชะลอลงหลังหมดช่วงเร่งส่งออกล่วงหน้า คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปีเพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจ

8 นาที
สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

6 นาที
การฉลองครบรอบ 10 ปี AWEN Thailand และ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

การฉลองครบรอบ 10 ปี AWEN Thailand และ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (AWEN Thailand) และ สสธวท ร่วมฉลองวาระสำคัญครบรอบ 10 และ 50 ปี เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้ประกอบการสตรีไทยและเปิดประตูสู่โอกาสการเติบโตของ SMEs สตรีในระดับภูมิภาค

7 นาที
ม.บูรพา ขยายเวลารับสมัคร SME/Startup เข้าร่วมโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจยั่งยืน

ม.บูรพา ขยายเวลารับสมัคร SME/Startup เข้าร่วมโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจยั่งยืน

โอกาสทองสำหรับ SME/Startup! ม.บูรพาและ GSB ขยายเวลารับสมัครเข้าร่วมโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 เพื่อปั้นธุรกิจสู่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสสร้าง Green Action Plan และ Pitch ธุรกิจ

4 นาที
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดันสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สู่ตลาดสากล นำทัพผู้ประกอบการไทยเจรจาจับคู่ธุรกิจขยายช่องทางจำหน่ายในกรุงปักกิ่ง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดันสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สู่ตลาดสากล นำทัพผู้ประกอบการไทยเจรจาจับคู่ธุรกิจขยายช่องทางจำหน่ายในกรุงปักกิ่ง

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ สสว. นำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย 6 รายการ ลุยเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณ กรุงปักกิ่งและมณฑลเหอเป่ย เพื่อเปิดตลาดจีนตอนเหนือและกระจายความเสี่ยง พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนคุ้มครอง GI ในจีน ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทใน 1 ปี

5 นาที
ถอดรหัสเศรษฐกิจโลก "กรณ์ จาติกวณิช" ชี้สัญญาณผิดปกติ "หุ้น-ทองคำ" และทางรอด SME ไทย 

ถอดรหัสเศรษฐกิจโลก "กรณ์ จาติกวณิช" ชี้สัญญาณผิดปกติ "หุ้น-ทองคำ" และทางรอด SME ไทย 

ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกผ่านมุมมอง ‘กรณ์ จาติกวณิช’ กับสัญญาณผิดปกติในตลาดหุ้น-ทองคำ ยุคยุทธศาสตร์ AI และ ‘Mag 7’ เปลี่ยนโลก เผยโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยที่ขาดการเติบโต และเสนอ ‘ธนูดอกที่ 3’ ปฏิรูปโครงสร้าง เผยแนวทางฟื้น SME และสร้างสนามแข่งขันเสรี ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง