จีนจัดเวทีประชุมวางแผนพื้นที่ทางทะเล กระชับความร่วมมือประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

จีนจัดเวทีประชุมวางแผนพื้นที่ทางทะเล กระชับความร่วมมือประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

สรุปประเด็น

  • จีนจัดประชุม MSP ครั้งที่ 4: ดึงผู้แทนจากกว่า 30 ประเทศร่วมแลกเปลี่ยนการบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเล และต่อยอดความร่วมมือในประเทศพันธมิตรเส้นทางสายไหมทางทะเล

  • สร้างสมดุลเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม: มุ่งวางแผนพื้นที่ทางทะเลเพื่อรับมือวิกฤตภูมิอากาศ คุ้มครองระบบนิเวศ และลดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่ง

  • เน้นการยกระดับศักยภาพพึ่งพาตนเอง: ย้ายจุดโฟกัสจากการมอบแผนงาน สู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ประเทศพันธมิตรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เองอย่างยั่งยืน

  • ผลักดันเศรษฐกิจสีน้ำเงิน: ใช้การวางแผนพื้นที่ทางทะเล (MSP) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาความสมบูรณ์ของมหาสมุทร

ปักกิ่ง, 28 ก.ย. (ซินหัว) — การประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือด้านการวางแผนพื้นที่ทางทะเลสำหรับประเทศหุ้นส่วนเส้นทางสายไหมทางทะเล ครั้งที่ 4 (The 4th Marine Spatial Planning Cooperation Workshop for Maritime Silk Road Partner Countries) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จ พร้อมบรรลุผลสำคัญหลายประการในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลระหว่างประเทศ

ผลลัพธ์สำคัญจากการประชุมครอบคลุมทั้ง โครงการร่วมจัดทำผังพื้นที่ทางทะเลบริเวณอ่าวบาลิกปาปัน (Balikpapan Bay) รวมถึงการพัฒนาระบบสนับสนุนด้านต่าง ๆ อาทิ ระบบการฝึกอบรมพันธมิตรด้านการจัดทำผังพื้นที่ทางทะเล แนวทางการสมัครโครงการวิจัยร่วมระหว่างประเทศของห้องปฏิบัติการหลักด้านเทคโนโลยีการจัดทำผังพื้นที่ทางทะเล และ ดัชนีศักยภาพการพัฒนาชายฝั่งอย่างยั่งยืน ประจำปี 2026 สำหรับประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

วางแผนพื้นที่ทางทะเล รับมือความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศ

วีดาร์ เฮลเกเซน (Vidar Helgesen) เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลแห่งยูเนสโก ระบุว่า การจัดทำผังพื้นที่ทางทะเลมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความร่วมมือและบทบาทของสถาบันต่าง ๆ เช่น มูลนิธิเพื่อการพัฒนามหาสมุทรแห่งประเทศจีน (CODF)

ขณะเดียวกัน นีโอ กิม ฮวย (Neo Gim Huay) จากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนชายฝั่ง ขณะที่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพยังส่งผลต่อภาคการประมง การท่องเที่ยว และความสามารถของระบบนิเวศในการทำหน้าที่เป็นปราการปกป้องชายฝั่งตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้าน อาหาร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการค้า ยังทำให้เกิดการแข่งขันในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งมากขึ้น

การจัดการพื้นที่ทางทะเลจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการกำหนดเขตพื้นที่ แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่าง “สภาพภูมิอากาศ ธรรมชาติ และการพัฒนาเศรษฐกิจ” ให้สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้

มหาสมุทรกับความอยู่รอดของประเทศหมู่เกาะ

สำหรับประเทศหมู่เกาะ ประเด็นการบริหารจัดการมหาสมุทรมีความสำคัญในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

ซาเมียร์ โมฮาเมด (Zameer Mohamed) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการประมง เกษตรกรรม และทรัพยากรมหาสมุทรแห่งมัลดีฟส์ ระบุว่า มหาสมุทรเป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร การดำรงชีพ และการพัฒนาประเทศ

มุมมองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การวางแผนและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลอย่างเหมาะสมมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้ง เศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน

จีนเน้นสมดุลระหว่างการพัฒนาและการปกป้อง

พานซินชุน รองประธานและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อการพัฒนามหาสมุทรแห่งประเทศจีน กล่าวว่า การวางแผนพื้นที่ทางทะเลมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการปกป้อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนของสหประชาชาติ

จีนยังได้แบ่งปันแนวปฏิบัติและบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ สำหรับ ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด แนวทางสำคัญจึงอยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศตั้งแต่ต้น มากกว่าการรอแก้ไขปัญหาภายหลัง

จากการถ่ายทอดความรู้ สู่การสร้างศักยภาพด้วยตนเอง

อีกประเด็นสำคัญที่ผู้เข้าร่วมการประชุมเห็นพ้องกัน คือ ความร่วมมือด้านการวางแผนพื้นที่ทางทะเลไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการส่งมอบเอกสารหรือแผนงาน

แต่ควรมุ่งไปสู่การช่วยให้ประเทศพันธมิตรสามารถพัฒนา ศักยภาพด้านเทคโนโลยี บุคลากร และกลไกเชิงสถาบัน ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

เป้าหมายจึงเป็นการยกระดับความร่วมมือจาก “การเรียนรู้จากประสบการณ์” ไปสู่ “การนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง” เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถพัฒนาระบบการจัดการพื้นที่ทางทะเลที่เหมาะสมกับทรัพยากร เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมของตนเอง

ความร่วมมือที่ยั่งยืนไม่ได้จบลงที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่คือการสร้างความสามารถให้ประเทศพันธมิตรสามารถนำความรู้ เทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการไปพัฒนาต่อยอดได้ด้วยตัวเอง

Marine Spatial Planning กับอนาคตเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า จีนกำลังแสวงหาแนวทางในการสร้างความแข็งแกร่งทางทะเลที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง ขณะที่ การวางแผนพื้นที่ทางทะเล (Marine Spatial Planning: MSP) กำลังมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

แนวทางดังกล่าวช่วยให้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลสามารถพิจารณาควบคู่กันทั้งด้าน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และความต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของประเทศที่ต้องการพัฒนาทรัพยากรทางทะเลโดยไม่กระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว

30 ประเทศร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารหน่วยงานด้านทางทะเล ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการจากต่างประเทศประมาณ 30 ประเทศ เข้าร่วม อาทิ มัลดีฟส์ แอนติกาและบาร์บูดา กัมพูชา บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย สถาบันคลังสมอง และรัฐวิสาหกิจของจีนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์

สำหรับจำนวนผู้เข้าร่วม มีผู้เข้าร่วมการประชุม ในสถานที่จริงมากกว่า 300 คน และเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ มากกว่า 2,000 คน

การประชุมดังกล่าวจึงสะท้อนแนวโน้มสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลในยุคที่หลายประเทศต้องเผชิญทั้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการแข่งขันในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลที่เพิ่มขึ้น

การวางแผนพื้นที่ทางทะเลจึงกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรกับการรักษาทรัพยากรในระยะยาว พร้อมเปิดทางสู่การพัฒนา “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ที่เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเล

ข้อมูลอ้างอิง:

แฟ้มภาพซินหัว : การประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือด้านการวางแผนพื้นที่ทางทะเลของประเทศหุ้นส่วนเส้นทางสายไหมทางทะเล ครั้งที่ 4 ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 22 ก.ย. 2026)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“Seed to SMILE” จุดประกายผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“Seed to SMILE” จุดประกายผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โครงการ “Seed to SMILE” โดยมหาวิทยาลัยความสุข ไร่ใจยิ้ม และ IDGs Asia Pacific เปิดตัวที่โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้นำที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียนรู้การสร้างป่าอาหารและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ผ่านนวัตกรรมพลังงานสะอาด

3 นาที
สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง

สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง

วิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก่อนการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้า ไต้หวัน และเสถียรภาพโลก

12 นาที
I-Richly SME ไทย ผลิตน้ำยารักษ์โลก ราคาเข้าถึงได้ สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาท

I-Richly SME ไทย ผลิตน้ำยารักษ์โลก ราคาเข้าถึงได้ สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาท

I-Richly SME ไทยพลิกโฉมตลาดสินค้า 'รักษ์โลก' ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาทต่อปีจากการเจาะกลุ่มลูกค้าฐานราก

4 นาที
จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO

จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO

จีนและสหภาพยุโรปจัดตั้งกลไกหารือการค้า-ลงทุนอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งปรับสมดุลการค้า คุมส่งออกแรร์เอิร์ธ ทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิรูป WTO

3 นาที
จีนเผย ปี 2026 ยอดเดินทางเข้าออกประเทศผ่าน ‘กรุงปักกิ่ง’ ทะลุ 10 ล้านคน โต 10.5%

จีนเผย ปี 2026 ยอดเดินทางเข้าออกประเทศผ่าน ‘กรุงปักกิ่ง’ ทะลุ 10 ล้านคน โต 10.5%

กรุงปักกิ่งเผยยอดผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศปี 2026 ทะลุ 10 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิน 3.4 ล้านคน เติบโตกว่า 30% สะท้อนผลสำเร็จนโยบายยกเว้นวีซ่าและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของจีน

3 นาที
การตลาดสีเขียว (Green Marketing): กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยั่งยืนในยุคผู้บริโภครักษ์โลก

การตลาดสีเขียว (Green Marketing): กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยั่งยืนในยุคผู้บริโภครักษ์โลก

การตลาดสีเขียวคือแนวทางใหม่ที่ธุรกิจใช้เพื่อสร้างแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เรียนรู้แนวคิด กลยุทธ์ และตัวอย่างการนำไปใช้จริง

8 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง