
โกลเบล็กคาด SET ผันผวน ชี้เป้าลงทุนหุ้นการแพทย์รับไฮซีซั่น
สรุปประเด็น
ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้กำลังเผชิญแรงดึงจากสองทิศทาง ด้านหนึ่งคือแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน อีกด้านหนึ่งคือแรงหนุนจากงาน "Thailand Focus 2026" ที่กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ผลจากแรงดึงสองทางนี้ทำให้ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) ประเมินว่าดัชนี SET จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,600 – 1,640 จุด ตลอดสัปดาห์ [1]
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ฝ่ายวิจัยของโกลเบล็กแนะนำให้นักลงทุนและผู้บริหารระดับสูงปรับพอร์ตเป็นกลยุทธ์เชิงรับ โดยชี้เป้าไปที่ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจากช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึงในไตรมาส 3 บทความนี้จะพาไปดูว่าอะไรคือแรงกดดันที่แท้จริงเบื้องหลังความผันผวนของ SET เหตุใดหุ้นการแพทย์จึงถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และหุ้นตัวใดบ้างที่ได้รับคำแนะนำให้จับตา [1]
Highlight: โกลเบล็กคาดกรอบดัชนี SET สัปดาห์นี้ที่ 1,600 – 1,640 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน [1]
ทำไม SET ถึงผันผวน: แรงกดดันจากน้ำมันโลก vs. แรงหนุนจาก Thailand Focus 2026
แรงกดดันหลักที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยมาจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพวงจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันและผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ใช้พิจารณาผลประกอบการและแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต [1]
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะการจัดงาน "Thailand Focus 2026" ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาสนใจและลงทุนในตลาดทุนไทย สะท้อนถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในประเทศที่ยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อยู่ แม้ในภาวะที่ปัจจัยภายนอกยังกดดันตลาดโดยรวม [1]
กลยุทธ์ตั้งรับ: ทำไมหุ้นโรงพยาบาลถึงน่าสนใจในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน
ในท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน ฝ่ายวิจัยของโกลเบล็กแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบตั้งรับ โดยเน้นไปที่การเก็บหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่มีความยืดหยุ่นและมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ภาคการแพทย์มักได้รับผลกระทบน้อยกว่าภาคส่วนอื่น เนื่องจากเป็นความต้องการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ไม่ผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก และยังได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากเทรนด์สังคมสูงวัยและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง [1]
3 หุ้นเด่นที่โกลเบล็กแนะนำรับไฮซีซั่นไตรมาส 3/2569
การให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในเวลานี้มีเหตุผลสำคัญจากแนวโน้มการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 3/2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยหุ้นเด่นที่ได้รับคำแนะนำ ได้แก่ [1]
- บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS)
- บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) (PR9)
- บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH)
หุ้นทั้งสามตัวนี้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการขยายการให้บริการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่หนุนให้หุ้นกลุ่มนี้ยังน่าสนใจแม้ในภาวะตลาดที่ผันผวน [1]
สามหุ้นโรงพยาบาลที่โกลเบล็กแนะนำ ได้แก่ BDMS, PR9 และ BH ซึ่งคาดว่าจะได้อานิสงส์จากไฮซีซั่นไตรมาส 3/2569 [1]
บทสรุป: สิ่งที่นักลงทุนและผู้บริหารควรจับตาต่อจากนี้
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน การทำความเข้าใจปัจจัยกดดันจากภายนอกควบคู่ไปกับการเลือกโฟกัสในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อย่างกลุ่มการแพทย์ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน แม้ความผันผวนของ SET อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวมในระยะสั้น แต่โอกาสในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ตามฤดูกาลหรือมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจ
ประเด็นที่ควรติดตามต่อจากนี้คือทิศทางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านว่าจะคลี่คลายหรือทวีความรุนแรงขึ้น เพราะเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันและต้นทุนธุรกิจในภาพรวม รวมถึงผลตอบรับที่แท้จริงจากงาน Thailand Focus 2026 ว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดทุนไทยได้มากน้อยเพียงใด สำหรับพอร์ตการลงทุนที่เน้นการบริหารความเสี่ยง หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับการติดตามปัจจัยมหภาคเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลอ้างอิง:
- thaipr.net. (2024, สิงหาคม 23). โกลเบล็ก จับตา SET ผันผวนในกรอบ 1600 - 1640 จุด ชี้เป้าลงทุน 3 หุ้นการแพทย์รับ High Season. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3753155

