
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ
สรุปประเด็น
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และเตรียมส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการใช้จ่ายภาครัฐและสภาพคล่องทางเศรษฐกิจที่สำคัญในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การบริหารงบประมาณภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูงขึ้น อาจส่งผลต่อการจัดสรรงบลงทุนภาครัฐ ซึ่งผู้บริหารและนักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจและโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมหลัก
การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กำลังก้าวเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอน การใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสภาพคล่องและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
หลังจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณดังกล่าว จะถูกนำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวาระต่างๆ โดย ครม. ได้เห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาฯ จำนวน 72 คน เพื่อกลั่นกรองและตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ทางด้านนายกรัฐมนตรีได้ย้ำความพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อซักถามในสภาฯ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ ข้อจำกัดด้านการคลัง ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากข้อกังวลที่ถูกหยิบยกขึ้นจากฝ่ายค้าน นำโดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. จากพรรคประชาชน ที่ระบุว่าสถานะการคลังของประเทศในปี 2569-2570 น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ด้วยภาระค่าใช้จ่ายคงที่ที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งในส่วนของ เงินบำนาญและดอกเบี้ย ที่อาจสูงถึงหลักแสนล้านบาท
ความท้าทายทางการคลังนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ งบลงทุนภาครัฐ หากภาระค่าใช้จ่ายคงที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจส่งผลให้งบประมาณสำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว หรือการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมถูกบีบรัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่พึ่งพาโครงการภาครัฐ หรืออุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยายกำลังการผลิตและบริการ
ดังนั้น การอนุมัติและการจัดสรรงบประมาณปี 2570 จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนและผู้บริหารองค์กรต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อประเมินทิศทางของเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในระยะกลางถึงระยะยาว หากงบลงทุนภาครัฐถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจำเป็นต้องทบทวนกลยุทธ์การลงทุน ปรับแผนการขยายธุรกิจ และมองหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ ที่ไม่พึ่งพิงการใช้จ่ายภาครัฐมากเกินไป การพิจารณาร่างกฎหมายนี้ในสภาฯ จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญถึงขีดความสามารถของรัฐบาลในการรักษาสมดุลระหว่างวินัยทางการคลังและการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งทางทะเลแดงและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์และ SMEs ไทย
สถานการณ์ความตึงเครียดในทะเลแดงดันต้นทุนขนส่งทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อ SMEs ไทย และคาดการณ์ว่าจะทำให้ราคาสินค้าปลายทางปรับขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต
ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต

ทำความรู้จักกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 22
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท. คนที่ 22 มีประสบการณ์ครบเครื่องทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในยุคเปราะบาง ด้วยนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนแบบยั่งยืน ส่งเสริม FinTech และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน โดยได้รับความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจและนักลงทุน

From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก
ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “From Local to Global พลิกทุนท้องถิ่น ทะยานสู่เวทีโลก” ร่วมฟังแนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทยด้วย Soft Power พร้อมรับฟังกรณีศึกษาจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และเวทีเสวนาพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดโลก ในวันอังคารที่ 4 ส.ค. 2569

ถอดรหัส "คนป่วยแห่งเอเชีย": เมื่อประเทศไทยติดกับดัก "เชิงโครงสร้าง" ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต
เจาะลึกวิกฤตเศรษฐกิจไทยผ่านเลนส์ Why Nations Fail เมื่อ "กติกาที่ไม่เป็นธรรม" และ "การผูกขาด" กลายเป็นกับดักที่ฉุดรั้งประเทศสู่สถานะคนป่วยแห่งเอเชีย
