
กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึก 5 ประเทศคู่ค้า ยกระดับระบบ IP หนุนเชื่อมั่นการลงทุน
สรุปประเด็น
-
กรมทรัพย์สินฯ ถก 5 ประเทศคู่ค้าใหญ่ (สหรัฐฯ ยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ยกระดับมาตรฐาน IP ไทย หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ
-
เตรียมลงนาม MOU ฉบับใหม่กับเกาหลีใต้ ปรับกรอบกฎหมาย IP ให้สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI
-
ดึง e-Commerce ชั้นนำทำ MOU บังคับใช้มาตรการ Notice & Takedown แก้ปัญหาละเมิด IP ออนไลน์ ลดความเสี่ยงให้บริษัทแบรนด์ระดับโลก
-
ผนึกกำลังหลายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริง ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ ศุลกากร DSI และ ECD ปราบปรามสินค้าปลอมและดำเนินคดีอาญา
-
เสริมความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอีไทย ช่วยปกป้องนวัตกรรมรายย่อย แข่งขันเป็นธรรม พร้อมเปิดโอกาสรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุน (FDI)
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ ที่เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับภาคเอกชนจาก 5 กลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความพยายามเชิงรุกของภาครัฐในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของประเทศ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความคาดหวังของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้วัดสำคัญที่บริษัทข้ามชาติใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ามาลงทุนหรือขยายธุรกิจในไทย
สิ่งที่น่าจับตาคือการดำเนินงานควบคู่ไปกับความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะกรณีของเกาหลีใต้ ที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมลงนาม MOU ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล การขยับตัวเช่นนี้สะท้อนว่าไทยกำลังปรับกรอบกฎหมายและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศให้ทันต่อรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งมีนัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพานวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานการแข่งขัน เช่น กลุ่มเทคโนโลยี, ดิจิทัลคอนเทนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ประเด็นที่มีน้ำหนักต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุนสถาบันเป็นพิเศษ คือการที่กรมฯ วางแผนผลักดันความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำ ผ่านการทำ MOU ร่วมกับเจ้าของสิทธิ พร้อมนำมาตรการ Notice & Takedown มาบังคับใช้อย่างเป็นระบบ นี่คือการตอบโจทย์ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นความเสี่ยงที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ระดับโลกให้ความสำคัญอย่างมากก่อนตัดสินใจลงทุนหรือทำการตลาดในตลาดใดตลาดหนึ่ง การที่ไทยแสดงท่าทีจริงจังในเรื่องนี้ ย่อมช่วยลดความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ และเสริมภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับกฎกติกาสากล
การยกระดับระบบคุ้มครอง IP ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ และเสริมภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายการลงทุนที่ได้มาตรฐานสากล
อีกมิติที่สะท้อนความจริงจังของภาครัฐคือการที่เวทีหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กรมศุลกากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งบ่งชี้ว่าการยกระดับ IP ไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่มิติกฎหมายหรือการเจรจาการค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการบังคับใช้กฎหมายจริงในระดับปฏิบัติการ ทั้งการตรวจสอบชายแดน การปราบปรามสินค้าปลอม และการดำเนินคดีอาญา ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่นักลงทุนต่างชาติมองว่าสำคัญไม่แพ้ตัวบทกฎหมายเอง

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ความคืบหน้านี้ก็มีนัยเชิงบวกในระดับหนึ่ง เพราะระบบคุ้มครอง IP ที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยปกป้องนวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนต่างชาติอาจเปิดทางสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว
ระบบคุ้มครอง IP ที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยปกป้องนวัตกรรมของผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้เอสเอ็มอีไทยแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมทั้งในและต่างประเทศ
โดยรวมแล้ว ทิศทางการยกระดับระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาผ่านความร่วมมือกับ 5 กลุ่มประเทศคู่ค้าหลักในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนสถาบันควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เพียงส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดความพร้อมของไทยในการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและยุค AI อย่างมีมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้าให้การยอมรับ
ข้อมูลอ้างอิง:
- thaipr.net. (ม.ป.ป.). กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นภาคเอกชน 5 กลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญ ลุยยกระดับระบบคุ้มครอง IP ไทย หนุนความเชื่อมั่นการค้า-การลงทุน. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/business/3759519
- thaipr.net. (2569, 6 กันยายน). “พาณิชย์” เดินหน้ายกระดับความร่วมมือ “ทรัพย์สินทางปัญญา” ไทย-เกาหลีใต้ เตรียมลงนาม MOU ฉบับใหม่ เสริมโอกาสผู้ประกอบการไทย รองรับ AI-เศรษฐกิจดิจิทัล. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3757445
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DBD เปิดตัวหลักสูตรใหม่ “AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ พลิก SME ไทยให้เติบโต”
หลักสูตรนี้จะพาคุณสำรวจโลกของ AI ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงเทรนด์ที่เปลี่ยนธุรกิจ พร้อมเรียนรู้การใช้ Generative AI ในการยกระดับการตลาดและการดำเนินงานในธุรกิจจริง

จาก F1 สู่ฟุตบอล: Mike Sansoni กับภารกิจเปลี่ยนแมนยูด้วย AI
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง Mike Sansoni อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลจาก F1 ของ Mercedes-AMG Petronas เป็น Director of Data เพื่อนำ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ปฏิวัติการดำเนินงานของสโมสร สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับกลยุทธ์องค์กรให้ทันสมัย

ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”
บทวิเคราะห์อนาคต AI โลก ชี้ไทยเสี่ยง “ตกขบวน” เมื่อขาดบุคลากรและระบบนิเวศเทคโนโลยี เทียบกับการเร่งลงทุนของ NVIDIA Google และ Microsoft ในภูมิภาค พร้อมตั้งคำถามใหญ่ ไทยจะเลือกเป็นผู้สร้างหรือผู้ถูกเปลี่ยนโดย AI

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก
ในงาน Microsoft Build 2025 สองผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ สัตยา นาเดลลา ประธานและซีอีโอของ Microsoft และ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกัน โดยเนื้อหาการสนทนาเน้นที่การขยายความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทันสมัยที่สุดในโลก

ต้อนรับ AI อย่างน้องใหม่: องค์กรจะเริ่มใช้งาน AI ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร
บทความนี้ชวนผู้บริหารมอง AI เสมือนพนักงานใหม่ที่ต้องมีการ Onboarding อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดบทบาทและ System Prompt ให้ชัดเจน สร้างระบบความจำและ Feedback Loop ไปจนถึงการโค้ช AI Agent ให้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมทีม เพื่อเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือทดลองใช้” ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่สร้างคุณค่าได้จริงในองค์กรไทยยุคดิจิทัล
