LEO Global Logistics เดินหน้าสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผู้นำ ESG ภายใต้โครงการ JUMP+

LEO Global Logistics เดินหน้าสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างผู้นำ ESG ภายใต้โครงการ JUMP+

บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO Global Logistics เดินหน้าสร้างผู้นำด้าน ESG และปรับกลยุทธ์สู่ Green Logistics อย่างยั่งยืนภายใต้โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในแวดวงอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทย ชื่อของ บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO ได้รับการยอมรับในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์สัญชาติไทยแบบครบวงจร (End-to-End Global Logistics Provider) ชั้นแนวหน้า ด้วยการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามทศวรรษ บริษัทได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง จนก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่มั่นคงและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

จุดเริ่มต้นของ LEO Global Logistics ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2534 โดยบริษัทได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ในช่วงแรก บริษัทมุ่งเน้นการสร้างความเชี่ยวชาญในการขนส่งสินค้าทั้งทางทะเลและทางอากาศ พร้อมกับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับสายการเดินเรือและสายการบินชั้นนำทั่วโลก ซึ่งกลายเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญและเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายธุรกิจในเวลาต่อมา

เมื่อโลกธุรกิจและความต้องการของลูกค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น LEO จึงได้พัฒนาและขยายขอบเขตการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองโจทย์ที่ท้าทาย จากเพียงการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัทได้ต่อยอดสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบบูรณาการ โดยผนวกรวมบริการที่จำเป็นต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพิธีการศุลกากร การขนส่งสินค้าทางบกภายในประเทศ การบริหารจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงการขนส่งสินค้าโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2558 บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ด้วยการริเริ่มธุรกิจ LEO Self Storage บริการให้เช่าห้องเก็บของส่วนตัว ซึ่งเป็นการแตกไลน์ธุรกิจเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองและธุรกิจขนาดย่อมที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดของบริษัทเกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เมื่อ LEO ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้สำเร็จ การระดมทุนในครั้งนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน แต่ยังยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรในระดับสากล เงินทุนที่ได้มาถูกนำไปต่อยอดและขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว ทั้งการพัฒนาโครงการลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ การขยายสาขาของ LEO Self Storage ไปยังทำเลที่มีศักยภาพ และการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อบุกเบิกเส้นทางการขนส่งใหม่ๆ โดยเฉพาะการขนส่งทางรางที่เชื่อมต่อระหว่างไทยและจีน รวมถึงการรุกเข้าสู่ธุรกิจ E-Commerce Fulfillment เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดค้าปลีกออนไลน์

ปัจจุบัน LEO Global Logistics ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งด้วยจุดเด่นด้านบริการที่ครบวงจร สามารถตอบสนองลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One-Stop Service) ผนวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เครือข่ายพันธมิตรที่ครอบคลุมกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และความสามารถในการปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ จากจุดเริ่มต้นในฐานะ freight forwarder สู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรสมัยใหม่ LEO Global Logistics ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทไทยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศและของโลกต่อไป

ความใส่ใจด้าน ESG ของ LEO Global Logistics

โดยล่าสุด นายเกตติวิทย์ สิทธิ์สุนทรวงศ์ 🔗ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEO Global Logistics ได้แต่งตั้ง อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แปซิฟิก อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จำกัด (APIC) เป็นที่ปรึกษาด้าน ESG เพื่อยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) รวมถึงการสร้างทีมผู้นำ ESG (ESG Leadership Collaboration) และกำหนดวิสัยทัศน์ “LEO Sustainable Green Logistics Vision” สู่การดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีความสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

งานนี้ได้รับความร่วมมือจาก ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล ผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG Sustainability และบรรณาธิการ Green & SD / Manager Online ถ่ายทอดองค์ความรู้และกลยุทธ์ “Green Mastermind Alliance” ภายใต้แนวคิด “ผนึกใจเคลื่อนธุรกิจก้าวหน้า-โลกดีขึ้น” เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันของผู้นำธุรกิจสีเขียวในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อยอดการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ผู้บริหารสูงสุดของ LEO Global Logistics มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำ Green Logistics ในภูมิภาค ด้วยการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนในระดับสากล

ความสำคัญของ ESG ต่อธุรกิจโลจิสติกส์

ในยุคที่ผู้บริโภคและนักลงทุนตื่นตัวเรื่องความยั่งยืน ธุรกิจโลจิสติกส์จำเป็นต้องปรับตัวโดยนำองค์ประกอบ ESG มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเลือกใช้พลังงานทางเลือก ไปจนถึงการจัดการทรัพยากรและเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอีกด้วย.

การนำ ESG มาใช้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร ธุรกิจที่ใส่ใจความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคมจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมรับมือกับข้อบังคับต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก องค์กรที่นำ ESG มาปรับใช้จึงได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถขยายโอกาสทางธุรกิจได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4 ประโชน์ของ Green Logistic

1. การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Cost Reduction & Efficiency) 

นี่คือประโยชน์ที่เห็นผลชัดเจนที่สุด การใช้แนวทาง Green Logistics ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้โดยตรง เช่น:

  • การประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง: การวางแผนเส้นทางขนส่งให้สั้นและมีประสิทธิภาพที่สุด (Route Optimization) การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือเชื้อเพลิงทางเลือก และการบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ

  • การลดต้นทุนในคลังสินค้า: การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาคลังสินค้า การใช้หลอดไฟ LED หรือการออกแบบคลังสินค้าให้ประหยัดพลังงาน (Green Warehouse) ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล

  • การลดขยะ: การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Packaging) หรือการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำ ช่วยลดต้นทุนค่าวัสดุและค่ากำจัดขยะ
     

2. การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) 

ในปัจจุบัน ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก กำหนดให้คู่ค้า (Supplier) ในห่วงโซ่อุปทานต้องมีนโยบาย ESG ที่ชัดเจน การที่บริษัทโลจิสติกส์มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดี จะกลายเป็น ใบเบิกทางสำคัญ ในการเข้ารับงานโครงการใหญ่ๆ และทำให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งที่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
 

3. การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและดึงดูดนักลงทุน (Access to Funding & Investors) 

สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน (ESG Investing) มากขึ้น บริษัทโลจิสติกส์ที่มีคะแนน ESG สูง จะถูกมองว่ามีการบริหารความเสี่ยงที่ดีและมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ทำให้ เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า และเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนมากขึ้น
 

4. การบริหารความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืน (Risk Management & Sustainability)

การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG ช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ เช่น:

  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: เตรียมพร้อมรับมือกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ เช่น ภาษีคาร์บอน หรือข้อบังคับด้านมลพิษ

  • ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้เกิดภัยธรรมชาติที่กระทบเส้นทางขนส่ง การวางแผนที่ดีจะช่วยลดผลกระทบได้

  • ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง: การสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคมอาจทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สั่งสมมานาน


ESG คือทิศทางสำคัญขององค์กร

หลักสูตร Inner ESG Happineering Leadership Transformation เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความท้าทายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน หลักสูตรนี้มุ่งเน้นไปที่หลักการและแนวปฏิบัติของ Environmental, social, and corporate governance (ESG) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและส่งผลให้ธุรกิจมี่ความยั่งยืนโดย อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แปซิฟิก อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จำกัด (APIC) ซึ่งสามารถเรียนออนไลน์ได้ที่ ESG.promptskill.com 

แกลเลอรีรูปภาพ

  • Gallery Image 1
  • Gallery Image 2
  • Gallery Image 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกรอบคิดความยั่งยืน

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกรอบคิดความยั่งยืน

ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง และกติกาทางการค้าโลกถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเอาความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความกังวลและแรงกดดันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

9 นาที
EUDR ปราการสีเขียวแห่งยุโรป: เมื่อ ‘ข้อมูลพิกัดที่ดิน’ กลายเป็นใบเบิกทางใหม่ของสินค้าไทย

EUDR ปราการสีเขียวแห่งยุโรป: เมื่อ ‘ข้อมูลพิกัดที่ดิน’ กลายเป็นใบเบิกทางใหม่ของสินค้าไทย

EUDR เขย่าโลกการค้า บังคับให้สินค้าเกษตร 7 กลุ่มพิสูจน์พิกัดแหล่งผลิตไร้การบุกรุกป่า ดัน SME ไทยเร่งยกระดับดิจิทัลและระบบตรวจสอบย้อนกลับ

4 นาที
ก.ล.ต. ไฟเขียวกรอบกำกับ Bitcoin-Ether ETF มีผล 16 ต.ค. เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตผ่านตลาดหลักทรัพย์

ก.ล.ต. ไฟเขียวกรอบกำกับ Bitcoin-Ether ETF มีผล 16 ต.ค. เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตผ่านตลาดหลักทรัพย์

ก.ล.ต. ประกาศกรอบกำกับ crypto ETF 11 ฉบับ มีผล 16 ต.ค. 2569 อนุญาต Bitcoin และ Ether ก่อน ซื้อขายบน SET ห้ามมาร์จิน เปิดทางผู้ลงทุนไทยเข้าถึงคริปโตอย่างปลอดภัย

6 นาที
การเติบโตของ BWG จากรายได้การกำจัดกากอุตสาหกรรม

การเติบโตของ BWG จากรายได้การกำจัดกากอุตสาหกรรม

บริษัท BWG โชว์ผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรพุ่ง 355% จากธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Waste-to-Energy พร้อมหนุน SME ไทยสู่โมเดลธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

5 นาที
4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

5 นาที
SX Marketplace เปิดรับผู้ประกอบการสายความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sustainability Expo 2026 สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้

SX Marketplace เปิดรับผู้ประกอบการสายความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sustainability Expo 2026 สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้

SX Marketplace พื้นที่จำหน่ายและแสดงสินค้าภายในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีสินค้าและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารปลอดภัย สินค้าเกษตรยั่งยืน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์รีไซเคิล งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง