
Microsoft - NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อน AI พลิกโฉมอุตสาหกรรมโลก
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2025 ในงาน Microsoft Build 2025 สองผู้นำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ สัตยา นาเดลลา 🔗 (Satya Nadella) ประธานและซีอีโอของ Microsoft และ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้มีการสนทนาผ่านออนไลน์ โดยเนื้อหาหลักของการพูดคุยมุ่งเน้นไปที่การขยายความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทันสมัยที่สุดในโลก
การบูรณาการเทคโนโลยี
ในการสนทนา Satya Nadella ได้กล่าวถึงความสำคัญ ของการผสานเทคโนโลยีของทั้งสองบริษัท โดยเฉพาะการนำสถาปัตยกรรม Grace Blackwell ของ NVIDIA มาร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Microsoft Azure เพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน Nadella เน้นย้ำว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของนักพัฒนาและองค์กรทั่วโลกในการสร้างและนำ AI ไปใช้ในงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการ
Jensen Huang ได้เสริมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI โดยระบุว่า “เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น 40 เท่าต่อเจเนอเรชัน และ 40 เท่าทุกสองปี คุณต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์ทุกปีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด” เขายังกล่าวถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ CUDA และอัลกอริทึมใหม่ ๆ ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล วิดีโอ รูปภาพ ระบบแนะนำ และการค้นหาเวกเตอร์ ให้เร็วขึ้นถึง 20-50 เท่า
AI Factories
ทั้งสองผู้นำยังได้พูดถึง “AI factories” หรือโรงงาน AI ที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต โดยเน้นการสร้างสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่มั่นคง ยืดหยุ่น และมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเร่งประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดในดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเต็มที่
ความร่วมมือที่ก้าวหน้า
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการ AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลก โดย Microsoft และ NVIDIA ต่างยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนวัตกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ทรงพลังและเข้าถึงได้สำหรับทุกองค์กร
“ตอนนี้เรากำลังผลิตและขยายระบบ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกบน Azure ด้วยชิป Grace Blackwell… การพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่เร็วขึ้นมาก ภายในสองปีเร็วขึ้น 40 เท่า… การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทำให้เราสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้เร็ว” - Jensen Huang
สรุปสาระสำคัญจากการสนทนา
ความร่วมมือที่แข็งแกร่ง
- ทั้งสองบริษัททำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในด้าน AI และระบบคลาวด์ของ Azure
- เมื่อสองปีก่อนได้เปิดตัวซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลกบน Azure และตอนนี้กำลังผลิตและขยายระบบ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ด้วยชิป Grace Blackwell
นวัตกรรมที่ก้าวกระโดด
- การพัฒนาเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว
- การอัพเกรดทุกปีสำคัญกว่าการรอหลายปี เพราะแต่ละรุ่นใหม่เร็วกว่าเดิมถึง 10 เท่า หรือ 40 เท่าในบางกรณี
- การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทำให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้เร็ว
การเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์
- การพัฒนา CUDA และซอฟต์แวร์ระบบใหม่ทำให้ทั้งระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก
- ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาใหม่สามารถใช้กับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าได้ ทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง
การใช้งาน GPU ในหลากหลายงาน
- GPU ไม่ได้ใช้เฉพาะ AI แต่ยังใช้กับงานอื่นๆ เช่น การประมวลผลข้อมูล, วิดีโอ, รูปภาพ, ระบบแนะนำ, การค้นหาเวกเตอร์
- การใช้งาน GPU ทำให้งานเหล่านี้เร็วขึ้น 20-50 เท่า
เป้าหมายร่วมกัน
- ทั้งสองบริษัทต้องการส่งมอบ "ปัญญา" ให้กับโลกมากขึ้น
- เป้าหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพ (tokens per dollar per watt) ให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด
สรุปเนื้อหาการสนทนา
ทั้ง NVIDIA และ Microsoft มีเป้าหมายร่วมกันในการทำให้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือสตาร์ทอัพทั่วโลก ผ่านการให้บริการคลาวด์ที่ยืดหยุ่นและมีความปลอดภัยสูง พร้อมกับสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการพัฒนาและปรับใช้โมเดล AI
โดยรวมแล้ว ความร่วมมือระหว่าง NVIDIA กับ Microsoft ไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถของ AI ให้กับนักพัฒนาและองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่เร่งให้นวัตกรรม AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก
ที่มา: Microsoft Build 2025
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน
รัฐบาลเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในยุคดิจิทัล ผ่านโครงการอบรมเข้มข้น 30 วัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,700 คน จากเจ้าหน้าที่สหภาพเยาวชน สมาคม และเยาวชนผู้บุกเบิกทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะจัดหมวดหมู่ 5 กลุ่มใช้ไฟฟ้า พร้อมกำหนด 2 อัตราค่าไฟ รองรับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมกำหนดเกณฑ์จัดกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 5 กลุ่ม พร้อมวางอัตราค่าไฟ 2 รูปแบบ รองรับการเติบโตของ Data Center ในไทย ควบคู่กับการผลักดัน Incentive ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Energy เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดึงดูดการลงทุน Cloud และ AI ระดับโลกอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”
บทวิเคราะห์อนาคต AI โลก ชี้ไทยเสี่ยง “ตกขบวน” เมื่อขาดบุคลากรและระบบนิเวศเทคโนโลยี เทียบกับการเร่งลงทุนของ NVIDIA Google และ Microsoft ในภูมิภาค พร้อมตั้งคำถามใหญ่ ไทยจะเลือกเป็นผู้สร้างหรือผู้ถูกเปลี่ยนโดย AI

AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม? (ตอนที่ 3)
มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่ใช้ GenAI แล้ว และเชื่อว่าช่วยปรับปรุงคุณภาพงาน แต่กว่า 60% กังวลเรื่องการขจัดงาน ทำให้หลายคนมองหางาน "AI-proof" เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการเตรียมพร้อมด้วยการเรียนรู้ทักษะใหม่และการยึดมั่นในทักษะด้านมนุษย์

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายลงทุนเฟสสอง
บีโอไออนุมัติ 3 ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีนและไต้หวันขยายลงทุนเฟสสองกว่า 22,000 ล้านบาทในไทย ตอกย้ำไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมสร้างงานและโอกาสให้ SMEs ไทยในห่วงโซ่อุปทาน AI-Data Center
