
ทองไทยพุ่ง 1,400 บาทในวันเดียว! ทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 63,000 บาท
ราคาทองคำในประเทศไทยได้สร้างประวัติการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงถึง 1,400 บาทภายในวันเดียว เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและปัจจัยภายนอกที่หนุนราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
ราคาทองคำทำนิวไฮ ปรับขึ้น 33 ครั้งในวันเดียว
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา สมาคมค้าทองคำได้ประกาศปรับราคาทองคำรวมถึง 33 ครั้งตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่สูงเป็นพิเศษ สะท้อนถึงความผันผวนและความต้องการในตลาดที่สูงมาก การปรับขึ้นสุทธิในวันเดียวกว่า 1,400 บาท ได้ดันให้ราคาทองคำแท่งขายออกปิดตลาดสูงสุดที่ 62,350 บาทต่อบาททองคำ และราคาทองรูปพรรณขายออกทะลุ 63,150 บาทต่อบาททองคำ นับเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดทองคำไทย
ปัจจัยหนุนหลักจากตลาดโลก
การพุ่งขึ้นของราคาทองคำในประเทศได้รับอิทธิพลอย่างมากจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำโลกประกอบด้วย ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่าทีผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีส่วนทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำ ภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ความยืดเยื้อของภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างความกังวลในตลาดและหนุนให้นักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ที่มั่นคง การสะสมทองคำของกองทุนและธนาคารกลาง กองทุน LTF และธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกยังคงเพิ่มการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทองคำว่าเป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีในระยะยาว
ปัจจัยหนุนหลักจากตลาดโลก
การพุ่งขึ้นของราคาทองคำในประเทศได้รับอิทธิพลอย่างมากจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำโลกประกอบด้วย ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่าทีผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีส่วนทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำ ภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ: ความยืดเยื้อของภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างความกังวลในตลาดและหนุนให้นักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ที่มั่นคง การสะสมทองคำของกองทุนและธนาคารกลาง กองทุน LTF และธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกยังคงเพิ่มการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทองคำว่าเป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีในระยะยาว
แนวโน้มและการจับตาของนักลงทุน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะผันผวนและอาจทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกในอนาคต หากปัจจัยหนุนจากตลาดโลกยังคงอยู่ นักลงทุนและผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำจึงควรจับตาปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และตัดสินใจลงทุนอย่างมีวิจารณญาณ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและรักษามูลค่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ
บาทแข็ง, หุ้นผันผวน, GDP ชะลอตัว: เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 9 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ กกร. ลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.5-2.0% ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และการเมืองในประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "แพทองธาร" หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว

ความต้องการทองคำลงทุนในไทย ไตรมาส 2 พุ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี ส่งสัญญาณอะไรต่อนักลงทุน?
สภาทองคำโลก (World Gold Council) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจถึงภาพรวมตลาดทองคำเพื่อการลงทุนในประเทศไทย โดยระบุว่าความต้องการทองคำในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีความแข็งแกร่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2562 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการที่ ราคาทองคำมีการปรับฐาน

ธุรกิจไทยบนเส้นทางเปลี่ยนผ่าน: จากสัญญาณปี 2025 สู่จุดตัดสินใจใหม่ในปี 2026
ปี 2025 การส่งออกไทยโตแรง 12.9% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี จากแรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ทองคำ และดีมานด์สหรัฐฯ แต่ปี 2026 มีแนวโน้มแผ่วลงจากภาษีสหรัฐฯ ผู้ส่งออกต้องเร่งเปลี่ยนจาก “ส่งออกปริมาณ” สู่ “ส่งออกมูลค่า” เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาการเติบโตระยะยาว

จีนเล็งแก้ไขกฎระเบียบนำเข้า-ส่งออกทองคำ
ธนาคารกลางจีน (PBOC) เสนอแก้ไขกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออกทองคำและผลิตภัณฑ์ทองคำ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและนโยบายที่เปลี่ยนแปลง พร้อมยกระดับการควบคุมการขนทองคำข้ามพรมแดน
