
กพช. ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ลดภาระประชาชนและพิจารณาผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
สรุปประเด็น
-
ลดค่าไฟภาคครัวเรือน
ปรับอัตราค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัย โดย 1-200 หน่วยแรกคิด 3 บาท/หน่วย และแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิล มีผลตั้งแต่ สิงหาคม 2569 -
ขยายสิทธิให้ผู้เช่าเข้าถึงค่าไฟบ้านอยู่อาศัย
บ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านไม่มีทะเบียนบ้าน สามารถใช้อัตราค่าไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เช่า นักศึกษา และแรงงาน -
วางรากฐานพลังงานเพื่ออนาคต
เห็นชอบนโยบายค่าไฟระยะยาวปี 2569-2573 พร้อมเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และเปิดทางสู่ ตลาดไฟฟ้าสะอาดเสรี เพื่อดึงดูดการลงทุนและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนของประเทศ.
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง ซึ่งเปิดเผยโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นการลดภาระค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนทั่วไปอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานของประเทศในระยะกลางถึงระยะยาว
ในส่วนของการลดภาระค่าไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือนนั้น กพช. ได้อนุมัติการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยจะมีการแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟฟ้าอย่างชัดเจน และปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยที่ 1-200 หน่วยแรก ให้เหลือเพียง 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในรอบบิลเดือน สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ มาตรการยังครอบคลุมไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านไม่มีทะเบียนบ้าน เพื่อให้สามารถใช้อัตราค่าไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มผู้เช่า นักศึกษา และแรงงานได้ในวงกว้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ นโยบายการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย (พ.ศ. 2569–2573) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และรองรับการลงทุนใหม่ๆ ที่สำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ นโยบายระยะยาวนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก
ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนคือ การเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ "ดาต้าเซ็นเตอร์" และแนวทางในการเปิด ตลาดไฟฟ้าสะอาดเสรี มาตรการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างยิ่งต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาดทวีความสำคัญมากขึ้น การรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทเฉพาะ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ขณะที่การเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาดเสรี จะสนับสนุนการพัฒนาและใช้งานพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว
การปรับโครงสร้างและนโยบายใหม่นี้จึงไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อปัญหาค่าครองชีพในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและการจัดการพลังงาน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Digital Edge ร่วม BGRIM พัฒนา Hyperscale Data Center รองรับ AI ในไทย
Digital Edge จับมือ BGRIM ลงทุนกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท พัฒนา Hyperscale Data Center รองรับ AI และ Cloud ในไทย พร้อมเป้าหมายเปิดบริการปี 2569 เสริมการลงทุนใน EEC

กระทรวงมหาดไทยเตรียมดันร่างผังเมืองและเกณฑ์คุมอาคารใหม่ รองรับ Data Center
กระทรวงมหาดไทยเตรียมดันร่างกฎกระทรวงผังเมืองใหม่และเกณฑ์ควบคุมอาคาร รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center ในไทย พร้อมชะลอโครงการใหม่ 1 เดือนเพื่อวางมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผังเมืองให้ชัดเจน สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติ

ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยมีลุ้นโต 3% ภายใน 2–3 ปี จับตาแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง ลงทุนอุตสาหกรรมใหม่
ธปท. มองเศรษฐกิจไทยมีลุ้นกลับมาเติบโตใกล้ 3% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า หากเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้างและขับเคลื่อนการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% เพื่อประคองเศรษฐกิจท่ามกลางกำลังซื้อภายในที่ยังเปราะบาง

"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล
กระทรวงการคลังเปิดตัวคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 1 เดือน วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านสิ่งแวดล้อม เสียง และความปลอดภัย พร้อมตั้ง 4 คณะทำงานควบคุมทั้งระบบ ยืนยันคุ้มครองชุมชนและไม่กระทบการลงทุน

FTI จับมือ Lumentum เปิดโรงงานปทุมธานี พาผู้ประกอบการไทยเจาะ Photonics Supply Chain ยุค AI
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผ่านหน่วยงานจับคู่ธุรกิจ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ ร่วมกับ บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดบ้านต้อนรับผู้ประกอบการไทยในกิจกรรม "Lumentum Business Insight" ในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569

ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สร้างด้วยใบอนุญาต "โกดังสินค้า": ช่องว่างกฎหมายที่กำลังสะสมเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนเอง
เจาะลึกวิเคราะห์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยที่มีคำขอลงทุนเฉียด 8 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เลี่ยงจัดทำ EIA ผ่านใบอนุญาตคลังสินค้า สะท้อนความเสี่ยงเชิงกฎหมายที่อาจกระทบทั้งชุมชนและนักลงทุน พร้อมเปิดบทเรียนจากต่างประเทศและทิศทางการปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐ
