
ธุรกิจ Circular Economy ดาวเด่นใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยห้ามมองข้าม
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการยกระดับธุรกิจไทยสู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือธุรกิจ ‘Circular Economy’ ที่สร้างกำไรควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
Circular Economy ดาวเด่นของโลกธุรกิจใหม่
ธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของโมเดล BCG (Bio–Circular–Green Economy) ซึ่งมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และลดของเสียให้ใกล้ศูนย์มากที่สุด แนวคิดนี้ตอบโจทย์ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เลือกสินค้าจากผู้ประกอบการที่ใส่ใจโลกมากขึ้น
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าย้ำว่าโมเดล BCG เข้ามากำหนด “มาตรฐานใหม่” ของการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน ทั้งในสายตาผู้บริโภค คู่ค้า และนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับธุรกิจที่บริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ภาพรวมธุรกิจ Circular Economy ในไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีธุรกิจ Circular Economy ที่จดทะเบียนนิติบุคคลเพียง 1,908 ราย คิดเป็น 0.21% ของธุรกิจทั้งหมด แต่มีมูลค่าทุนรวมกว่า 32,395 ล้านบาท ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด 1,544 ราย มูลค่าทุน 27,406 ล้านบาท ขณะที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดมี 348 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 6 ราย
ด้านการลงทุนในธุรกิจกลุ่มนี้ ร้อยละ 80 เป็นการลงทุนโดยทุนไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และปทุมธานี ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ แม้ยังเป็นกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ แต่สะท้อนโอกาสเติบโตสูง เพราะจำนวนผู้เล่นยังไม่มากและตลาดยังเปิดกว้าง
แนวโน้มรายได้และโอกาสการเติบโต
หากมองผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (2563–2565) รายได้รวมของธุรกิจ Circular Economy เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2563 มีรายได้ 40,154 ล้านบาท เพิ่มเป็น 58,449 ล้านบาทในปี 2564 (เติบโต 45.56%) และพุ่งเป็น 67,320 ล้านบาทในปี 2565 (เติบโตอีก 15.18%) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าธุรกิจหมุนเวียนไม่ใช่แนวคิดเชิงอุดมคติ แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้จริงและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอธิบายว่า ธุรกิจ CE ยังอยู่ในช่วงลงทุนด้านสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปูรากฐานการเติบโตระยะยาว แต่เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกแล้วยังน่าสนใจมาก เพราะคู่แข่งยังไม่มาก ขณะเดียวกันภาครัฐมีมาตรการและนโยบายสนับสนุนธุรกิจ BCG อย่างจริงจัง
ตัวอย่างธุรกิจ CE และการสนับสนุนจากภาครัฐ
หัวใจของธุรกิจ Circular Economy คือการออกแบบกระบวนการผลิตให้ลดการใช้วัตถุดิบ ลดของเสีย และหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าใหม่ เช่น การผลิตเสื้อจากขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว หรือธุรกิจจัดการและหมุนเวียนขยะอย่างครบวงจร แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาธุรกิจชุมชนต้นแบบภายใต้โครงการ DBD SMART Local BCG แล้ว 88 ราย พร้อมช่วยขยายตลาดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งในปี 2566 สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้มากกว่า 60 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรมกับผู้ประกอบการชุมชน/วิสาหกิจชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม
หัวใจของธุรกิจ Circular Economy คือการออกแบบกระบวนการผลิตให้ลดการใช้วัตถุดิบ ลดของเสีย และหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าใหม่
Circular Economy: โอกาสด้านจ้างงานและการลงทุน
ธุรกิจ CE ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสำคัญต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ เช่น
-
ด้านการจ้างงาน: กระตุ้นให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ที่ต้องใช้แรงงานทักษะสูง การวิจัยและนวัตกรรมด้านวัสดุ การคัดแยก การรีไซเคิล และการออกแบบผลิตภัณฑ์
-
ด้านการลงทุน: เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดการขยะหรือโรงงานหมุนเวียนทรัพยากร ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจต่อความต้องการบริหารขยะของประเทศยังไม่สมดุล
-
ด้านเศรษฐกิจชุมชน: ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐานระดับโลก ด้วยแนวคิด BCG ที่เพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่นและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่
ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจ Circular Economy ถูกมองว่าเป็น “ดาวเด่น” ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DBD บุกตรวจนอมินีภูเก็ต-กระบี่ อนุกรรมาธิการเร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย
"กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผนึกกรมที่ดินและตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบนอมินีในภูเก็ตและกระบี่ พบบริษัทเข้าข่าย 9 แห่ง ถือครองที่ดินกว่า 6 ไร่ มูลค่า 209 ล้านบาท ขณะที่คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันปัญหานอมินีและอาชญากรรมข้ามชาติ เร่งบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ"

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับบริการสู่ดิจิทัลและยุติสำนักงานเขต 6 พร้อมเร่งผลักดันการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกาศยุติการให้บริการสำนักงานเขต 6 พร้อมผลักดันระบบ DBD Biz Regist เพื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และสนับสนุน SMEs

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3 ที่จังหวัดอุดรธานี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยกทัพแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ดัง จัดงาน "แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 3" ที่อุดรธานี มอบโอกาสทองพร้อมส่วนลดสูงสุด 2 แสนบาทและแหล่งเงินทุนแก่ผู้สนใจในภาคอีสาน เพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

การปราบปรามธุรกิจนอมินีและเครือข่าย Forex เถื่อนในประเทศไทย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการปราบปรามธุรกิจนอมินี ส่งผลให้บริษัทที่มีความเสี่ยงลดลงถึง 65% ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับธรรมาภิบาลทางธุรกิจ พร้อมกันนั้น DSI ได้ขยายผลกวาดล้างเครือข่าย Forex เถื่อน ข้ามชาติ ยึดทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้นในตลาด การเงิน และการลงทุนในประเทศ ผู้บริหารและนักลงทุนควรตระหนักถึงภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผ่าทิศทางเพิ่ม “ขีดความสามารถแข่งขันไทย” รับวิกฤต
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งหาทางพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ รองรับวิกฤต และแข่งขันอย่างเข้มข้น สำรวจแนวคิด ทิศทาง และทางออกของการเตรียมตัวรับปัญหาก่อสาย ผ่านข้อมูลสภาพัฒน์

แฟชั่นยั่งยืน: โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เมื่อโลกเปลี่ยนกฎ
กฎหมาย ESPR ของสหภาพยุโรปกำลังเขย่าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มทั่วโลก ผู้ผลิตสิ้งทอไทยกว่า 2,609 โรงงานต้องเร่งปรับตัวสู่มาตรฐานความยั่งยืน ทั้งการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล ระบบ Digital Product Passport และการรับรอง GRS เพื่อรักษาโอกาสส่งออกในตลาดโลกที่เปลี่ยนกฎใหม่
