
SME ไทยปรับตัวสู่ ESG เพื่อความยั่งยืน
สรุปประเด็น
ESG ไม่ใช่ภาระ แต่คือประตูสู่โอกาสทองของ SME ไทยท่ามกลางกระแสความยั่งยืนที่กำลังมาแรง บริษัทใหญ่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero บีบให้ซัพพลายเชนต้อง "เขียว" ตาม หาก SME ไทยไม่ปรับตัวอาจพลาดโอกาสมหาศาล และถูกคู่แข่งแซงหน้าได้ง่ายดาย ตอนนี้หลายภาคส่วนเร่งหนุน ทั้ง SME D Bank ที่ชวนประเมิน Carbon Footprint และการอบรมจาก มธ.-สสว. เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการคว้าอนาคตที่ยั่งยืน
การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, Governance) กำลังกลายเป็นวาระสำคัญที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไม่ควรมองข้าม จากที่เคยถูกมองว่าเป็นภาระที่เพิ่มต้นทุน วันนี้ ESG ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นประตูบานใหม่สู่การเติบโต และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่ หลักการ ESG คือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ไม่ใช่แค่การมุ่งเน้นทำกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว
กระแสการปรับตัวครั้งใหญ่นี้มาจากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างประกาศเป้าหมาย Net Zero ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทบทวนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) หาก SME ไทยยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับแนวทางที่ "เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" หรือ "Green" ได้ อาจทำให้พลาดโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญ และถูกคู่แข่งที่ปรับตัวได้เร็วกว่าก้าวแซงหน้าไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งไปกว่านั้น ผลวิจัยจาก Deloitte Thailand ยังเผยว่า 85% ของผู้บริหารไทย กำลังเพิ่มการลงทุนใน ESG ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและปลดล็อกการเติบโตในระยะยาว
เพื่อช่วยให้ SME ไทยปรับตัวได้อย่างถูกทิศทาง สถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรู้จักการประเมิน Carbon Footprint (CFP) หรือรอยเท้าคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการทำความเข้าใจและค้นหาจุดบอดในการใช้พลังงานและทรัพยากร เพื่อลดต้นทุนและนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการผนึกกำลังจากภาคการศึกษาและภาครัฐ อย่างที่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ESG turning to business” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมมีความพร้อมในการก้าวสู่สายงานความยั่งยืน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
การปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป การเข้าถึงองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และเครือข่ายความร่วมมือ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยสามารถคว้าโอกาสจากกระแส ESG และก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง เหมือนกับกรณีศึกษาของธุรกิจยางพาราภาคใต้ที่ประสบความสำเร็จในการปรับตัวสู่ความยั่งยืนมาแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อมตะจับมือ BOI เสริมแกร่ง SME ไทย เชื่อมโยงซัพพลายเชนสู่ตลาดโลก
อมตะและ BOI จัดงาน "Marketplace Event" ณ อมตะ ซิตี้ ชลบุรี เพื่อเชื่อมโยง SME ไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก และขับเคลื่อนการลงทุนใน EEC.

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกรอบคิดความยั่งยืน
ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง และกติกาทางการค้าโลกถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเอาความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความกังวลและแรงกดดันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จับตา "อะโวคาโด" พืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย ความหวังที่เป็นจริงได้ ถ้าแก้โจทย์ให้ถูกข้อ
อะโวคาโดไทยมีศักยภาพเติบโต แต่ความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การปลูก เกษตรกรกว่า 5,000 ครัวเรือนกำลังเผชิญโจทย์จริงด้านพันธุ์ที่เหมาะสม ตลาดรับซื้อ และมาตรฐานสินค้า ที่ต้องแก้ให้ถูกข้อก่อนฝันจะเป็นจริง

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์
SME ไทยตกเป็นเป้าหมายภัยไซเบอร์ทางอีเมลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% บทความนี้ชี้ช่องโหว่สำคัญพร้อม 4 แนวทางเร่งด่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจให้มั่นคง

ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ
รัฐบาลไทยเผชิญโจทย์เศรษฐกิจหนัก จากเศรษฐกิจ"โตช้า แข่งขันไม่ได้ เหลื่อมล้ำ" GDP หดเหลือ 1.8-2.2% ภาษีสหรัฐฯกระทบ 3 ล้านคน หนี้ครัวเรือน 540,000 บาท/คน SMEs ล้มละลาย

นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นพลิกโฉมเศรษฐกิจและหนุน SMEs
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 5 คลัสเตอร์ เน้นสนับสนุน SMEs ผ่านมาตรการ "Made in Thailand" และการผลักดันสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
