
มิตรผลเดินหน้าโรงงานสีเขียว 3 แห่ง มุ่ง Net Zero 2050 รับกติกาการค้าโลก
สรุปประเด็น
-
โรงงานน้ำตาลมิตรผล 3 แห่งได้รับการรับรอง Carbon Neutrality ได้แก่ อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี อุทยานมิตรผลภูเขียว จ.ชัยภูมิ และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น
-
ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 พร้อมขยายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานไปสู่เกษตรกร คู่ค้า และห่วงโซ่อุปทาน
-
ปรับกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีการผลิต การขนส่ง และบรรจุภัณฑ์
-
การลดคาร์บอนเป็นโจทย์การแข่งขันทางการค้า เพราะผู้ซื้อและตลาดต่างประเทศให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและข้อมูลที่ตรวจสอบได้มากขึ้น
กลุ่มมิตรผลเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรคาร์บอนต่ำตลอดห่วงโซ่คุณค่า หลังโรงงานน้ำตาลในเครือ 3 แห่งได้รับการรับรอง Carbon Neutrality พร้อมขยายแนวทางบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกไปยังโรงงานอื่น มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ท่ามกลางตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอนมากขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะธุรกิจเกษตรแปรรูปที่ต้องบริหารจัดการทรัพยากรจำนวนมาก ตั้งแต่การเพาะปลูก การใช้พลังงานในโรงงาน ไปจนถึงการขนส่งและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
กลุ่มมิตรผลเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เดินหน้าปรับกระบวนการดำเนินงานในทิศทางดังกล่าว โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
ข้อมูลที่รายงานโดยสำนักข่าวแนวหน้าเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลในเครือมิตรผล 3 แห่งได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) แล้ว และบริษัทมีแผนขยายแนวทางบริหารจัดการไปยังโรงงานอื่นต่อไป
การรับรองดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการวางระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกภายในโรงงาน ทั้งยังช่วยสร้างความเข้าใจให้บุคลากรมีส่วนร่วมกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการทำงาน
อย่างไรก็ตาม Carbon Neutrality กับ Net Zero เป็นเป้าหมายคนละระดับ การได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนของโรงงานไม่ได้หมายความว่าทั้งองค์กรบรรลุเป้าหมาย Net Zero แล้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาว
เปิด 3 โรงงานต้นแบบ Carbon Neutrality ของมิตรผล
โรงงานน้ำตาลในเครือมิตรผลที่ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน ได้แก่
-
อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบและได้รับการรับรองอย่างต่อเนื่อง
-
อุทยานมิตรผลภูเขียว จ.ชัยภูมิ
-
โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น
การพัฒนาระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในโรงงานเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้บริษัทสามารถวางแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ และนำประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้กับโรงงานแห่งอื่นในเครือ
ในมุมธุรกิจ การดำเนินงานลักษณะนี้ยังช่วยให้องค์กรมีข้อมูลสำหรับติดตามผลการลดคาร์บอน และเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดของลูกค้า คู่ค้า และตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
4 แนวทางลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมเกษตรไม่สามารถพึ่งพาการปรับปรุงโรงงานเพียงอย่างเดียว เพราะกิจกรรมตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการส่งมอบสินค้า ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กลุ่มมิตรผลจึงวางแนวทางดำเนินงานครอบคลุมหลายส่วน ดังนี้
1. ส่งเสริมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่
การจัดการไร่อ้อยมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยมิตรผลส่งเสริมแนวทาง Mitr Phol ModernFarm และการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานความยั่งยืน เช่น Bonsucro และ VIVE Programme เพื่อสนับสนุนการผลิตอ้อยที่คำนึงถึงประสิทธิภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2. เพิ่มประสิทธิภาพโรงงานและใช้พลังงานหมุนเวียน
การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเป้าหมายคือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต
3. พัฒนาห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสีเขียว
การขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเป็นอีกส่วนที่ต้องพิจารณา บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Chain เพื่อเชื่อมโยงการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างโรงงาน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ
4. ออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากร
บรรจุภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงช่วยต่อยอดแนวทางความยั่งยืนจากกระบวนการผลิตไปถึงปลายน้ำ
กติกาการค้าโลกกำลังเพิ่มความสำคัญให้ข้อมูลคาร์บอน
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เริ่มเชื่อมโยงกับการจัดซื้อจัดจ้าง การประเมินซัพพลายเออร์ และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของคู่ค้าต่างประเทศ
สำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูป การมีข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนและตรวจสอบได้อาจช่วยเพิ่มความพร้อมในการตอบคำถามจากผู้ซื้อ และสนับสนุนการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการที่ยังขาดข้อมูลหรือระบบบริหารจัดการคาร์บอนอาจเผชิญต้นทุนเพิ่มเติมในการเก็บข้อมูลและปรับปรุงกระบวนการผลิตเมื่อข้อกำหนดของลูกค้าเข้มงวดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดด้านคาร์บอนแตกต่างกันไปตามประเทศ ประเภทสินค้า และตลาดปลายทาง การได้รับการรับรอง Carbon Neutrality จึงไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะผ่านข้อกำหนดการนำเข้าโดยอัตโนมัติ ธุรกิจจำเป็นต้องตรวจสอบกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของตนเป็นรายตลาด
โจทย์ต่อไปของอุตสาหกรรมเกษตรไทย คือการขยายผลให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่
กรณีของมิตรผลสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจภายในองค์กร การปรับปรุงโรงงาน ไปจนถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรไทย แนวทางสำคัญคือการพัฒนาระบบข้อมูลที่วัดผลได้ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดของเสีย และการเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดส่งออก
ขณะเดียวกัน การขยายผลไปยังเกษตรกรและคู่ค้าจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ การสนับสนุนองค์ความรู้ และการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้การลดคาร์บอนไม่กลายเป็นภาระของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว
ในระยะยาว ความสามารถในการบริหารจัดการคาร์บอนจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดความพร้อมของอุตสาหกรรมเกษตรไทยต่อการแข่งขันระดับโลก การเริ่มต้นจากโรงงานต้นแบบและขยายผลไปตลอดห่วงโซ่คุณค่า จึงเป็นแนวทางที่ช่วยเชื่อมเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับประสิทธิภาพการดำเนินงานและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลอ้างอิง:
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกยิ่งร้อน ใจเราจะรับมืออย่างไร? สร้างพลังภายใน สู่พลังร่วมรับมือวิกฤตโลกร้อน
วิกฤตโลกร้อนไม่ได้กระทบเพียงสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์ และความมั่นคงในชีวิต การสร้างความยืดหยุ่นทางใจควบคู่กับการเตรียมพร้อมและความร่วมมือของชุมชน จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือความเปลี่ยนแปลง

GCNT Expo 2026 ชูแนวคิด "From SHOCK To SHIFT" เตรียมผู้นำทุกภาคส่วนรับมือการเปลี่ยนแปลง
งาน GCNT Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพฯ ได้ประกาศความพร้อมที่จะเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World”

เมื่อ Team Outing กลายเป็น ESG Action: ไร่ใจยิ้มและพลังของ Biochar ที่เปลี่ยน "ขยะป่า" ให้เป็นทรัพยากร
เปลี่ยน Team Outing แบบเดิมสู่ ESG Action ที่จับต้องได้ ผ่านโปรแกรม Smiley Heart Biochar โดยไร่ใจยิ้ม ที่ผสานการฟื้นฟูใจทีมเข้ากับวิทยาศาสตร์การดักจับคาร์บอน แปลงขยะชีวมวลสู่ถ่านไบโอชาร์ พร้อมต่อยอดด้วยพิมพ์เขียว 90 วัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนที่เกิดผลจริง

เครื่องครัวเก่าเล่าเรื่องครอบครัว เมื่อของใช้ในบ้านกลายเป็นความทรงจำที่ส่งต่อข้ามรุ่น
กระชอนเก่า ที่บดมันฝรั่ง ด้ามมีด และเขียงไม้ อาจเป็นเพียงอุปกรณ์ทำครัวในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับบางครอบครัว สิ่งของเหล่านี้กลับเก็บเรื่องราวของคนรุ่นก่อน ความผูกพัน และช่วงเวลาสำคัญในชีวิตเอาไว้

ลมหายใจของกรุงเทพฯ : เมื่อเยาวชนลุกขึ้นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตมลพิษ
ท่ามกลางวิกฤตมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ เยาวชนไทยลุกขึ้นพัฒนานวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศเพื่อชุมชนคลองเตย สะท้อนพลัง Social Innovation และโอกาสความร่วมมือของภาคธุรกิจในกรอบ ESG และความยั่งยืน

SX Marketplace เปิดรับผู้ประกอบการสายความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Sustainability Expo 2026 สมัครได้ถึง 30 ก.ย. นี้
SX Marketplace พื้นที่จำหน่ายและแสดงสินค้าภายในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) เปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีสินค้าและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารปลอดภัย สินค้าเกษตรยั่งยืน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์รีไซเคิล งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
