
เปิดตัว Thailand Sustainability & Well-Being Network ดัน ESG ยุคใหม่ เริ่มจากการพัฒนาคนสู่ผลกระทบระดับโลก
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจทั่วโลกต่างเร่งลงทุนด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อยกระดับความยั่งยืนขององค์กร ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาชุมชน และการสร้างธรรมาภิบาลที่ดี อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการสร้าง "การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ" ที่เกิดผลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นโดย อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร CEO, IDG Asia Pacific Innovation Center Hub และ Co-Founder, University of Happiness – IDG Global Living Lab ซึ่งเสนอว่า การขับเคลื่อน ESG ในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ "การพัฒนาคน" ควบคู่กับการพัฒนาระบบ เทคโนโลยี และนโยบาย
จาก ESG สู่ Inner Development Goals
อาจารย์กฤษณ์มองว่า แม้องค์กรจำนวนมากจะมีแผนงานและเครื่องมือด้านความยั่งยืนที่ครบถ้วน แต่หากบุคลากรยังขาดเป้าหมายที่มีความหมาย ขาดความเข้าใจตนเอง ขาดทักษะในการทำงานร่วมกัน และไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนก็อาจไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
แนวคิด Inner Development Goals (IDGs) จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในเวทีนานาชาติ โดยเป็นกรอบการพัฒนาศักยภาพภายในของมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำ การตระหนักรู้ การสร้างความสัมพันธ์ และความสามารถในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน ซึ่งถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

เปิดตัว Thailand Sustainability & Well-Being Network
จากแนวคิดดังกล่าว ได้มีการก่อตั้ง Thailand Sustainability & Well-Being Network ภายใต้แนวคิด "From Inner Transformation to Collective Global Impact" เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน
เป้าหมายสำคัญคือการร่วมกันพัฒนาศักยภาพของคน สร้างนวัตกรรม และออกแบบระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนของประเทศไทย โดยเชื่อมโยงการทำงานกับ Dr. Fredrik Lindencrona หัวหน้าฝ่าย Research Co-Creation ของเครือข่าย Inner Development Goals (IDG) ประเทศสวีเดน เพื่อผลักดันต้นแบบของประเทศไทยสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับนานาชาติ
ขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก
1. Human OS Transformation
เครือข่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนา Human Operating System (Human OS) หรือการยกระดับวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีสร้างความสัมพันธ์ของผู้คน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากภายในองค์กร
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาผู้บริหาร บุคลากร เยาวชน และผู้นำชุมชน ผ่านระบบการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Community of Practice) และพื้นที่ทดลองจริง (Living Lab) เพื่อให้การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและการใช้ชีวิต
2. Collective ESG Innovation Impact
เสาหลักที่สองมุ่งเน้นการสร้าง ESG Innovative Co-Creation Programs หรือโครงการ ESG ที่หลายองค์กรร่วมกันออกแบบและดำเนินการ โดยใช้จุดแข็งของแต่ละองค์กรมาสร้างผลลัพธ์ร่วม
ปัจจุบันมีองค์กรภาคธุรกิจหลายแห่งเข้าร่วมเป็นพันธมิตร อาทิ หงส์ไทย, Thai Smile Bus, Grand Sport, ธนาคารออมสิน และ EA Digital Asset เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการลดคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน สุขภาวะของพนักงาน นวัตกรรมเพื่อสังคม และการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการทำโครงการ ESG แบบแยกส่วน ไปสู่การสร้างผลกระทบร่วม (Collective Impact) ที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง
3. Global Impact
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของเครือข่าย คือการนำจุดแข็งของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน มาผสานกับแนวคิดสากลด้าน ESG และ IDGs
ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่าย IDG Worldwide จะมีการรวบรวมงานวิจัย กรณีศึกษา และโมเดลความสำเร็จขององค์กรไทย เพื่อพัฒนาเป็น Thailand Sustainability & Well-Being Best Practices และเผยแพร่สู่เวทีนานาชาติ
เปลี่ยน "สมาชิก" ให้เป็น "ผู้ร่วมสร้าง"
อาจารย์กฤษณ์กล่าวว่า การเข้าร่วมเครือข่ายในฐานะ Founding Partners หรือ Network Members ไม่ใช่เพียงการสมัครเป็นสมาชิก แต่คือการเข้ามามีบทบาทเป็น "ผู้ร่วมสร้าง" (Co-Creator) ของระบบนิเวศใหม่ที่เชื่อมโยงการพัฒนาคน องค์กร และสังคมเข้าด้วยกัน
แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน (Inner Transformation) ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงระบบ (Collective Impact) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร ชุมชน ประเทศ และเชื่อมต่อสู่ระดับโลก

สรุป
การก่อตั้ง Thailand Sustainability & Well-Being Network สะท้อนทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อน ESG ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับโลก นั่นคือการให้ความสำคัญกับ "Human Capital" และ "Inner Development" ในฐานะรากฐานของความยั่งยืน
ในอดีต หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันผู้นำองค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบุคลากรมีทักษะด้านภาวะผู้นำ ความเห็นอกเห็นใจ การทำงานร่วมกัน และความสามารถในการรับมือกับความซับซ้อนของโลกธุรกิจ
หากเครือข่ายสามารถผลักดันความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการพัฒนาองค์กรและสังคมไทย ที่เชื่อมโยงแนวคิด ESG กับการพัฒนาศักยภาพของคนอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. ดัน 'Pragmatic Energy Transition' ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันแนวทางที่เน้นความสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมกับความอยู่รอดทางธุรกิจของผู้ประกอบการ แม้จะไม่ได้มีการประกาศใช้ชื่อกรอบการทำงาน "Pragmatic Energy Transition"

Development Studies: สาขาที่สอนให้ "อ่านสังคมออก" และกลายเป็นทักษะที่โลกธุรกิจ ESG ต้องการตัวมากที่สุด
เจาะลึกความต้องการแรงงานสาย ESG ที่กำลังพุ่งสูง โดยเฉพาะมิติ Social ซึ่งวัดผลยากที่สุด พร้อมสำรวจบทบาทของหลักสูตร Development Studies ในการฝึกทักษะวิเคราะห์สังคมและนโยบาย และแนะนำมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกสำหรับการศึกษาต่

สูตรลับความสำเร็จสามฝ่าย: บริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง
แนวทางการบริหารธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วยปรัชญาการค้าของญี่ปุ่น "ซัมโปะ โยชิ" หรือความพึงพอใจของสามฝ่าย มุ่งสร้างผลกำไรที่เป็นธรรมและสวัสดิการที่ดีแก่ผู้ขาย ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ซื่อสัตย์และจริงใจแก่ผู้ซื้อ พร้อมร่วมเกื้อกูลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนผลกำไรเป็นรากฐานที่มั่นคงในระยะยาว

ความสำเร็จของ ETC ในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน และการได้รับคัดเลือกสู่กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี พ.ศ. 2569

การตลาดสีเขียว (Green Marketing): กลยุทธ์สร้างแบรนด์ยั่งยืนในยุคผู้บริโภครักษ์โลก
การตลาดสีเขียวคือแนวทางใหม่ที่ธุรกิจใช้เพื่อสร้างแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เรียนรู้แนวคิด กลยุทธ์ และตัวอย่างการนำไปใช้จริง

เข็มทิศผู้บริหาร: วิสัยทัศน์ก้าวไกลเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณธรรม
ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวนสูง ผู้บริหารจำนวนมากมักเผชิญกับแรงกดดันในการสร้างผลกำไรและอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว จนบางครั้งอาจทำให้ละเลยมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
