
TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First
TISCO ESU เตือนนโยบาย "America First" ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการค้าและการลงทุนของไทย แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีมติให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการเก็บภาษีผ่านกฎหมาย IEEPA ส่งผลให้ภาษีตอบโต้และภาษีรายประเทศถูกยกเลิก ซึ่งทำให้โอกาสที่อัตราภาษีนำเข้าจากไทยจะลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่จากนโยบายที่เน้นการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ สวนทางกับการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% และ ส่งออกเป็น 3% จากการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง.
TISCO ESU เตือนภาษีสหรัฐฯ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ออกโรงเตือนประเทศไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงระยะยาวจากการดำเนินนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ "America First" ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงจากการตัดสินของศาลฎีกา แต่ความกดดันด้านภาษียังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาใกล้ชิด.
ภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Power Act (IEEPA) ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีรายประเทศ (Fentanyl Tariff) ที่เคยจัดเก็บผ่านช่องทางดังกล่าวทันที แม้การตัดสินนี้จะช่วยลดภาระอัตราภาษีนำเข้าบางส่วนจากไทย และเป็นสัญญาณบวกต่อภาคการส่งออกของไทยในระยะสั้น แต่ นายธนภัทร ธนชาต นักเศรษฐศาสตร์จาก TISCO ESU ย้ำว่านโยบาย "America First" ซึ่งเน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศยังไม่สิ้นสุดลง และยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต.
ภาพรวมเศรษฐกิจไทย
TISCO ESU ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.6% และการส่งออกเป็น +3% จากเดิม -2.1% หลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกที่แข็งแกร่งในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม.
ผลกระทบระยะยาว
แม้สัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของการส่งออกจะช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ไทย ในปีนี้ แต่ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะแนวคิด "America First" ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยต้องเผชิญในระยะยาว การตัดสินใจของศาลฎีกาเป็นการลดความรุนแรงของมาตรการภาษีบางประเภท แต่แนวโน้มของสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น มาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างรอบด้านและยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ 12 มาตรการใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หวังปั๊ม GDP ให้โตเกิน 3%
เช็กลิสต์ 12 โครงการใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยปี 2568 ครอบคลุมการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออก หวังผลักดัน GDP โตเกิน 3% ท่ามกลางความท้าทายจากหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดด้านการคลัง และความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยสำหรับ 3 เดือนข้างหน้าพุ่งสู่ระดับ "ร้อนแรง" สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการโดยรวมก็ปรับสูงขึ้นจากแรงหนุนการบริโภคภายในประเทศ มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นอุปสงค์ในระยะสั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุนและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ผ่านการเพิ่มกำลังซื้อและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล
EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมประกาศบทบาท "Export Co-pilot" ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

ทรัมป์ปรับลดภาษีไทยเหลือ 19% อาเซียนรอด หนักสุดลาว-เมียนมาร์โดน 40%
ทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าไทยเหลือ 19% จากที่ประกาศไว้เดิม 36% รัฐบาลไทยชี้เป็นชัยชนะด้านการค้า รักษาศักยภาพส่งออกในเวทีโลก สิงคโปร์คว้าอัตราต่ำสุดในภูมิภาคอาเซียน

ค่าเงินบาทและทิศทางตลาดโลก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา
ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เพื่อรับมือเงินเฟ้อและหนุนเศรษฐกิจ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและแรงกดดันภายนอกที่ส่งผลต่อภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และกำลังซื้อภายในประเทศ
