เปิดตัว 3 ครูต้นแบบปี 2568 ผู้ทุ่มเทเพื่อลูกศิษย์และการศึกษาไทย

เปิดตัว 3 ครูต้นแบบปี 2568 ผู้ทุ่มเทเพื่อลูกศิษย์และการศึกษาไทย

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และกระทรวงศึกษาธิการ จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศไทย และครูรางวัลคุณากร ประจำปี 2568” เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 เพื่อเชิดชูเกียรติครูที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกศิษย์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อวงการศึกษาไทย

ปีนี้ “ครูไพรวัลย์ ยาปัญ” จากโรงเรียนบ้านกองม่องทะ (สาขาบ้านไล่โว่) จ.กาญจนบุรี ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2558 โดยมีผู้ได้รับรางวัลแล้วรวม 69 คน จาก 14 ประเทศในอาเซียน ติมอร์-เลสเต และในปีนี้ได้เพิ่มประเทศบังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย

สำหรับ "รางวัลคุณากร" ซึ่งมอบแก่ครูไทยจากทุกสังกัดทั่วประเทศ เพื่อยกย่องผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีครูที่ได้รับในปี 2568 ได้แก่

  • ครูไพลรัตน์ สำลี วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

  • ครูทอน บัวเรือง โรงเรียนบ้านดงน้ำเดื่อ จ.เพชรบูรณ์

สำหรับพิธีมอบรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศไทย และครูรางวัลคุณากร ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม 2568

เรื่องราวของครูที่เปลี่ยนชีวิต

ครูไพรวัลย์ ยาปัญ

ครูไพรวัลย์ ยาปัญ เริ่มต้นเส้นทางด้วยการเป็น “ครูอาสา” เดินเท้าเข้าพื้นที่ห่างไกลของบ้านกองม่องทะ จ.กาญจนบุรี เพื่อสอนเด็กในชุมชนที่ไร้โอกาสและกำลังหมดศรัทธาต่อการศึกษา

ด้วยความมุ่งมั่น เขาผลักดันให้เกิดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ และพัฒนาให้ห้องเรียนสาขาบ้านไล่โว่กลายเป็นโรงเรียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เด็กๆ ไม่ต้องซ้ำชั้นอีกต่อไป

ทุกคนได้รับการเรียนรู้แบบรายบุคคล ใช้ธรรมชาติเป็นห้องเรียน และสามารถพัฒนาทักษะจนผลสอบ O-NET ภาษาไทยของนักเรียนชั้น ป.6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ เขายังปลูกฝังทักษะอาชีพผ่านกิจกรรม “ขายข้ามเขาออนไลน์” เพื่อให้เด็กมีรายได้และเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ

 

ครูไพลรัตน์ สำลี

ครูไพลรัตน์ สำลี เป็นนักประดิษฐ์นวัตกรรมพลังงานทดแทน รวมทั้งเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อผู้พิการกล่าวว่าตนเริ่มต้นชีวิตครูอัตราจ้างที่วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งพนักงานราชการ ประเภทครูผู้สอน สังกัดวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย เป็นระยะเวลากว่า 26 ปี และอยากที่จะส่งต่อความรู้ ให้การช่วยเหลือลูกศิษย์ให้ได้รับโอกาสและพัฒนาตนเอง

รวมถึงลูกศิษย์ที่ขาดโอกาสเป็นผู้พิการให้ได้รับการช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมกับมีรายได้ เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพราะลูกศิษย์คือเครือข่ายที่ดี ที่เอามันสมองของผมไปกระจายความรู้

 

ครูทอน บัวเรือง

ครูทอน บัวเรือง ครูผู้ไม่หยุดความเป็นครูแม้จะเลยวัยเกษียณ ยังคงถ่ายทอดความรู้จนลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ กล่าวว่า คุณภาพการสอนของครูสามารถเปลี่ยนชีวิตลูกศิษย์ได้ แม้ลูกศิษย์ที่เรียนรู้ช้าหรือมีข้อจำกัดทางทรัพยากรระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท ครูต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง พยายามเชื่อมโยงบทเรียนเข้ากับชีวิตของนักเรียน ทำให้การเรียนมีความหมายและนำไปใช้ได้จริง

โดยปรับวิธีการสอนอยู่เสมอ สังเกตการตอบสนองของนักเรียน วิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัด และพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่หากครูมีใจรักและมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ความสำเร็จของลูกศิษย์ คือ ดอกไม้ที่หอมหวานที่สุดในสวนแห่งชีวิตครู และการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในเมือง ทุกพื้นที่ควรมีโอกาสเท่าเทียมกัน

 

รางวัลแห่งเกียรติยศนี้ จึงไม่เพียงเป็นการยกย่อง แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นคุณค่าของครูในทุกพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้เท่าเทียม ยั่งยืน และเต็มไปด้วยความหวัง

 

เกี่ยวกับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 60 ปี การจัดตั้งรางวัลนี้เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่ทำงานด้านการศึกษา ซึ่งได้ขอพระราชทานอนุญาตในการจัดตั้งรางวัลระดับนานาชาติเพื่อยกย่องพระปรีชาด้านการศึกษา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอนุญาตให้ตั้งชื่อรางวัลว่า “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” (Princess Maha Chakri Award) และได้อนุญาตให้จัดตั้ง “มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการวางแผนและพิจารณารางวัลนี้

 


หน้าหลัก > การศึกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กาง 3 มาตรการ ปลดล็อค 'ครูไทย' หลุดพ้นงานธุรการ

กาง 3 มาตรการ ปลดล็อค 'ครูไทย' หลุดพ้นงานธุรการ

เปิดโมเดลใหม่ "ลดภาระครูไทย" จากต้องทำธุรการ-การเงิน-พัสดุ กลับสู่การสอนเท่านั้น สพฐ.ประกาศ 3 มาตรการเด็ด เปลี่ยนครูเป็นสายสนับสนุน ปรับเงินเดือนธุรการ เริ่มก.ย.68

6 นาที
"กระทรวงศึกษา" กับปัญหาโลกสองใบ ให้ลดค่าใช้จ่าย…แต่ไหง ค่าใช้จ่ายยังอยู่?

"กระทรวงศึกษา" กับปัญหาโลกสองใบ ให้ลดค่าใช้จ่าย…แต่ไหง ค่าใช้จ่ายยังอยู่?

วิเคราะห์นโยบาย “ลดภาระผู้ปกครอง” ของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่สะท้อนปัญหา “สองโลก” ระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริงในโรงเรียน และคำถามสำคัญต่อความเชื่อมั่นในระบบการศึกษาไทย

4 นาที
Critical Thinking: ทักษะจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไป

Critical Thinking: ทักษะจำเป็นสำหรับองค์กรยุคใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไป

การขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ทำให้หลายองค์กรตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง ปัญหานี้เกิดจากระบบการศึกษาไทยที่ไม่เน้นการคิดวิเคราะห์ ส่งผลให้ตลาดแรงงานขาดทักษะที่สำคัญนี้ การคิดเชิงวิพากษ์คือความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจในยุคที่มีข้อมูลมากมายและบิดเบือนเช่นปัจจุบัน

9 นาที
ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”

ประเทศไทยจะตกขบวน AI หรือไม่? เมื่อโลกแบ่งเป็นผู้ “สร้างเทคโนโลยี” และผู้ “ถูกใช้โดยเทคโนโลยี”

บทวิเคราะห์อนาคต AI โลก ชี้ไทยเสี่ยง “ตกขบวน” เมื่อขาดบุคลากรและระบบนิเวศเทคโนโลยี เทียบกับการเร่งลงทุนของ NVIDIA Google และ Microsoft ในภูมิภาค พร้อมตั้งคำถามใหญ่ ไทยจะเลือกเป็นผู้สร้างหรือผู้ถูกเปลี่ยนโดย AI

4 นาที
ปลื้มใจ 'ครูรัก(ษ์)ถิ่น' ผลิต 295 คนสำเร็จปริญญา กลับสอนร.ร.บ้านเกิด

ปลื้มใจ 'ครูรัก(ษ์)ถิ่น' ผลิต 295 คนสำเร็จปริญญา กลับสอนร.ร.บ้านเกิด

จากเด็กยากจนบ้านนอก สู่ "ครูรัก(ษ์)ถิ่น" 295 คน โครงการดีดีจาก "กสศ." จบปริญญาจาก 10 มหาวิทยาลัย เตรียมกลับสอนบ้านเกิด 285 โรงเรียนห่างไกล ต.ค.นี้ เปลี่ยนชีวิตเด็กกว่า 50,000 คน

4 นาที
เวียดนามแซงไทย: บทเรียนศตวรรษ เมื่อ “การศึกษา” คือคำตอบของเศรษฐกิจ

เวียดนามแซงไทย: บทเรียนศตวรรษ เมื่อ “การศึกษา” คือคำตอบของเศรษฐกิจ

เวียดนามแซงไทยในตัวชี้วัด GDP (PPP) ไม่ใช่เพราะค่าแรงถูก แต่เพราะ “ลงทุนกับคน” อย่างจริงจัง ผ่านระบบการศึกษา STEM คุณภาพสูง การพัฒนาครู และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมโลก บทความนี้ชี้ให้เห็นรากลึกของความสำเร็จ และคำถามสำคัญที่ไทยต้องตอบ

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง