จุฬาฯ และ AIST ญี่ปุ่น ลงนาม MOU พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมไทย-ญี่ปุ่น และผลกระทบต่อธุรกิจไทยและ SME

จุฬาฯ และ AIST ญี่ปุ่น ลงนาม MOU พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมไทย-ญี่ปุ่น และผลกระทบต่อธุรกิจไทยและ SME

สรุปประเด็น

ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ G-QuAT, AIST ประเทศญี่ปุ่น ในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ควอนตัม ถือเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่จะเร่งการวิจัยและพัฒนาบุคลากร แต่ยังเป็นการวางศิลาฤกษ์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก และเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว

ภาครัฐได้เล็งเห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของเทคโนโลยีนี้ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมที่จะนำ เทคโนโลยีควอนตัม มาส่งเสริมและต่อยอดในทุกภาคธุรกิจให้เหมาะสมกับบริบทของไทย การคาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจที่อาจสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2035 ตอกย้ำถึงขนาดของโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เทคโนโลยีนี้สามารถนำมาสู่ประเทศได้ เป็นสัญญาณที่ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนควรจับตาเพื่อปรับกลยุทธ์องค์กร

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม เทคโนโลยีดิสรัปชัน ที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจในวงกว้าง ไม่ต่างจากการมาของ Generative AI คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสและสามารถเติบโตต่อไปได้ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง

นอกเหนือจากโอกาสในการสร้างนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว การมาถึงของ คอมพิวเตอร์ควอนตัม ยังนำมาซึ่งความท้าทายด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่สำคัญยิ่ง องค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับยุค Post-Quantum Cryptography การประเมินความเสี่ยงและนำร่องทดสอบระบบเข้ารหัสแบบใหม่ในสภาพแวดล้อมจำลองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องข้อมูลอันเป็นความลับและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา การสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และการวางแผนกลยุทธ์เพื่อใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีควอนตัม ไปพร้อมกับการเสริมสร้าง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถคว้าโอกาส สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้

ข้อมูลอ้างอิง:

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2569, 24 กรกฎาคม). จุฬาฯ และ AIST ประเทศญี่ปุ่น ลงนาม MoU ด้านเทคโนโลยีควอนตัม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://www.chula.ac.th/news/418852/ 
  • กรมควบคุมโรค. (2565, 10 มกราคม). ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันโรคโควิด-19. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=19241 
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (ม.ป.ป.). พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. https://www.mhesi.go.th/th/all-documents/mhesi-law/2021-04-06-03-51-18 
  • Jirawat Jaruphan. (2569, 27 กรกฎาคม). “แนน บุณย์ธิดา” ย้ำไทยเร่งศึกษา“Quantum”ช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศ. เดลินิวส์. https://www.dailynews.co.th/news/6056132/ 
  • TechTalkThai. (2569, 29 มิถุนายน). Q-Day คืออะไร และทำไม Enterprise ต้องพร้อมเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่วันนี้. TechTalkThai. https://www.techtalkthai.com/what-is-q-day/ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง