ทำไม? การพัฒนาผู้บริหารต้องเริ่มจากการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ทำไม? การพัฒนาผู้บริหารต้องเริ่มจากการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

สรุปประเด็น

  • การเรียนรู้คือหัวใจภาวะผู้นำ: ประสบการณ์เดิมไม่เพียงพอต่อโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็ว ผู้นำต้องพร้อมทบทวนแนวคิดและเปิดรับมุมมองใหม่เสมอ

  • 3 อุปสรรคขัดขวางการเรียนรู้: ปัญหาเรื่องเวลาที่ใช้จริงไม่ได้ รูปแบบการอบรมไม่ตอบโจทย์การปฏิบัติจริง และหลักสูตรที่ไม่เหมาะกับแต่ละบุคคล

  • 3 แนวทางขับเคลื่อนจริง: เรียนรู้จากสถานการณ์ทำงานจริง สร้างสมดุลระหว่างทักษะมนุษย์และ AI พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร

  • การวัดผลที่แท้จริง: ควรประเมินจากการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ คุณภาพการตัดสินใจ และการเปลี่ยนแปลงในทีม มากกว่าจำนวนหลักสูตรที่จัดอบรม

ในโลกธุรกิจที่เทคโนโลยีและความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์ที่เคยทำให้ผู้บริหารประสบความสำเร็จในอดีต อาจไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจในวันนี้อีกต่อไป ความสามารถในการเรียนรู้ ทบทวนแนวคิดเดิม และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของภาวะผู้นำ

บทความ Why leadership starts with learning โดย Hari Mann คณบดี Ashridge ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Hult International Business School เผยแพร่บน TrainingZone เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 เสนอว่า แม้องค์กรจำนวนมากจะมีกรอบสมรรถนะและหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญยังคงอยู่ที่การทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นจริงในที่ทำงาน และช่วยให้ผู้บริหารนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นนี้ทำให้ต้องกลับมาทบทวนว่า องค์กรกำลังพัฒนาผู้บริหารให้เรียนรู้ได้ดีขึ้นจริง หรือเพียงจัดกิจกรรมฝึกอบรมให้ครบตามแผนประจำปี

เมื่อการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำไม่ได้หมายถึงการมีคำตอบสำหรับทุกปัญหา แต่รวมถึงความสามารถในการตั้งคำถาม รับฟังข้อมูลจากหลายฝ่าย และยอมรับว่าบางสถานการณ์อาจต้องเปลี่ยนวิธีคิดหรือแนวทางการทำงาน

ผู้บริหารที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ พร้อมเปิดรับมุมมองใหม่จากพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้เชี่ยวชาญ

รายงาน Hult Ashridge Leadership Learning Index (HALLI) ซึ่งพัฒนาโดย Hult International Business School และกล่าวถึงในบทความของ TrainingZone สำรวจผู้นำ 1,000 คน จาก 5 ภูมิภาค 17 ภาคธุรกิจ และ 6 ระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงผู้จัดการระดับต้น เพื่อศึกษาประสบการณ์การเรียนรู้และปัจจัยที่สนับสนุนการพัฒนาผู้นำในองค์กร

ผลสำรวจพบความแตกต่างด้านมุมมองตามระดับตำแหน่ง โดยผู้บริหารระดับสูงมีแนวโน้มมองเรื่องการเข้าถึงการเรียนรู้ เวลา แรงจูงใจ และการพัฒนาบุคลากรในเชิงบวกมากกว่าผู้นำระดับอื่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มระบุว่าสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในการทำงานได้มากกว่า

ข้อค้นพบนี้ชวนให้องค์กรตั้งคำถามว่า ผู้บริหารที่มีอำนาจกำหนดงบประมาณและออกแบบหลักสูตรกำลังรับฟังประสบการณ์ของพนักงานทุกระดับมากเพียงพอหรือไม่ เพราะสิ่งที่ผู้บริหารมองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้ อาจไม่ใช่สิ่งที่พนักงานทุกคนเข้าถึงได้จริง

การพัฒนาผู้นำไม่ได้วัดจากจำนวนหลักสูตรที่จัดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่าคนในแต่ละระดับเข้าถึงการเรียนรู้ได้จริง และนำความรู้ไปใช้กับงานได้มากน้อยเพียงใด

3 อุปสรรคที่ทำให้การเรียนรู้ไม่เกิดขึ้นจริง

1. มีเวลาให้เรียนรู้ แต่ไม่สามารถใช้เวลาได้จริง

หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าสนใจจาก HALLI คือ ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 86 เห็นด้วยว่าองค์กรจัดสรรเวลาให้กับการเรียนรู้อย่างเพียงพอ แต่ในขณะเดียวกัน เวลาก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการเรียนรู้เช่นกัน

สองประเด็นนี้อาจดูขัดแย้งกัน แต่สะท้อนความแตกต่างระหว่างการจัดสรรเวลาในแผนงานกับการใช้เวลาได้จริงในชีวิตการทำงาน

ผู้บริหารและพนักงานอาจมีเวลาสำหรับการอบรมตามตาราง แต่เมื่อมีงานเร่งด่วน การประชุม ตัวเลขผลประกอบการ หรือปัญหาที่ต้องตัดสินใจทันที การเรียนรู้ก็มักถูกเลื่อนออกไปก่อน

ผลที่ตามมาคือ การเรียนรู้ถูกมองเป็นกิจกรรมเพิ่มเติมจากงานหลัก แทนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน

องค์กรจึงควรจัดเวลาเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ลดการประชุมที่ไม่จำเป็น กำหนดช่วงเวลาสำหรับการทบทวนบทเรียน และสนับสนุนให้หัวหน้างานไม่เรียกพนักงานกลับไปทำงานอื่นระหว่างกิจกรรมพัฒนาทักษะที่สำคัญ

2. ใช้รูปแบบการอบรมที่จัดง่าย มากกว่ารูปแบบที่นำไปใช้ได้จริง

การอบรมในห้องเรียนหรือหลักสูตรออนไลน์ช่วยให้ถ่ายทอดความรู้ได้เป็นระบบ แต่ความเข้าใจจากการฟังหรืออ่านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน

บทความของ TrainingZone ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างวิธีการเรียนรู้ที่องค์กรนำมาใช้กับวิธีที่ผู้นำมองว่ามีประสิทธิภาพ โดย การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) และ ชุมชนการเรียนรู้ (Learning Communities) เป็นตัวอย่างของแนวทางที่มีคุณค่า แต่ยังไม่ได้รับการใช้มากเท่าที่ควร

การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอาจเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหาที่ซับซ้อน ทดลองแนวทางใหม่ หรือรับผิดชอบโครงการที่ต้องทำงานข้ามฝ่าย โดยมีผู้ให้คำแนะนำและเปิดโอกาสให้สะท้อนผลลัพธ์หลังจบงาน

ส่วนชุมชนการเรียนรู้ช่วยให้ผู้บริหารแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ แบ่งปันแนวทางแก้ปัญหา และเรียนรู้จากกรณีที่ไม่ได้เป็นไปตามแผน

เมื่อการเรียนรู้เชื่อมโยงกับปัญหาที่ต้องรับมือจริง ผู้บริหารจะมีโอกาสฝึกใช้ความรู้ ติดตามผล และปรับแนวทางก่อนนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์อื่น

3. หลักสูตรเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริหารทุกคน

ผู้บริหารแต่ละคนมีประสบการณ์ หน้าที่ และความท้าทายแตกต่างกัน ผู้จัดการระดับต้นอาจต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการมอบหมายงาน ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงอาจต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง หรือการนำองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลง

การใช้หลักสูตรเดียวกับทุกคนจึงอาจทำให้บางเนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการ หรือไม่สามารถนำไปใช้กับงานจริงได้เต็มที่

ผลสำรวจ HALLI ที่บทความนำเสนอระบุว่า การเรียนรู้ที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalised Learning) เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำต้องการเห็นจากองค์กรในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

องค์กรจึงควรเริ่มจากการประเมินช่องว่างทักษะและเป้าหมายของผู้เรียน ก่อนเลือกวิธีพัฒนาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการอบรม การโค้ช การเรียนรู้จากโครงการจริง หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้บริหารคนอื่น

3 แนวทางเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน

1. เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ไม่ใช่เฉพาะในห้องอบรม

ผู้บริหารสามารถใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเป็นโอกาสพัฒนาทักษะ เช่น การรับมือกับลูกค้าที่ไม่พอใจ การแก้ปัญหาความขัดแย้งในทีม หรือการตัดสินใจเมื่อข้อมูลไม่ครบถ้วน

หลังจบสถานการณ์ ควรมีเวลาทบทวนว่าอะไรทำได้ดี อะไรควรปรับปรุง และหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีกครั้งจะตัดสินใจแตกต่างไปอย่างไร

การสะท้อนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นความรู้ที่นำกลับมาใช้ได้ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วจบลง

2. พัฒนาทักษะให้สมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์

AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของหลายองค์กร ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องเข้าใจทั้งศักยภาพ ข้อจำกัด และความเสี่ยงของเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับงานและการตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจที่ Hari Mann นำเสนอไม่ได้ชี้ว่าทักษะด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าทักษะการสื่อสารเป็นความสามารถสำคัญลำดับต้น ตามด้วยความฉลาดทางอารมณ์และความเห็นอกเห็นใจ (Emotional Intelligence and Empathy) รวมถึงการคิดเชิงกลยุทธ์ ขณะที่ความรู้ด้าน AI และดิจิทัลก็เป็นทักษะที่มีความสำคัญต่ออนาคตเช่นกัน

สำหรับองค์กรไทย แนวทางที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การเลือกพัฒนาทักษะมนุษย์หรือเทคโนโลยีเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ควรช่วยให้ผู้บริหารใช้เครื่องมือใหม่ได้อย่างมีวิจารณญาณ พร้อมสื่อสาร รับฟัง และสร้างความร่วมมือกับคนในทีม

3. สร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนเรียนรู้ได้ ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหารระดับสูง

วัฒนธรรมการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ยาก หากองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงมากกว่าการสร้างโอกาสให้คนทั้งองค์กร

หัวหน้างานควรมีบทบาทเป็นทั้งผู้เรียนรู้และผู้สนับสนุนการเรียนรู้ของทีม เปิดโอกาสให้พนักงานถามคำถาม แบ่งปันข้อผิดพลาด และเสนอแนวทางปรับปรุงโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำหนิเพียงเพราะผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

องค์กรยังสามารถจัดวงแลกเปลี่ยนบทเรียนระหว่างทีม ให้พนักงานนำเสนอสิ่งที่ทดลองแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีประสบการณ์ต่างระดับ

สิ่งสำคัญคือผู้บริหารต้องแสดงให้เห็นผ่านการกระทำว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ไม่ใช่กิจกรรมสำหรับคนที่ยังขาดความสามารถเท่านั้น

วัฒนธรรมการเรียนรู้เริ่มต้นจากผู้นำที่กล้ายอมรับว่ายังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ และเปิดพื้นที่ให้คนในทีมเติบโตไปพร้อมกัน

องค์กรควรวัดผลการพัฒนาผู้บริหารอย่างไร

หากองค์กรต้องการให้การเรียนรู้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ควรประเมินมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมอบรมหรือคะแนนความพึงพอใจหลังจบหลักสูตร

ตัวชี้วัดที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • การนำความรู้ไปใช้: ผู้บริหารสามารถประยุกต์ทักษะที่เรียนรู้กับงานจริงได้หรือไม่

  • คุณภาพการตัดสินใจ: มีการใช้ข้อมูล ตั้งคำถามกับสมมติฐานเดิม และพิจารณาทางเลือกอย่างรอบด้านมากขึ้นหรือไม่

  • การทำงานของทีม: การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการแบ่งปันความรู้ในทีมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

  • การพัฒนาทักษะตามเป้าหมาย: ผู้เรียนมีความก้าวหน้าในทักษะที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: การเปลี่ยนแปลงด้านการทำงานช่วยสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรอย่างไร

การวัดผลควรเลือกให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรและบริบทของแต่ละองค์กร ไม่ควรสรุปว่าการอบรมประสบความสำเร็จจากตัวเลขเพียงตัวเดียว และควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียน หัวหน้างาน และทีมที่เกี่ยวข้องร่วมสะท้อนผลลัพธ์ด้วย

บทสรุป: ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องพร้อมเรียนรู้เสมอ

การพัฒนาผู้บริหารในยุคปัจจุบันไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมตามแผนฝึกอบรมประจำปี แต่ต้องเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกับการทำงาน การตัดสินใจ และการพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง

บทเรียนจากบทความของ Hari Mann คือ องค์กรต้องให้ความสำคัญกับทั้งเวลาในการเรียนรู้ วิธีการที่นำไปใช้ได้จริง และโอกาสในการพัฒนาที่เหมาะกับผู้บริหารแต่ละระดับ ขณะเดียวกัน ผู้นำเองก็ต้องพร้อมทบทวนวิธีคิด รับฟังมุมมองที่แตกต่าง และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริง

สำหรับองค์กรไทยที่กำลังรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจาก AI การแข่งขัน และความคาดหวังของบุคลากร การลงทุนพัฒนาผู้นำจึงไม่ควรจบลงเมื่อหลักสูตรสิ้นสุด แต่ควรต่อเนื่องไปถึงการทำงานในแต่ละวัน

เพราะท้ายที่สุด ผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง แต่คือคนที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนสิ่งที่เรียนรู้ให้กลายเป็นการลงมือทำที่สร้างคุณค่าให้กับทีมและองค์กรได้จริง

ข้อมูลอ้างอิง:

  • TrainingZone — Hari Mann, Why leadership starts with learning, เผยแพร่ 27 ตุลาคม 2026 อ่านบทความต้นฉบับ

  • Harvard Business Review — What Makes Leadership Development Programs Succeed?, เผยแพร่ 28 กุมภาพันธ์ 2023 อ่านบทความ

  • Harvard Business Review — Three Ways to Lead Learning, เผยแพร่ในฉบับมกราคม–กุมภาพันธ์ 2025 อ่านบทความ

  • SAGE Journals — Leadership and Learning at Work: A Systematic Literature Review of Learning-oriented Leadership, เผยแพร่ทางออนไลน์ 25 ตุลาคม 2022 อ่านงานวิจัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก้าวข้ามความกลัว สู่การเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน | ฝึกภาวะผู้นำแนว Holistic จากไร่ใจยิ้ม

ก้าวข้ามความกลัว สู่การเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน | ฝึกภาวะผู้นำแนว Holistic จากไร่ใจยิ้ม

เรียนรู้แนวทางการเป็นผู้นำอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด Holistic Leadership จาก “ไร่ใจยิ้ม” โดยอาจารย์กฤษณ์ และอาจารย์หนิง รุยาพร ที่ผสานธรรมชาติ ความสุข และความกล้าลงมือทำ เพื่อสร้างผู้นำที่สมดุลทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ

5 นาที
ศิลปะการคุมทีมข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กรให้คว้าชัยชนะ

ศิลปะการคุมทีมข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กรให้คว้าชัยชนะ

ถอดบทเรียนการบริหารจากข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กร โดยเปรียบเทียบผู้นำกับการเป็นผู้จัดการทีมกีฬาที่ไม่เพียงแต่กำหนดแผน แต่ต้องถอยออกมามองภาพใหญ่เพื่อเห็นแนวทางทั้งหมด พร้อมสร้างเป้าหมายร่วมและพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ในทีมที่มีความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

7 นาที
The Empathy Advantage: เมื่อ "การเข้าใจคน" คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจที่แท้จริง

The Empathy Advantage: เมื่อ "การเข้าใจคน" คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจที่แท้จริง

เจาะลึกบทบาทของ Empathy ในฐานะกลยุทธ์สำคัญของการบริหารยุคใหม่ การเข้าอกเข้าใจทีมงานไม่ใช่แค่เรื่องของความใจดี แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างแรงจูงใจ ปลดล็อกศักยภาพพนักงาน และขับเคลื่อนประสิทธิภาพขององค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมแนวทางการนำไปปรับใช้จริง

14 นาที
SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

SCB เปิดหลักสูตร SCB IEP 20 ยกระดับ SME วางระบบเตรียมพร้อมเข้า IPO

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวหลักสูตร SCB IEP 20 ช่วย SME วางรากฐานองค์กรและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน ผ่านการเรียนรู้ระบบบัญชี-การเงิน ธรรมนูญครอบครัว และการประยุกต์ใช้ ESG พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะธุรกิจ ลดความเสี่ยงในระบบนิเวศการลงทุน

4 นาที
กลยุทธ์รักษาคนเก่ง  เมื่อเป้าหมายชีวิตพนักงานต้องเชื่อมโยงกับพันธกิจองค์กร

กลยุทธ์รักษาคนเก่ง เมื่อเป้าหมายชีวิตพนักงานต้องเชื่อมโยงกับพันธกิจองค์กร

การรักษาคนเก่งในยุคปัจจุบันไม่อาจพึ่งพาแค่ผลตอบแทนทางการเงิน แต่ต้องสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเป้าหมายชีวิตของพนักงานกับพันธกิจองค์กร เปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโต ออกแบบงานให้ตรงจุด และพัฒนาผู้นำให้ทำหน้าที่เป็นโค้ช เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

12 นาที
นั่งทำงานทั้งวัน เสี่ยงสุขภาพเสื่อม? 5 แนวทางดูแลร่างกาย ป้องกันออฟฟิศซินโดรมอย่างยั่งยืน

นั่งทำงานทั้งวัน เสี่ยงสุขภาพเสื่อม? 5 แนวทางดูแลร่างกาย ป้องกันออฟฟิศซินโดรมอย่างยั่งยืน

ความกดดันเป็นส่วนหนึ่งของโลกการทำงาน แต่ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ภาวะหมดไฟ เรียนรู้วิธีปรับกรอบความคิด ฟื้นฟูร่างกายระหว่างวัน และสร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จกับสุขภาพในระยะยาว

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง