เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

เปิดยุทธศาสตร์ 5I จาก ส.อ.ท. ดันนโยบาย Buy Thai ยกระดับ SMEs

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายใต้การนำของ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ได้ออกมาแถลงผลงานในช่วง 90 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง พร้อมประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ 5I อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industries" [1] ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ภาคเอกชนไทยพยายามผลักดันให้นโยบายเชิงยุทธศาสตร์แปรเปลี่ยนเป็นการลงมือปฏิบัติจริง ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

บทความนี้จะพาไปสำรวจว่ายุทธศาสตร์ 5I ประกอบด้วยแนวทางใดบ้าง เหตุใดการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานจึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตา และนโยบายเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับการยกระดับ SMEs และ Supply Chain ไทยอย่างไร

สี่แนวทางหลักของยุทธศาสตร์ 5I

หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ประกอบด้วย 4 แนวทางหลักที่เชื่อมโยงกัน โดยมีเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดความยั่งยืนเป็นแกนขับเคลื่อนร่วม ได้แก่

  • ผลักดันนโยบาย "Buy Thai" เพื่อกระตุ้นการบริโภคสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ
  • การปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อลดต้นทุนการผลิต
  • การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ SMEs
  • การสร้าง Supply Chain ไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ถูกวางไว้เป็นกลไกเสริมกันเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในภาพรวม

ปฏิรูปราคาพลังงาน: ประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตา

สำหรับนักลงทุนและผู้บริหารระดับสูง ประเด็นที่น่าจับตามากที่สุดคือการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่กัดกินอัตรากำไรของภาคการผลิตไทยมาอย่างต่อเนื่อง หากนโยบายนี้สามารถผลักดันจนเกิดผลจริง จะส่งผลบวกโดยตรงต่ออุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น (Energy-intensive industries) เช่น ปิโตรเคมี เหล็ก และซีเมนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อ GDP ภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ

การลดต้นทุนพลังงานยังเป็นปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยในตลาดส่งออก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนพลังงานต่ำกว่า [1]

Buy Thai: สร้างอุปสงค์ในประเทศ หนุน Supply Chain ไทย

ในมุมของนโยบาย Buy Thai นี่คือความพยายามที่จะสร้างอุปสงค์ภายในประเทศให้แข็งแรงขึ้น ลดการรั่วไหลของเม็ดเงินไปสู่การนำเข้า และเสริมสร้าง Supply Chain ในประเทศให้มีความมั่นคง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจมากขึ้นหลังวิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านมา

หากนโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง ผ่านมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหรือแรงจูงใจทางภาษี ก็อาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับผู้ผลิตในประเทศ ทั้งในระดับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นซัพพลายเออร์หลักในห่วงโซ่การผลิต ไปจนถึงการสร้างโอกาสในระดับผู้ประกอบการรายย่อย [1]

นโยบาย Buy Thai มุ่งสร้างอุปสงค์ภายในประเทศให้แข็งแรง ด้วยการลดการรั่วไหลของเม็ดเงินจากการนำเข้า และเสริมสร้าง Supply Chain ในประเทศให้มีความมั่นคง สอดรับกับแนวโน้มการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจในระดับสากล

เชื่อมโยง Industry 4.0 และหนุน SMEs ผ่าน Roadmap for Growth

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังคงเดินหน้าความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ Industry 4.0 [2] ซึ่งเป็นการยืนยันว่าทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะยาวจะให้น้ำหนักกับการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างต้นทุน

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs แม้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายรองของยุทธศาสตร์นี้ แต่ก็จะได้รับอานิสงส์ผ่านมาตรการสนับสนุนที่ลดต้นทุนพลังงานและเปิดตลาดในประเทศ รวมถึงความร่วมมือจากภาคสถาบันการเงินอย่างโครงการ "Roadmap for Growth" ที่ช่วยเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลง [3]

พิมพ์ใจ' โชว์ผลงาน 90 วันแรก ดันยุทธศาสตร์ 5I ยกระดับ SMEs–ซัพพลายเชนไทย

บทสรุป

ยุทธศาสตร์ 5I สะท้อนความพยายามของภาคเอกชนไทยในการวางกรอบการทำงานที่ครอบคลุมทั้งมิติต้นทุน ตลาด และห่วงโซ่อุปทาน ในคราวเดียวกัน แทนที่จะแก้ปัญหาทีละจุดตามที่เคยเป็นมา จุดที่ต่างจากยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมในอดีตคือการผูกทั้ง 4 แนวทางเข้าด้วยกันเป็นระบบ ซึ่งหากทำได้จริงจะช่วยลดความเสี่ยงที่นโยบายหนึ่งจะถูกผลักดันโดยไม่มีแรงหนุนจากอีกด้าน

สิ่งที่นักลงทุนและผู้บริหารควรติดตามต่อจากนี้คือความคืบหน้าของการปฏิรูปราคาพลังงาน เพราะเป็นแนวทางที่ผูกโยงโดยตรงกับต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร ขณะที่ความสำเร็จของนโยบาย Buy Thai จะเป็นตัวชี้วัดว่าภาครัฐพร้อมสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง


หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ: บทความนี้มีข้อมูลที่ยังต้องการการตรวจสอบก่อนเผยแพร่:

  • วันที่ในรายการอ้างอิงที่ 1 และ 2 ระบุปี พ.ศ. 2566 ขณะที่บทความนี้เผยแพร่วันที่ 11 กันยายน 2569 — กรุณาตรวจสอบว่าปีที่ระบุในแหล่งอ้างอิงถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ

แนะนำแหล่งตรวจสอบ: ThaiPR.NET, เว็บไซต์ ส.อ.ท. (fti.or.th)

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. ThaiPR.NET. (2566, 9 กันยายน). พิมพ์ใจ เปิดผลงาน 90 วันแรก เดินหน้า 5I เชื่อม "นโยบายสู่การลงมือทำ" ดัน Buy Thai–ปฏิรูปพลังงาน–ยกระดับ SMEs–สร้าง Supply Chain ไทย. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/manufacturing/3758468
  2. Newswit. (2566, 10 สิงหาคม). ส.อ.ท. จับมือ กระทรวงอุตฯ ร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ Industry 4.0 พร้อมหนุนยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ของกระทรวงอุตสาหกรรม. Newswit. https://www.newswit.com/th/iwetnhq8gl6ra7d7dovjbmt68bmid2sa
  3. ThaiPR.NET. (2566, 4 กันยายน). กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ เปิดโครงการ "Roadmap for Growth" หนุนองค์ความรู้ เร่งศักยภาพ ให้ผู้ประกอบการไทย "ทำเป็น อยู่รอด เติบโต". ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3757392

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกสิกรไทย ผนึก 6 พันธมิตร ยกระดับธุรกิจไทยด้วยโครงการ Roadmap for Growth

ธนาคารกสิกรไทย ผนึก 6 พันธมิตร ยกระดับธุรกิจไทยด้วยโครงการ Roadmap for Growth

ธนาคารกสิกรไทยผนึกกำลัง 6 พันธมิตรระดับประเทศ เปิดตัวโครงการ "Roadmap for Growth" ยกระดับธุรกิจไทยผ่านการทำ Need Assessment พร้อมจัด Exclusive Workshop และ Tailored Roadmap เฉพาะราย มุ่งหนุนการขยายตลาดต่างประเทศ นวัตกรรม ดิจิทัล และความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน

6 นาที
ส.อ.ท. ดัน 'Pragmatic Energy Transition' ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย

ส.อ.ท. ดัน 'Pragmatic Energy Transition' ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันแนวทางที่เน้นความสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมกับความอยู่รอดทางธุรกิจของผู้ประกอบการ แม้จะไม่ได้มีการประกาศใช้ชื่อกรอบการทำงาน "Pragmatic Energy Transition"

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง