
พาณิชย์แนะ SMEs ใช้สิทธิ FTA เจาะตลาดใหม่ รับ FTA ไทย-EFTA
สรุปประเด็น
ครึ่งแรกของปี 2569 ถือเป็นจุดที่พิสูจน์ว่าไทยไม่ได้แค่ "มี" FTA แต่ "ใช้" FTA เป็น ยอดการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีในช่วงมกราคมถึงมิถุนายน 2569 พุ่งสูงถึง 1.57 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 48,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน [1] ตัวเลขที่น่าสนใจกว่าคือ สัดส่วนการใช้สิทธิจริงอยู่ที่ 80.83% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่มีคุณสมบัติรับสิทธิพิเศษ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของหลายประเทศ [2]
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงสถิติเชิงนโยบาย แต่สะท้อนถึงการปรับตัวของภาคเอกชนไทยต่อกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งในแง่ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ที่หลายประเทศเริ่มผูกเข้ากับสิทธิประโยชน์ทางภาษี บทความนี้ชวนวิเคราะห์ว่าตัวเลขเหล่านี้มีนัยสำคัญอย่างไรต่อผู้ประกอบการไทย และโอกาสที่กำลังจะเปิดกว้างจาก FTA ไทย-EFTA ควรถูกประเมินอย่างไรในเชิงกลยุทธ์
FTA ไทยไม่ใช่แค่สนธิสัญญา แต่คืออาวุธทางการแข่งขัน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตัวเลขการใช้สิทธิที่เติบโตต่อเนื่องเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าผู้ส่งออกไทยกำลังใช้กรอบ FTA อย่างมีประสิทธิภาพ [1] แต่สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน นัยสำคัญของตัวเลขนี้อยู่ที่การสะท้อน ศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานไทย ในการปรับตัวเข้ากับระบบการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว
ไทยใช้สิทธิ FTA คิดเป็น 80.83% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่มีคุณสมบัติรับสิทธิ — สัดส่วนที่สูงกว่ามาตรฐานสากล และสะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยใช้ FTA เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงสิทธิพิเศษที่รอรับอยู่เฉยๆ [2]
ในบริบทที่การค้าโลกเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสามารถของภาคส่งออกไทยในการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ได้จริงกลายเป็นข้อได้เปรียบที่คู่แข่งในภูมิภาคไม่ได้มีทุกราย
FTA ไทย-EFTA: หน้าต่างสู่ยุโรปที่กำลังจะเปิด
ประเด็นที่ภาคธุรกิจต้องจับตาเป็นพิเศษในช่วงนี้คือความคืบหน้าของ FTA ไทย-EFTA ซึ่งครอบคลุมสี่ประเทศยุโรป ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ความตกลงนี้ลงนามอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2568 ในการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส [3] [4] และเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 รัฐสภาไทยได้ลงมติอนุมัติเพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการให้สัตยาบันอย่างเป็นทางการ [5]
แม้ฝั่ง EFTA ยังไม่ประกาศวันบังคับใช้อย่างเป็นทางการ แต่ กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่าความตกลงจะเริ่มมีผลในช่วง ต้นปี 2570 [2] ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดประตูสู่ตลาดยุโรปที่มีกำลังซื้อสูงและมาตรฐานคุณภาพเข้มงวด
FTA ไทย-EFTA ไม่ใช่แค่การลดภาษีนำเข้า แต่ครอบคลุมมิติการค้าบริการ การลงทุน และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมการพิจารณาของบริษัทข้ามชาติที่มองหาฐานผลิตสำหรับส่งออกไปยุโรปเหนือ
โอกาสและนัยเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการไทย
สำหรับภาคธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุน ความตกลงไทย-EFTA เปิดมิติที่กว้างกว่าการลดภาษีนำเข้า เพราะครอบคลุมทั้ง การค้าบริการ การลงทุน และทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งนี้คือแรงจูงใจสำคัญให้บริษัทข้ามชาติพิจารณาใช้ไทยเป็น ฐานการผลิตสำหรับส่งออกไปยังตลาดยุโรปเหนือ โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ที่ถูกมองว่าเป็น "ตลาดพรีเมียม" ซึ่งผู้บริโภคยินดีจ่ายในราคาสูงสำหรับสินค้าคุณภาพ
นี่คือโอกาสที่ผู้ผลิตไทยจะ ยกระดับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดรับกับทิศทางนโยบายการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว
สำหรับ SMEs โดยเฉพาะ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กำลังดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ในตลาดที่ไทยได้ลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าแล้วกว่า 18 ประเทศ [1] แนวทางนี้สะท้อนเจตนารมณ์เชิงนโยบายที่ต้องการให้ผลประโยชน์จาก FTA กระจายตัวไปถึงทุกระดับของห่วงโซ่อุปทาน ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงบริษัทขนาดใหญ่
บทสรุป: จังหวะนี้คือจังหวะของการเตรียมการ ไม่ใช่การรอดู
ตัวเลขการใช้สิทธิ FTA ที่เติบโต 7.33% ในครึ่งปีแรก ประกอบกับ FTA ไทย-EFTA ที่ใกล้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2570 ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยกำลังขยายอิทธิพลทางการค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ในช่วงที่ภูมิทัศน์การค้าโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
สำหรับผู้บริหารองค์กรและนักลงทุน สิ่งที่ต้องพิจารณาทันทีไม่ใช่แค่การรอประกาศวันบังคับใช้ แต่คือการเริ่มวิเคราะห์ว่าสินค้าและบริการขององค์กรอยู่ในกลุ่มใดของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า และมีความพร้อมด้านมาตรฐานคุณภาพสูงพอสำหรับตลาดยุโรปเหนือหรือยัง บริษัทที่เตรียมตัวก่อนวันที่ข้อตกลงมีผล จะมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่บริษัทที่ "รอดู" ก่อนแล้วค่อยปรับตัวจะตามไม่ทัน
ข้อมูลอ้างอิง:
- Thai PBS News. (2569, 2 กันยายน). พาณิชย์ดัน SMEs ใช้ FTA เจาะตลาดใหม่ รับไทย-EFTA จ่อมีผล ม.ค.70. Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/news/content/510237
- The Nation Thailand. (2569, 28 ตุลาคม). Thai FTA use hits THB1.57tn as SMEs prepare for early-2027 EFTA launch. The Nation Thailand. https://www.nationthailand.com/business/trade/40070601
- EFTA. (2568, 23 มกราคม). EFTA and the Kingdom of Thailand Sign Free Trade Agreement. EFTA. https://www.efta.int/media-resources/news/efta-and-kingdom-thailand-sign-free-trade-agreement
- KPMG. (2568, 18 กุมภาพันธ์). Thailand: Free trade agreement with EFTA signed. KPMG. https://kpmg.com/us/en/taxnewsflash/news/2025/02/thailand-free-trade-agreement-efta-signed.html
- DeeMED Consulting. (2569, 1 สิงหาคม). EFTA-Thailand FTA Clears Thai Parliament Vote. DeeMED Consulting. https://www.deemedconsulting.com/insights/2026-08-01-efta-thailand-parliament-ratification-approval
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกไทยอ่วม พาณิชย์เผย ทรัมป์เก็บภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯหลายเด้ง
ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% เพิ่มจากอัตราภาษีที่เรียกเก็บอยู่แล้ว รวมทั้งอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหาร เริ่ม 9 เม.ย. 2568 พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา เจรจาลดผลกระทบ ขยายตลาดส่งออกใหม่ทดแทน

ไขความลับภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าดันสินค้าไทยบุกตลาดเอเชีย
เจาะลึกแนวทางปฏิบัติจริงในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากกรอบความตกลง FTA เพื่อลดหย่อนภาษีนำเข้าเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ แนะนำตั้งแต่การเช็กพิกัดศุลกากร HS Code การตรวจสอบเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า การยื่นเอกสารผ่านระบบดิจิทัล ตลอดจนการนำมาใช้เป็นอาวุธลับในการเจรจาธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนสินค้าไทยให้เติบโตในตลาดเอเชียได้อย่างยั่งยืน

NEA Expert Talk เสียงจริงจากมือโปร DITP ฟรี! ถอดบทเรียนส่งออกดิจิทัล AI E-commerce 6 ส.ค. 2569
DITP จัด NEA Expert Talk: เสียงจริงจากมือโปร 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-16.15 น. ผ่าน Facebook Live ฟรี รวมผู้เชี่ยวชาญ Cross-Border E-commerce Export Logistics และ AI สำหรับผู้ประกอบการส่งออกยุคดิจิทัล

ไทยวางเดิมพันครั้งใหญ่ ลดภาษี 0% สินค้านับพันรายการหวังหลบภาษีส่งออกสหรัฐ 36%
รายงานพิเศษ: รัฐบาลไทยส่งข้อเสนอลดภาษีนำเข้าสหรัฐหลายพันรายการเป็น 0% เมื่อ 6 ก.ค.68 เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีส่งออก 36% ที่จะมีผลบังคับใช้ 1 ส.ค.68 เหลือเวลาเจรจา 25 วัน สหรัฐเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 สินค้าหลักที่ได้รับผลกระทบ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ยางรถยนต์ ติดตามข้อเท็จจริง

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ประกาศนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกแถลงการณ์ ท่าทีของประเทศไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ระบุ ภาษี ทรัมป์ กระทบหนัก สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร เตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร จากสหรัฐฯ เพิ่ม

มาตรการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตรและส่งเสริมการส่งออกกุ้งไทย
กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเครื่องเต็มกำลังเพื่อพยุงราคากุ้งไทยและขับเคลื่อนการส่งออก โดยใช้กลไกทั้งภายในและภายนอกประเทศ ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สู่สินค้า World Class และการเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรี เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านมาตรฐานสุขอนามัยพืชและสัตว์ (SPS) ภายใน 30 วัน หากการเจรจาไม่เป็นผล กระทรวงฯ พร้อมนำประเด็นขึ้นสู่ WTO และ อาเซียน สะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพตลาดและปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการในภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานอาหารขนาดใหญ่
