ปัญหาสุขภาพจิต - วิกฤตเงียบของคนรุ่นใหม่

ปัญหาสุขภาพจิต - วิกฤตเงียบของคนรุ่นใหม่


สุขภาพจิตเป็นปัญหาอันดับ 2 ของ Gen Z รองจากค่าครองชีพ เพียงครึ่งเดียวที่ประเมินสุขภาพจิตตนเองว่าดี 74% ต้องลางานเพราะความเครียด แต่น้อยกว่าครึ่งที่ลาจริง และ 1 ใน 4 ยังซ่อนปัญหาจากนายจ้างเพราะกลัวการเลือกปฏิบัติ

รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน ตอนที่ 5

สุขภาพจิตได้กลายเป็นวิกฤตเงียบที่กำลังกระทบคนรุ่นใหม่อย่างรุนแรง การสำรวจ Deloitte Global 2025 เผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจของปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการที่หลายคนยังคงซ่อนปัญหาไว้เนื่องจากกลัวการเลือกปฏิบัติ

สุขภาพจิต - ปัญหาเร่งด่วนของคนรุ่นใหม่

ความกังวลด้านสุขภาพจิตพุ่งสูงขึ้น

ความกังวลด้านสุขภาพจิตกลายเป็นประเด็นอันดับ 2 สำหรับ Gen Z รองจากค่าครองชีพเท่านั้น และอันดับ 4 สำหรับ Millennial ซึ่งสูงกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม การว่างงาน และความไม่เสถียรทางการเมือง การที่สุขภาพจิตขึ้นมาเป็นปัญหาสำคัญเช่นนี้สะท้อนถึงความรุนแรงของวิกฤตที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญ

สถิติสุขภาพจิตที่น่าวิตก

เฉพาะ 52% ของ Gen Z และ 58% ของ Millennial เท่านั้นที่ประเมินสุขภาพจิตของตนเองว่าดีหรือดีมาก ในขณะที่ 40% ของ Gen Z และ 34% ของ Millennial รู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลตลอดเวลาหรือส่วนใหญ่ของเวลา ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่กำลังประสบปัญหาสุขภาพจิต และ 1 ใน 3 อยู่ในภาวะเครียดอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุความเครียดในที่ทำงาน

ปัจจัยความเครียดหลัก ปัจจัยที่ส่งผลต่อความวิตกกังวลและความเครียดมากที่สุดของคนรุ่นใหม่:

  1. อนาคตทางการเงินระยะยาว (48% Gen Z, 45% Millennial)

  2. สุขภาพและสวัสดิการของครอบครัว (46% Gen Z, 45% Millennial)

  3. การเงินรายวัน (43% Gen Z, 42% Millennial)

  4. ความสัมพันธ์ครอบครัว/ส่วนตัว (41% Gen Z, 36% Millennial)

  5. งาน (35% Gen Z, 33% Millennial)

น่าสังเกตว่าปัญหาการเงินครองอันดับ 1 และ 3 ซึ่งสอดคล้องกับวิกฤตค่าครองชีพที่กล่าวถึงในตอนแรก

ปัญหาเฉพาะในที่ทำงาน

สำหรับผู้ที่งานเป็นสาเหตุความเครียด ปัญหาหลักคือ:

  1. ชั่วโมงทำงานยาว (48%)

  2. การไม่ได้รับการยอมรับ/รางวัลอย่างเพียงพอ (47%)

  3. วัฒนธรรมที่เป็นพิษในที่ทำงาน (44% Gen Z, 45% Millennial)

  4. การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม (44% ทั้งสองกลุ่ม)

ปัญหาการลางานและ Stigma ที่ยังคงอยู่

สถิติการลางานที่น่าตกใจ

สถิติที่น่าตกใจคือ 74% ของ Gen Z และ 68% ของ Millennial ต้องลางานเพราะความเครียด แสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ

การซ่อนปัญหาจากนายจ้าง

แต่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (43% Gen Z, 37% Millennial) ที่ลาจริง และในจำนวนนั้น 22% ของ Gen Z และ 19% ของ Millennial ให้เหตุผลอื่นกับนายจ้าง นี่หมายความว่าเกือบ 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่ยังคงซ่อนปัญหาสุขภาพจิตจากนายจ้าง เนื่องจากกลัวการเลือกปฏิบัติหรือผลกระทบต่อการงาน

Stigma ที่ยังคงดำรงอยู่

แม้จะมีความก้าวหน้า (62% ของทั้งสองกลุ่มเห็นว่านายจ้างให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีที่แล้ว) แต่ยังมี stigma อยู่ประมาณ 1 ใน 4 (26%) ยังคงกังวลว่าผู้จัดการจะเลือกปฏิบัติหากพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งทำให้หลายคนเลือกที่จะซ่อนปัญหาไว้

ผลกระทบต่อความสุขและประสิทธิภาพ

ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับความสุขตามที่กล่าวไว้ในตอนที่ 4 สุขภาพจิตมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสุข:

  • Gen Z: 62% ที่มีสุขภาพจิตดีรู้สึกมีความสุข เทียบกับเพียง 19% ที่มีสุขภาพจิตไม่ดี

  • Millennial: 67% ที่มีสุขภาพจิตดีรู้สึกมีความสุข เทียบกับเพียง 20% ที่มีสุขภาพจิตไม่ดี

ผลกระทบต่อการทำงาน

ปัญหาสุขภาพจิตไม่เพียงส่งผลต่อความสุขส่วนตัว แต่ยังส่งผลต่อ:

  • การขาดงาน: 74% ของ Gen Z และ 68% ของ Millennial ต้องลางานเพราะความเครียด

  • ประสิทธิภาพการทำงาน: คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มที่จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

  • การตัดสินใจเปลี่ยนงาน: ปัญหาสุขภาพจิตเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนต้องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน

การขาดการสนับสนุนที่เหมาะสม

ช่องว่างในการดูแลสุขภาพจิต แม้ว่านายจ้างจะเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้น แต่ยังมีช่องว่างในการสนับสนุน:

  1. การขาดความเข้าใจ: ผู้จัดการหลายคนยังไม่เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตและวิธีการสนับสนุนที่เหมาะสม

  2. การขาดทรัพยากร: หลายองค์กรยังไม่มีโปรแกรมสนับสนุนสุขภาพจิตที่เพียงพอ

  3. การขาดการฝึกอบรม: ผู้จัดการขาดการฝึกอบรมในการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิตของทีม

แนวทางการแก้ไข

การป้องกันมากกว่าการรักษา การสำรวจชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาควรมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา โดยจัดการสาเหตุรากเหง้าของความเครียด:

  1. ปรับโครงสร้างงาน: ลดชั่วโมงทำงานที่มากเกินไปและสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

  2. สร้างวัฒนธรรมที่เป็นบวก: กำจัดวัฒนธรรมที่เป็นพิษและสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน

  3. ให้การยอมรับและรางวัล: สร้างระบบการยอมรับผลงานที่เป็นธรรมและสร้างแรงจูงใจ

การสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง

องค์กรต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่คนสามารถพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตได้อย่างเปิดเผย โดยไม่กลัวการเลือกปฏิบัติ

การพัฒนาผู้จัดการ

การฝึกอบรมผู้จัดการให้สามารถ:

  • รับรู้สัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต

  • ให้การสนับสนุนเบื้องต้น

  • ชี้ทางไปยังทรัพยากรที่เหมาะสม

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย

วิกฤตสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่ปัญหาที่จะหายไปเอง แต่ต้องการการดำเนินการที่จริงจังและครอบคลุมจากทั้งระดับบุคคล องค์กร และสังคม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักของโลกในอนาคตสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 23,482 คน จาก 44 ประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม - 24 ธันวาคม 2024

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูแลสุขภาพเชิงรุก ด้วย BDMS Wellness Clinic

ดูแลสุขภาพเชิงรุก ด้วย BDMS Wellness Clinic

ในวันที่ปฏิทินเต็มและการตัดสินใจไม่เคยหยุด ร่างกายและสมองคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุด แต่คนส่วนใหญ่มักดูแลมันเป็นอันดับสุดท้าย BDMS Wellness Clinic เปลี่ยนวิธีคิดนั้น ด้วยแนวทาง Precision Wellness — การดูแลสุขภาพที่อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกของร่างกายคุณโดยเฉพาะ ไม่ใช่สูตรสำเร็จทั่วไป

4 นาที
วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง (ตอนที่ 1)

วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง (ตอนที่ 1)

เกือบครึ่งหนึ่งของคนรุ่น Gen Z และ Millennial รู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน โดยเพิ่มขึ้นถึง 18% ในเวลาเพียงหนึ่งปี มากกว่าครึ่งหนึ่งต้องใช้ชีวิตแบบเงินเดือนหมดทุกเดือน แม้แต่ผู้ที่มีฐานะดี ก็ยังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ เนื่องจาก "phantom wealth" ที่ไม่สามารถนำมาใช้จริงได้

5 นาที
สูตรความสุขในที่ทำงาน - เงิน + ความหมาย + สุขภาว

สูตรความสุขในที่ทำงาน - เงิน + ความหมาย + สุขภาว

การวิจัยค้นพบว่าความสุขของคนรุ่นใหม่ขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบที่เชื่อมโยงกัน: ความมั่นคงทางการเงิน จุดประสงค์ในงาน และสุขภาพจิตที่ดี ขาดองค์ประกอบใดจะส่งผลต่อความสุขทั้งหมด พร้อมความยืดหยุ่นในการจัดลำดับความสำคัญเมื่อไม่สามารถมีครบทุกอย่าง

6 นาที
ปลดล็อกวิกฤตระบบเผาผลาญ: เมื่อ “ไขมันพอกตับ” คือระเบิดเวลาเงียบที่คนทำงานมองข้าม

ปลดล็อกวิกฤตระบบเผาผลาญ: เมื่อ “ไขมันพอกตับ” คือระเบิดเวลาเงียบที่คนทำงานมองข้าม

ภาวะไขมันพอกตับกำลังกลายเป็น ‘ระเบิดเวลาเงียบ’ ของคนทำงานไทยจำนวนมาก โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากปล่อยให้วิกฤตระบบเผาผลาญลุกลาม อาจนำไปสู่ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็งตับ และโรคเรื้อรังอีกหลายชนิด แต่ข่าวดีคือภาวะนี้สามารถป้องกันและฟื้นกลับได้ ผ่านการปรับคุณภาพอาหาร ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงแป้งและน้ำตาลแฝง ควบคุมน้ำหนัก และดูแลสุขภาพเชิงรุก

8 นาที
Metabolic Beauty: เมื่อความงามเริ่มต้นจากข้างใน โอกาสธุรกิจใหม่ที่ไทยพร้อมเป็นผู้นำ

Metabolic Beauty: เมื่อความงามเริ่มต้นจากข้างใน โอกาสธุรกิจใหม่ที่ไทยพร้อมเป็นผู้นำ

เทรนด์ความงามโลกกำลังพลิกจากการแก้ปัญหาที่ผิวหน้า สู่การดูแลจากระบบเผาผลาญภายในร่างกาย และไทยมีทุกองค์ประกอบที่จะคว้าโอกาสนี้

6 นาที
Innovative Precision Healthcare: พลิกโฉมระบบสุขภาพ สู่โอกาสธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้าน

Innovative Precision Healthcare: พลิกโฉมระบบสุขภาพ สู่โอกาสธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้าน

เมื่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกำลังคุกคามคนไทยกว่า 43 ล้านคน และระบบสาธารณสุขแบบเดิมไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไป Innovative Precision Healthcare คือทั้งทางออกด้านสุขภาพ และโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งทศวรรษ

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง