ทรู เดินหน้า Responsible AI วางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทรู เดินหน้า Responsible AI วางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

องค์กรทั่วโลก 88% ใช้ AI เป็นประจำในการทำงาน แต่มีเพียง 13% เท่านั้นที่มีกรอบการกำกับดูแล AI ที่เพียงพอต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง [1] ช่องว่างขนาดใหญ่นี้เองที่ทำให้คำถามเรื่อง "ใครกำกับดูแล AI และกำกับดูแลอย่างไร" กลายเป็นวาระเร่งด่วนของภาคธุรกิจไทยและทั่วโลกไปพร้อมกัน

ท่ามกลางช่องว่างดังกล่าว ในเวทีเสวนา "AI และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สะท้อนมุมมองว่า AI ไม่ใช่ "จุดตั้งต้น" ของโจทย์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ ก่อนเลือกโมเดลหรือแพลตฟอร์มใดๆ องค์กรจึงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า "เรานำ AI มาใช้เพื่ออะไร" เพราะวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนคือจุดเริ่มต้นของ Responsible AI [2] คำกล่าวนี้สะท้อนแนวทางที่ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าอย่างจริงจังในการนำหลักการดังกล่าวมาใช้เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ท่ามกลางบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายภาคส่วน การริเริ่มของทรูสะท้อนความเข้าใจถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีที่ทรงพลังนี้มาใช้อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและมั่นคง

บทความนี้จะพาไปดูว่ากรอบ Responsible AI ของทรูวางโครงสร้างไว้อย่างไร เหตุใดการกำกับดูแล AI จึงสำคัญกว่าที่หลายฝ่ายคิด และที่สำคัญที่สุดคือแนวทางเช่นนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึง SME ในการตัดสินใจนำ AI มาใช้ในองค์กรของตนเองได้อย่างไร

ทรูวางกรอบกำกับดูแล AI ครอบคลุมทั้งวงจรชีวิต

นายมนตรีอธิบายในเวทีเสวนาว่า การกำกับ AI ต้องครอบคลุมทั้งกระบวนการ Input – Processing – Output ตั้งแต่วัตถุประสงค์และข้อมูลที่นำเข้า วิธีการประมวลผล ไปจนถึงผลลัพธ์ที่อาจกระทบผู้ใช้งาน ธุรกิจ และสังคม โดยวางไว้เป็น 3 แกนสำคัญ:

  • Privacy — การเคารพและคุ้มครองข้อมูลของผู้ใช้งาน
  • Security — การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูลภายใต้กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • AI Governance — การกำกับแพลตฟอร์ม โมเดล ผู้รับผิดชอบ การกำกับโดยมนุษย์ และการติดตามผล

ทั้ง 3 แกนนี้คือรากฐานของ Responsible AI ที่ประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าการนำ AI มาใช้งานจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ [2] ดังที่นายมนตรีกล่าวย้ำในเวทีเสวนาว่า

"AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในบางกระบวนการ แต่ความรับผิดชอบต้องยังอยู่กับองค์กร เพราะไม่มี AI โมเดลใดที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก [...] Responsible AI จึงไม่ใช่การตรวจสอบเพียงครั้งเดียวก่อนเปิดใช้งาน แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ติดตาม ทบทวน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง"

— นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, เวทีเสวนา "AI และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" [2]

สิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการเร่งพัฒนานวัตกรรมและขยายผลการใช้งาน AI ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมั่นใจและไว้วางใจ

 

 

 

เมื่อ AI แทรกซึมทุกอุตสาหกรรม โจทย์ไม่ใช่แค่ "ทำอะไรได้" แต่ "ทำอย่างไรให้ปลอดภัย"

ในปัจจุบัน AI ได้เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในอุตสาหกรรมสำคัญหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน โทรคมนาคม การศึกษา ประกันภัย ไปจนถึงบริการในชีวิตประจำวันสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และผู้บริโภคทั่วไป คำถามสำคัญจึงมิได้อยู่เพียงแค่ศักยภาพของ AI ว่าสามารถทำอะไรได้มากน้อยเพียงใด แต่เป็นการนำเทคโนโลยีที่ทรงพลังนี้มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยยังคงรักษาความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การที่ทรูให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ จึงเป็นการตอบโจทย์ความท้าทายในการพัฒนา AI สู่เชิงพาณิชย์ในระดับมหภาค

องค์กรทั่วโลก 88% ใช้ AI เป็นประจำ แต่มีเพียง 13% ที่มีกรอบกำกับดูแล AI เพียงพอ — ช่องว่างนี้เองที่ทำให้ Responsible AI กลายเป็นตัวชี้วัดความพร้อมทางธุรกิจยุคใหม่ [1]

Responsible AI ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการใช้ AI ในองค์กรได้อย่างไร

ความมุ่งมั่นของทรูในการสร้างสรรค์ Responsible AI จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน โดยเฉพาะในตลาดทุน การมีกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนและแข็งแกร่งย่อมส่งเสริมให้การลงทุนและการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กรขนาดใหญ่เป็นไปอย่างมีทิศทาง ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและกฎระเบียบ และส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและได้รับการยอมรับในวงกว้าง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับผู้ประกอบการโดยตรง ผลสำรวจซีอีโอไทยล่าสุดของ PwC ชี้ว่ามีเพียง 24% ของซีอีโอไทยที่มั่นใจในการเติบโตของรายได้ในปีนี้ ต่ำสุดในรอบสามปี และแม้ 33% ของซีอีโอไทยจะระบุว่า AI ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา แต่มีเพียง 18% เท่านั้นที่สามารถเพิ่มรายได้พร้อมลดต้นทุนไปพร้อมกันได้จริง สะท้อนว่าการใช้ AI ส่วนใหญ่ในองค์กรไทยยังกระจุกตัวอยู่ในงานสนับสนุนและกระบวนการภายใน มากกว่าการสร้างมูลค่าทางธุรกิจโดยตรง [3]

ความไม่แน่นอนเช่นนี้เองคือช่องว่างที่กรอบ Responsible AI เข้ามาช่วยเติมเต็ม เมื่อองค์กรมีแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนตั้งแต่วัตถุประสงค์ไปจนถึงผลลัพธ์ ผู้ประกอบการจะสามารถ:

  • ประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า แทนที่จะเผชิญปัญหาหลังนำ AI ไปใช้จริงแล้ว
  • สื่อสารกับนักลงทุนและลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ว่าองค์กรใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ตามกระแส
  • ลดต้นทุนด้านกฎระเบียบในระยะยาว เพราะมีระบบตรวจสอบและบันทึกกระบวนการไว้ตั้งแต่ต้น
  • ขยายผลการใช้งาน AI ได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขปัญหาความไว้วางใจในภายหลัง

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติของไทย (พ.ศ. 2565-2570) ยังวางกลไก regulatory sandbox ที่เปิดให้ภาคธุรกิจ รวมถึงผู้ประกอบการ SME ทดลองใช้ AI ภายใต้การกำกับดูแลที่ผ่อนปรนและมีความคุ้มครองทางกฎหมายในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสำหรับองค์กรขนาดเล็กที่ยังไม่มีทรัพยากรมากพอจะสร้างกรอบกำกับดูแล AI ของตัวเองตั้งแต่ต้น [4]

กล่าวโดยสรุป เมื่อบริษัทขนาดใหญ่อย่างทรูวางมาตรฐาน Responsible AI ไว้เป็นต้นแบบ ผลที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในองค์กรเดียว แต่ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศ AI ในภาพรวม ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นมีบรรทัดฐานอ้างอิงในการออกแบบแนวทางกำกับดูแลของตนเอง โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

นัยต่อ SME และผู้ประกอบการรายย่อย

แม้ผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จากการประกาศของทรูอาจไม่ถูกระบุเจาะจง แต่การที่ระบบนิเวศ AI โดยรวมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ย่อมเป็นรากฐานที่ดีที่ช่วยให้ SME สามารถเข้าถึงและนำ AI มาปรับใช้ในการดำเนินงานของตนเองได้อย่างปลอดภัยในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น regulatory sandbox และแนวปฏิบัติเฉพาะภาคส่วนจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน คปภ. ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจข้อกำหนดล่วงหน้าได้ก่อนที่กฎหมายฉบับเต็มจะมีผลบังคับใช้ [4]

ซีอีโอไทยเพียง 18% เท่านั้นที่สามารถเพิ่มรายได้พร้อมลดต้นทุนจากการใช้ AI ได้พร้อมกัน — สะท้อนว่ากรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนคือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยน AI จากเครื่องมือทดลองให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าได้จริง [3]

 

บทสรุป

การลงทุนใน Responsible AI ของทรู คอร์ปอเรชั่น จึงไม่ใช่เพียงการเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานและวางแนวทางปฏิบัติที่สำคัญให้กับอุตสาหกรรม และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการไทย บทเรียนที่นำไปใช้ได้จริงคือ ความมั่นใจในการใช้ AI ไม่ได้เกิดจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่เกิดจากการมีกรอบกำกับดูแลที่ตอบคำถามได้ตั้งแต่ต้นว่า "ใช้ AI ไปเพื่ออะไร ข้อมูลมาจากไหน ตรวจสอบได้อย่างไร และใครรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด" องค์กรที่เริ่มวางกรอบเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ก็มีแนวโน้มที่จะขยายผลการใช้ AI ได้เร็วกว่าและปลอดภัยกว่าคู่แข่งที่เลือกจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน ในระยะยาว คำถามจึงไม่ใช่ว่าองค์กรควรใช้ AI หรือไม่ แต่เป็นว่าองค์กรพร้อมจะกำกับดูแลการใช้ AI ของตัวเองได้ดีเพียงใด

ดังที่นายมนตรี สถาพรกุล กล่าวสรุปไว้ในเวทีเสวนาเดียวกัน:

"ความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้วัดเพียงว่าเทคโนโลยีฉลาดขึ้นหรือเร็วขึ้นแค่ไหน แต่ต้องวัดด้วยว่าเราสามารถนำศักยภาพนั้นไปเพิ่มผลิตภาพ สร้างบริการและโอกาสใหม่ และกระจายประโยชน์สู่ผู้คนได้มากเพียงใด พร้อมกับรักษาความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจของสังคมไว้ได้ในเวลาเดียวกัน Responsible AI จึงไม่ใช่เบรกของนวัตกรรม แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้นวัตกรรมเดินหน้าและขยายผลได้อย่างยั่งยืน"

— นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น [2]

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Acinfotec. (2569, 7 พฤษภาคม). AI Governance: บทวิเคราะห์ความเสี่ยงและแนวทางรับมือปี 2026. Acinfotec. https://www.acinfotec.com/ai-governance/
  • ThaiPR.NET. (2569, 20 สิงหาคม). AI ยิ่งฉลาด ยิ่งต้องรับผิดชอบ…ทรู เดินหน้า Responsible AI วางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกำกับครบทุกขั้น ตั้งแต่วัตถุประสงค์ ข้อมูล กระบวนการ ถึงผลลัพธ์เร่งนวัตกรรม พร้อมขยายผลได้อย่างมั่นใจและไว้วางใจ. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/it/3752366
  • PwC ประเทศไทย. (2569, 30 มีนาคม). PwC ชี้ซีอีโอไทยมั่นใจรายได้ลดลงต่ำสุดในรอบสามปี ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI (29th Annual Global CEO Survey). PwC. https://www.pwc.com/th/en/press-room/press-release/2026/press-release-30-03-26-th.html
  • Tilleke & Gibbins. (2569). Comprehensive Policy: Thailand's AI Governance Framework. Tilleke & Gibbins. https://www.tilleke.com/insights/comprehensive-policy-thailands-ai-governance-framework/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน

ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

11 นาที
AI Governance: เข็มทิศธุรกิจยุคปัญญาประดิษฐ์

AI Governance: เข็มทิศธุรกิจยุคปัญญาประดิษฐ์

AI Governance กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจในยุคปัญญาประดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญชี้องค์กรจำเป็นต้องวางระบบกำกับดูแล AI เพื่อให้การใช้งานมีความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจาก Data Bias และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

5 นาที
จาก F1 สู่ฟุตบอล: Mike Sansoni กับภารกิจเปลี่ยนแมนยูด้วย AI

จาก F1 สู่ฟุตบอล: Mike Sansoni กับภารกิจเปลี่ยนแมนยูด้วย AI

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง Mike Sansoni อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลจาก F1 ของ Mercedes-AMG Petronas เป็น Director of Data เพื่อนำ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ปฏิวัติการดำเนินงานของสโมสร สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับกลยุทธ์องค์กรให้ทันสมัย

11 นาที
ถอดบทเรียน AI ไทยจากผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์”

ถอดบทเรียน AI ไทยจากผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์ “เข้าใจภาษามนุษย์”

เจาะลึกมุมมอง “ชาญวิทย์ บุญช่วย” ผู้ก่อตั้ง Synapse Thailand กับโจทย์ใหญ่ของ AI ด้านภาษา (NLP) จากยุคโมเดลยังไม่เข้าใจบริบท สู่การประยุกต์ใช้ AI วิเคราะห์วิดีโอในภาคอุตสาหกรรม พร้อมคำแนะนำผู้ประกอบการ AI ไทยสู่ตลาดอาเซียน

6 นาที
จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จากการค้าสู่ AI 'ไทย-จีน' ต่อยอดความร่วมมือหลากมิติ สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมนำคณะเข้าเยี่ยมชมบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำ AgiBot เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งต่อยอดความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

4 นาที
Summer Davos : หลี่เฉียงชี้ 'โอกาสจากจีน 2.0' หนุนธุรกิจโลกโต ความร่วมมือทางนวัตกรรมพาโลกพ้นหล่มชะงักงัน

Summer Davos : หลี่เฉียงชี้ 'โอกาสจากจีน 2.0' หนุนธุรกิจโลกโต ความร่วมมือทางนวัตกรรมพาโลกพ้นหล่มชะงักงัน

นายกรัฐมนตรีจีน หลี่เฉียง เปิดเวที Summer Davos 2026 ระบุอุตสาหกรรม AI ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด โมเดลภาษาขนาดใหญ่มีการใช้งานทะลุ 100 ล้านล้านโทเคนต่อวัน พร้อมยืนยันจีนจะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการกำกับดูแล AI และเทคโนโลยีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

2 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง