
Autonomous Vehicles: ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนโลก ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้
สรุปประเด็น
ตลาด Autonomous Vehicles (AVs) โลกพุ่งสู่ 6.81 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 และจะแตะ 19.90 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 — นี่คือทั้งโอกาสและความท้าทายที่อุตสาหกรรมยานยนต์และโลจิสติกส์ไทยต้องเตรียมรับมือ
ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคืออะไร?
Autonomous Vehicles (AVs) หรือยานยนต์ไร้คนขับ คือยานพาหนะที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ อาทิ เซนเซอร์ AI และซอฟต์แวร์ขั้นสูงมาในการรับรู้สภาพแวดล้อม วางแผน ตัดสินใจ และควบคุมการเคลื่อนที่ โดยพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์น้อยมากหรือแทบไม่เลย
องค์กระหว่างประเทศด้านวิศวกรรม (SAE International) และ World Economic Forum (WEF) แบ่งยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ (1) ยานยนต์ส่วนบุคคล (Personal Vehicles) สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน (2) โรโบแท็กซี่ (Robo taxis) และโรโบชัทเทิลบัส (Robo Shuttles) สำหรับระบบขนส่งสาธารณะ (3) รถบรรทุกอัตโนมัติ (Autonomous Trucks) ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานขับรถและยกระดับโลจิสติกส์ และ (4) ยานยนต์ที่วัตถุประสงค์การใช้งานเฉพาะด้าน (Special Purpose AV) เช่น รถเกษตร รถในโรงงานอุตสาหกรรม
ห่วงโซ่อุปทาน AV: 5 องค์ประกอบหลัก
ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1. การผลิตยานยนต์ (Auto industries) — ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และ AV เช่น Hyundai และ Tesla
2. การผลิตเซนเซอร์ (Sensors) — อุปกรณ์สำคัญสำหรับยานยนต์อัตโนมัติ เช่น LiDAR, Radar และกล้อง ผู้เล่นหลักได้แก่ Zoox และ Easy Mile
3. เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-driving technology) — ซอฟต์แวร์ AI ที่ควบคุมการตัดสินใจของยานยนต์ ได้แก่ Pony AI และ WeRide
4. ธุรกิจบริหารจัดการระบบเดินทาง (Fleet operations) — ผู้บริหารกองยานอัตโนมัติ เช่น Apollo Go และ Waymo
5. แอปพลิเคชันสำหรับรับส่งผู้โดยสาร (Ride hailing operations) — แพลตฟอร์มเรียกรถ เช่น Didi และ Uber
ตลาดโลก: ตัวเลขที่บอกทิศทาง
จากการวิจัยของ Grand View Research ระบุว่า ปี 2567 ตลาดยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติโลกมีมูลค่า 6.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะโตขึ้นในช่วง 2568–2573 ที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 19.90% โดยรวม 2.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ซึ่งเติบโตสูงสุดอย่างน้อย 25 เท่า
ปัจจัยเร่งที่สำคัญได้แก่ แนวโน้มการขยายตัวของเมือง (Urbanization) โดยคาดว่าในช่วงปี 2564–2568 ประชากรเมืองโลกจะเพิ่มขึ้น 1.75 ล้านคนต่อวัน รวมถึงกระแสของ BYD และ Changan ที่ตั้งระบบบริษัทขึ้นในหลายประเทศ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีไร้คนขับอีกด้วย
สำหรับ ยานพาณิชย์ (Commercial Vehicles) มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 7.79% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านโลจิสติกส์อัตโนมัติที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
4 ปัจจัยเสริมการเติบโต AV
1. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ระบบ AI ระบบ Machine Learning และ Computer Vision ช่วยให้รถประมวลผลสภาพแวดล้อมแบบ Real-time ได้แม่นยำขึ้น
2. แรงสนับสนุนจากรัฐบาล
หลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านการลงทุน กฎระเบียบที่เอื้ออำนวย และการปรับปรุงระบบถนน
3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
โดยเฉพาะเครือข่าย 5G ที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างยานพาหนะ (Vehicle-to-Everything: V2X) มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงระบบจัดการจราจรอัจฉริยะและแผนที่ดิจิทัลความละเอียดสูง
4. ความต้องการใช้ยานยนต์อัตโนมัติในการขนส่ง
สถานประกอบการขนาดใหญ่เริ่มนำ AV มาใช้ในการขนส่งสินค้าภายในโรงงาน โดยยานยนต์อัตโนมัติสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งได้อย่างชัดเจน
ไทยพร้อมแค่ไหน?
ไทยยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมทางกฎหมาย โดยขณะนี้มีโครงการนำร่องที่น่าสนใจ อาทิ การทดสอบใช้งานยานยนต์ไร้คนขับผ่านโครงการ AIROVR (สตาร์ตอัปไทย) รวมถึงความร่วมมือในการทดสอบยานยนต์ไร้คนขับผ่านองค์กร EECI (Eastern Economic Corridor of Innovation) และ EECI ARIPOLIS ที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทั้ง Whetron เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ผลการจัดอันดับ AIROVR (Autonomous Vehicles Readiness Index: AVRI) จากวารสารเศรษฐกิจ Fortune Business Insights ชี้ว่า ไทยอยู่อันดับที่ 92.21 ของดัชนีความพร้อมด้านยานยนต์อัตโนมัติ
4 แนวทางส่งเสริม AV ในไทย
1. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบ AV ที่เหมาะสมกับบริบทไทย รวมถึงสร้างแรงจูงใจผ่านสิทธิประโยชน์ด้านภาษีให้บริษัท Tech ต่างชาติมาลงทุนวิจัยในไทย
2. พัฒนามาตรฐานด้านบริการและกฎหมาย
กำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการทดสอบและใช้งานยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในพื้นที่จริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและผู้ประกอบการ
3. สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AV
บ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการ SME เพื่อเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริการซ่อมบำรุง ระบบซอฟต์แวร์ บริการข้อมูล และสาธารณูปโภคที่รองรับ AV
4. สนับสนุนผู้ประกอบการไทยเชื่อมกับห่วงโซ่อุปทาน AV ต่างประเทศ
ผลักดันให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมยานยนต์ เชื่อมต่อกับ Supply Chain ของบริษัท AV ระดับโลก เพื่อขยายโอกาสการส่งออกชิ้นส่วนที่ตอบโจทย์ยานยนต์อัตโนมัติ
มุมมองนักธุรกิจ: เล่นเกมนี้ได้แม้ไม่ได้ผลิตรถ
อุตสาหกรรม AV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้ผลิตรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วม ได้แก่
- ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ — เซนเซอร์ กล้อง และระบบควบคุม
- ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า — นำ AV มาใช้ภายในโรงงานและศูนย์กระจายสินค้า
- บริการข้อมูลและแผนที่ดิจิทัล — ข้อมูล HD Map สำหรับระบบนำทางอัตโนมัติ
- ธุรกิจประกันภัยและการเงิน — รูปแบบประกันใหม่สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ
- อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน — ออกแบบถนน อาคาร และเมืองรองรับ AV
McKinsey & Company คาดการณ์ว่าเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับจะสร้างรายได้ 3–4 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2578 ซึ่งหมายความว่าโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้มีมหาศาลมาก
"ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติไม่ใช่นวัตกรรมที่พิเศษอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบโลจิสติกส์และการเดินทางของโลก — ผู้ที่เข้าใจและเตรียมตำแหน่งก่อนจะได้ส่วนแบ่งมากที่สุด"
ข้อมูลอ้างอิง:
- วารสาร สนค. ฉบับที่ 179 — Autonomous Vehicles ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเปลี่ยนโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

NEA Expert Talk เสียงจริงจากมือโปร DITP ฟรี! ถอดบทเรียนส่งออกดิจิทัล AI E-commerce 6 ส.ค. 2569
DITP จัด NEA Expert Talk: เสียงจริงจากมือโปร 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-16.15 น. ผ่าน Facebook Live ฟรี รวมผู้เชี่ยวชาญ Cross-Border E-commerce Export Logistics และ AI สำหรับผู้ประกอบการส่งออกยุคดิจิทัล

AI เครื่องเดิม ศักยภาพใหม่: จากนักศึกษาฝีกงานดาวรุ่ง สู่สุดยอดกูรูในทีมคุณ
บทความนี้ชวนผู้ประกอบการอัปเกรดการใช้ AI จาก “เด็กฝึกงาน” ที่ทำงานเอกสารและงานจิปาถะ ไปสู่ผู้ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดระดับ Philip Kotler ด้วยเทคนิคการเขียนพรอมป์ต์ง่ายๆ ที่เจ้าของธุรกิจทุกคนเรียนรู้และเอาไปใช้ได้ทันที

Neta จากดาวเด่นรถไฟฟ้าจีน สู่วิกฤตล้มละลายในยุคทองของรถยนต์ EV
วิเคราะห์ปัจจัยนำสู่ความล้มเหลวของ Hozon Auto เจ้าของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า "เนต้า" (Neta) ที่ได้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าโลก

เครือสหพัฒน์ขยายการลงทุนและเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือ 20 ฉบับ
การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มากกว่า 20 ฉบับของเครือสหพัฒน์ ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 แสดงให้เห็นถึงทิศทางกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งเน้นการปรับตัวและสร้างความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญในสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Chery International เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจังหวัดระยอง
Chery International และ OMODA & JAECOO เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ที่ระยอง ตั้งเป้าผลิต 80,000 คันต่อปีภายในปี 2573 ตอกย้ำไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน พร้อมสร้างโอกาสให้ SMEs และแรงงานไทย

นโยบายการใช้ AI ที่ทุกองค์กรต้องมี ก่อนปล่อยให้พนักงานใช้ AI ทำงานจริง
องค์กรไทยเริ่มใช้ AI ในงานประจำวันมากขึ้น แต่หากไม่มี นโยบายการใช้ AI (AI Policy) ที่กำหนดเครื่องมือที่อนุมัติ ข้อมูลที่ใช้ได้‑ไม่ได้ และความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ความลับทางธุรกิจ และการใช้ AI ผิดวัตถุประสงค์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บทความนี้ชวนผู้บริหารออกแบบนโยบายใช้งาน AI ให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA/PDPC
