NT จับมือ MEAei และกลุ่มพันธมิตร 5 บริษัทเอกชน ร่วมลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและบริการจัดการพลังงานครบวงจรภายใต้โครงการ NEXA EV Station Hub

NT จับมือ MEAei และกลุ่มพันธมิตร 5 บริษัทเอกชน ร่วมลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและบริการจัดการพลังงานครบวงจรภายใต้โครงการ NEXA EV Station Hub

สรุปประเด็น

  • NT ร่วมมือ MEAei และ 5 พันธมิตร: ผสานจุดแข็งด้านโครงข่ายดิจิทัล พื้นที่ พลังงาน และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนา NEXA EV Station Hub

  • เป้าหมาย 156 แห่ง กว่า 48,000 จุดชาร์จ: ยกระดับจากสถานีชาร์จทั่วไปสู่ศูนย์กลางบริการดิจิทัลและการเดินทาง (Smart Mobility Hub) ทั่วประเทศ

  • ขับเคลื่อนผ่าน NEXA Platform: เชื่อมระบบ Cloud, Data, IoT, CMS และ Cyber Security ในการบริหารจัดการพลังงานและข้อมูลแบบบูรณาการ

  • สร้างระบบนิเวศ EV และโอกาสทางธุรกิจ: เปิดพื้นที่ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนและโอกาสสำหรับ SMEs ทั้งด้านบริการ เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์

การขยายตัวของ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยกำลังขยับเข้าสู่โจทย์ที่ใหญ่กว่าจำนวนรถบนท้องถนน นั่นคือการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานแบบครบวงจร ตั้งแต่สถานีชาร์จ ระบบพลังงาน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงข้อมูลและบริการดิจิทัล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ท เอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ จำกัด (MEAei) สะท้อนทิศทางดังกล่าวอย่างชัดเจน เมื่อทั้งสององค์กรจับมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีอีก 5 บริษัท เดินหน้าโครงการ “NEXA EV Station Hub” พร้อมพัฒนา NEXA Platform ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโครงข่ายดิจิทัลและพื้นที่ของ NT เข้ากับระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จของ MEAei

จาก “สถานีชาร์จ” สู่ EV Infrastructure Platform

หัวใจของ NEXA EV Station Hub ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจุดชาร์จเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำ สินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเดิมของ NT มาต่อยอดให้เกิดมูลค่าใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ Non-Telecom ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผสานกับโครงข่ายสื่อสารและศักยภาพด้านดิจิทัลของ NT

ขณะที่ MEAei เข้ามาเสริมด้วยความเชี่ยวชาญด้าน โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เกิดการออกแบบระบบที่เชื่อมทั้งพื้นที่ ผู้ใช้งาน พลังงาน และข้อมูลเข้าด้วยกัน

องค์ประกอบด้านดิจิทัลที่ NT ระบุว่าจะเข้ามารองรับระบบ ได้แก่ Cloud Computing, Data Platform, Charging Management System, Cybersecurity และ IoT Platform ซึ่งทำให้สถานีชาร์จสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของการเดินทางได้มากกว่าการเป็นเพียงจุดเติมพลังงาน

NEXA กำลังเปลี่ยนโจทย์จาก “สร้างสถานีชาร์จ” → “สร้างระบบนิเวศ EV” โดยให้พลังงาน ดิจิทัล พื้นที่ และบริการทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน

1000277592

เป้าหมาย 156 แห่ง รองรับมากกว่า 48,000 จุดชาร์จ

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว NT วางเป้าหมายพัฒนา NEXA EV Station Hub จำนวน 156 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะรองรับมากกว่า 48,000 จุดชาร์จ โดยแนวคิดของแต่ละ Hub ไม่ได้จำกัดอยู่ที่พื้นที่จอดและชาร์จรถ แต่ต้องการพัฒนาให้เป็น ศูนย์กลางบริการดิจิทัลและการเดินทาง ที่มีทั้งร้านค้า พื้นที่พักผ่อน และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชุมชนและผู้เดินทาง

ตัวเลขดังกล่าวจึงสะท้อนการวางโครงสร้างในระดับเครือข่าย มากกว่าการลงทุนสถานีแบบแยกส่วน เพราะเมื่อสถานีจำนวนมากถูกเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์มกลาง ข้อมูลการใช้งานและการจัดการพลังงานก็สามารถถูกนำมาใช้สนับสนุนการบริหารระบบได้ในภาพรวม

นี่คือจุดที่ EV Charging Infrastructure เริ่มเชื่อมเข้ากับแนวคิด Smart Mobility อย่างเป็นรูปธรรม

5 พันธมิตร เติมเต็มห่วงโซ่เทคโนโลยี EV

อีกองค์ประกอบสำคัญของโครงการคือการดึงพันธมิตรเทคโนโลยีเข้ามาร่วมพัฒนาระบบ ได้แก่ บริษัท เรด เทค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO), บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Zhengzhou Zhengfang Technology Co., Ltd. และ Future New Energy Technology (Thailand) Co., Ltd.

ความร่วมมือครอบคลุมเทคโนโลยีตั้งแต่ การผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบ Fast Charge ตู้ชาร์จ แอปพลิเคชัน ไปจนถึงบริการหลังการขาย และนำองค์ประกอบเหล่านี้มาเชื่อมต่อเข้ากับ NEXA Platform

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือบทบาทของ DECO ซึ่งนำเทคโนโลยีระบบชาร์จเร็วสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาต่อยอดภายใต้ระบบนิเวศ NEXA โดยมุ่งเชื่อมเทคโนโลยีการชาร์จเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและพลังงาน

การดึงพันธมิตรหลายด้านเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ NEXA มีลักษณะเป็น EV Ecosystem มากกว่าธุรกิจสถานีชาร์จแบบ Stand-alone

เมื่อ “ข้อมูล” กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานีชาร์จ

อีกประเด็นที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือการวาง Digital Infrastructure ควบคู่กับ Energy Infrastructure

ระบบ Cloud, Data Platform, Charging Management System และ IoT ทำให้สถานีชาร์จสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการใช้งานกับระบบบริหารจัดการได้ ขณะที่ระบบ Energy Management System และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Solar Roof ยังช่วยต่อยอดไปสู่การบริหารพลังงานภายในสถานีได้ด้วย

ในมุมนี้ EV Station จึงกำลังเปลี่ยนจาก “สถานที่ให้บริการ” เป็น “โหนดข้อมูลและพลังงาน” ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน รถยนต์ ระบบไฟฟ้า และบริการดิจิทัล

แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อจำนวน EV เพิ่มขึ้น เพราะความท้าทายของระบบไม่ได้มีเพียงการสร้าง Charger ให้เพียงพอ แต่รวมถึงการบริหาร Load, Availability, User Experience และ Energy Efficiency ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดพื้นที่ให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องรอบ EV

การพัฒนา EV Infrastructure ในระดับประเทศยังสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องอีกหลายประเภท ตั้งแต่ งานติดตั้งและบำรุงรักษา Charger ระบบซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม การบริหารพลังงาน ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ไปจนถึงธุรกิจบริการรอบสถานี

เมื่อ NEXA EV Station Hub ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าจุดชาร์จ แต่รวมถึง ร้านค้า พื้นที่พักผ่อน และบริการสำหรับผู้เดินทาง พื้นที่แต่ละแห่งจึงมีโอกาสพัฒนาเป็นจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจของชุมชนควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน EV

สำหรับ SMEs จุดนี้อาจสร้างโอกาสทั้งในฐานะ ผู้รับเหมาช่วง ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ผู้ดูแลระบบ ผู้ให้บริการหลังการขาย หรือผู้ประกอบการที่เข้าไปสร้างบริการบนพื้นที่ของ EV Hub

จาก Telecom Infrastructure สู่ Smart Mobility Infrastructure

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ NEXA EV Station Hub จึงอาจไม่ใช่จำนวนสถานีชาร์จ แต่คือการนำ จุดแข็งเดิมของ NT และ MEAei มาประกอบเป็นโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่

NT มีทั้ง พื้นที่และโครงข่ายดิจิทัล ขณะที่ MEAei นำความเชี่ยวชาญด้าน พลังงานและระบบบริหารจัดการพลังงาน เข้ามาเสริม ส่วนพันธมิตรเอกชนเติมเต็มด้วยเทคโนโลยี EV ตั้งแต่รถ แบตเตอรี่ Charger ไปจนถึงซอฟต์แวร์และบริการหลังการขาย

เมื่อทั้งหมดเชื่อมผ่าน NEXA Platform โมเดลธุรกิจจึงมีโอกาสขยับจากการให้บริการ Charging Point ไปสู่การสร้าง Infrastructure Platform ที่รองรับการเติบโตของ Smart Mobility ในระยะยาว

ทิศทางของ NEXA สะท้อนว่า EV Infrastructure รุ่นใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงว่า “มีสถานีชาร์จกี่แห่ง” แต่ต้องวัดว่า “เชื่อมพลังงาน ข้อมูล ผู้ใช้งาน และบริการเข้าด้วยกันได้มากแค่ไหน”

EV ไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันเรื่อง “ระบบนิเวศ”

การเดินหน้าของ NEXA EV Station Hub จึงเป็นอีกภาพสะท้อนว่า การแข่งขันในตลาด EV ไทยกำลังขยายจากระดับ Vehicle & Charger ไปสู่ระดับ Ecosystem & Infrastructure

เป้าหมาย 156 Hub และมากกว่า 48,000 จุดชาร์จ หากดำเนินไปตามแผน จะทำให้เกิดเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อม Digital Infrastructure + Energy Infrastructure + Smart Mobility เข้าด้วยกัน

ในระยะต่อไป ความสามารถในการบริหารข้อมูล การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความเสถียรของระบบ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้จำนวน Charger เอง

ดังนั้น NEXA EV Station Hub จึงน่าจับตาในฐานะ โมเดลโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่พยายามรวม “พื้นที่ พลังงาน ดิจิทัล และบริการ” ไว้ในระบบเดียว และเป็นตัวอย่างของการนำโครงสร้างพื้นฐานเดิมของภาครัฐมาต่อยอดสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย EV, Digital Economy และ Low Carbon Society

ข้อมูลอ้างอิง:

  • ThaiPR.NET. (2026, 21 กันยายน). NT จับมือ MEAei หนุนทัพ 5 พันธมิตร ปักหมุด “NEXA EV Station Hub”I will. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/auto/3761599 

แท็กที่เกี่ยวข้อง