
กระทรวงคมนาคม รุกเจรจาผู้บริหารโตโยต้า (TOYOTA) ผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต หนุนซัพลายเชนยานยนต์ไทยในระดับภูมิภาค
สรุปประเด็น
-
กระทรวงคมนาคมหารือ Toyota ผลักดันไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์: เดินหน้าเจรจาผู้บริหาร Toyota เพื่อยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการเดินทางและเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค
-
ชูแนวทาง Multi-Pathway รองรับเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี: Toyota เสนอทางเลือกพัฒนาเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV และไฮโดรเจน เพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของแต่ละตลาด
-
มุ่งพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติและนวัตกรรมเดินทางใหม่: นำเทคโนโลยี Autonomous Driving และแนวคิด เช่น e-Palette มาประกอบการวางแผนขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
-
เปิดโอกาสและโจทย์ใหม่แก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย (Tier 2-3): เพิ่มโอกาสต่อยอดสู่ระบบยานยนต์แห่งอนาคต แต่ต้องเร่งยกระดับเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และทักษะแรงงานรองรับ
กระทรวงคมนาคมเดินหน้าหารือผู้บริหาร Toyota Motor Corporation แลกเปลี่ยนทิศทางเทคโนโลยียานยนต์และนวัตกรรมการเดินทางแห่งอนาคต พร้อมผลักดันความร่วมมือที่เชื่อมโยงกับระบบคมนาคมของไทย โดยมีเป้าหมายรักษาบทบาทของประเทศในฐานการผลิตยานยนต์และสนับสนุนการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าหารือกับนายมาซาฮิโกะ มาเอดะ ผู้บริหารระดับภูมิภาคเอเชียของ Toyota Motor Corporation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยียานยนต์และนวัตกรรมการเดินทางแห่งอนาคต รวมถึงแนวทางนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับระบบคมนาคมของประเทศไทย

ประเด็นสำคัญของการหารือคือการรักษาบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค โดยพิจารณาทั้งการลงทุน การพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ การต่อยอดเทคโนโลยีใหม่จึงเกี่ยวข้องทั้งกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์และความพร้อมของระบบคมนาคมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป
Multi-Pathway กับทางเลือกเทคโนโลยียานยนต์
หนึ่งในแนวทางที่ Toyota นำเสนอคือ Multi-Pathway ซึ่งเปิดทางให้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์หลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ตลอดจนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและเทคโนโลยีไฮโดรเจน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดอาจต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายรูปแบบควบคู่กัน โดยการเลือกใช้เทคโนโลยีในแต่ละตลาดขึ้นอยู่กับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ต้นทุน พฤติกรรมผู้ใช้ และนโยบายภาครัฐ
สำหรับไทย การพิจารณาเทคโนโลยีที่หลากหลายอาจช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานมีทางเลือกในการปรับตัว อย่างไรก็ตาม ผลต่อการลงทุนและการผลิตในประเทศยังขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจของบริษัทและมาตรการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
ระบบขับขี่อัตโนมัติและการเดินทางรูปแบบใหม่
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของระบบคมนาคมคือ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่งอาศัยการทำงานร่วมกันของระบบในรถยนต์ เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการเดินทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Toyota ยังพัฒนาแนวคิดการเดินทางรูปแบบใหม่ เช่น e-Palette ซึ่งออกแบบให้รองรับการใช้งานได้หลายลักษณะ เทคโนโลยีเหล่านี้อาจเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบขนส่งสาธารณะ และการเชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้จริงจำเป็นต้องพิจารณามาตรฐานความปลอดภัย กฎหมาย การทดสอบระบบ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน
โอกาสและโจทย์ของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ส่งผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายระดับ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ Tier 2 และ Tier 3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตรถยนต์
ผู้ประกอบการไทยอาจมีโอกาสต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมไปสู่ชิ้นส่วนหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบยานยนต์รูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ผลิต
นอกจากกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว การพัฒนาระบบเดินทางอัจฉริยะยังอาจเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ เซนเซอร์ ระบบสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม แต่โอกาสดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับรูปแบบโครงการและเงื่อนไขการจัดซื้อของแต่ละบริษัท
จับตาความร่วมมือและทิศทางการลงทุน
การหารือระหว่างกระทรวงคมนาคมกับ Toyota สะท้อนความพยายามเชื่อมโยงนโยบายคมนาคมเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน และระบบการเดินทาง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือการพัฒนาความร่วมมือให้เป็นรูปธรรม ทั้งการนำเทคโนโลยีมาทดลองใช้ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยปรับตัวได้ทันต่อความต้องการของตลาด โดยการลงทุนหรือโครงการใหม่จะต้องพิจารณาจากประกาศและรายละเอียดที่บริษัทหรือหน่วยงานภาครัฐยืนยันอย่างเป็นทางการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก Toyota Century "สำนักงานเคลื่อนที่" คันใหม่ รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
เจาะลึก Toyota Century ตัวถัง SUV รถประจำตำแหน่งใหม่ของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เปลี่ยนภาพจำลีมูซีนหรูสู่ "สำนักงานเคลื่อนที่" ระดับผู้นำ สะท้อนงานฝีมือ Takumi ด้วยตรานกฟีนิกซ์แฮนด์เมด ห้องโดยสารเงียบสนิทด้วยระบบ Noise Canceling ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังข้าหลวงปลั๊กอินไฮบริด PHEV V6 3.5 ลิตร 406 แรงม้า นุ่มนวลขั้นสุดด้วยโหมด Rear Comfort เดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่นและพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรมไทยจี้รัฐบาลปรับนโยบาย หลังอินโดนีเซียเสนอท้าชิงฐานการผลิตรถยนต์จากไทย
รัฐบาลอินโดนีเซีย โดยรัฐมนตรีคลัง ได้ประกาศจุดยืนที่แข็งกร้าวในการช่วงชิงบทบาท "ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์แห่งภูมิภาคอาเซียน" จากประเทศไทยอย่างชัดเจน ด้วยการเรียกร้องโดยตรงให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ พิจารณาย้ายฐานการผลิตหลักระดับภูมิภาคจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย
