
ไทยรุกตลาดลาตินอเมริกา! นำคณะนักธุรกิจบุกเปรู–บราซิล เปิดโอกาสการค้า ลงทุน และพลังงานสะอาด
สรุปประเด็น
-
กระทรวงการต่างประเทศนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเปรูและบราซิล ภายใต้โครงการ Latin Link 2026 เพื่อขยายโอกาสการค้าและการลงทุน
-
สำรวจประตูการค้าใหม่ที่เปรู ศึกษาลู่ทางตลาดอาหารผ่านงาน ExpoAlimentaria พร้อมดูงานท่าเรือชานไคเชื่อมโยงโลจิสติกส์เอเชีย-ลาตินอเมริกา
-
เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในบราซิล ทั้งด้านการผลิตเอทานอลจากอ้อยและเคมีภัณฑ์เพื่อต่อยอดความร่วมมือ
-
จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและหารือกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น หอการค้าลิมา และสภาเมืองเซาเปาโล เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
-
มุ่งใช้ข้อมูลเชิงลึกและเครือข่ายพันธมิตรต่อยอดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกระจายตลาดและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว
กระทรวงการต่างประเทศเดินหน้าเชื่อมโยงธุรกิจไทยกับตลาดลาตินอเมริกา ผ่านโครงการ Latin Link 2026 สำรวจประตูการค้าใหม่ที่เปรู ขยายเครือข่ายธุรกิจในบราซิล พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านอาหาร โลจิสติกส์ เคมีภัณฑ์ และพลังงานชีวภาพ
ลาตินอเมริกาเป็นอีกภูมิภาคที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งด้านอาหาร อุตสาหกรรม พลังงาน และโลจิสติกส์ ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับภูมิภาคดังกล่าว ผ่านโครงการ Latin Link 2026 โดยนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเปรูและบราซิล ระหว่างวันที่ 21 กันยายน–2 ตุลาคม 2569 เพื่อสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย
นางสาวชุลีโพธิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เป็นผู้นำคณะเดินทางเยือนกรุงลิมา ประเทศเปรู และนครเซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยมีกิจกรรมทั้งการศึกษาตลาด การเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้า การหารือกับองค์กรธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ
เปรูเปิดประตูการค้าใหม่ เชื่อมตลาดลาตินอเมริกากับเอเชีย
การเยือนเปรูมุ่งสำรวจโอกาสทางการค้าและแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ไทยมีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือ โดยคณะนักธุรกิจไทยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิมา นำโดยนางเอกอร คุณะเจริญ เอกอัครราชทูตไทยประจำเปรู เข้าเยี่ยมชมงาน ExpoAlimentaria 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของลาตินอเมริกา
การเยี่ยมชมเปิดโอกาสให้คณะได้ศึกษาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และแนวโน้มตลาดอาหารจากเปรูและประเทศต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการประเมินโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในภูมิภาค
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการเยี่ยมชม ท่าเรือชานไค (Port of Chancay) ซึ่งได้รับการกล่าวถึงในฐานะประตูการค้าแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงลาตินอเมริกากับเอเชีย คณะได้ศึกษาระบบโลจิสติกส์และความเชื่อมโยงด้านการขนส่ง เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่อาจมีบทบาทต่อการค้าระหว่างสองภูมิภาค
นอกจากนี้ คณะยังได้หารือกับหอการค้าลิมา (Cámara de Comercio de Lima: CCL) และเข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ ตลอดจนโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับเปรู
บราซิลต่อยอดความร่วมมืออุตสาหกรรมไทย–พลังงานสะอาด
ในนครเซาเปาโล คณะนักธุรกิจไทยได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงของ Indorama Ventures บริษัทเคมีภัณฑ์สัญชาติไทยที่มีการลงทุนสำคัญในบราซิล เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือในตลาดดังกล่าว
อีกประเด็นสำคัญของการเยือนบราซิลคือการศึกษาดูงานด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีการผลิตเอทานอลจากอ้อย โดยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบราซิเลีย นำโดยนางกุลธินี อักษรวงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิล เข้าเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลและเอทานอล Usina Iracema ของ São Martinho รวมถึงศูนย์เทคโนโลยีอ้อย Centro de Tecnologia Canavieira (CTC) ในรัฐเซาเปาโล
กิจกรรมดังกล่าวครอบคลุมการจัดการไร่อ้อย เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์อ้อย และกระบวนการผลิตน้ำตาลกับเอทานอล ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพภาคเกษตรอุตสาหกรรมและการพัฒนาพลังงานชีวภาพ
สำหรับไทย การศึกษาดูงานลักษณะนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและการจัดการการผลิต ตลอดจนสำรวจแนวทางความร่วมมือที่อาจต่อยอดไปสู่ภาคเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูป และพลังงานหมุนเวียนได้ในอนาคต
สร้างเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมภาคเอกชนกับหน่วยงานท้องถิ่น
นอกเหนือจากการศึกษาตลาดและเทคโนโลยี คณะผู้แทนไทยยังเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่และสร้างเครือข่ายธุรกิจในรูปแบบผสมผสาน ทั้งการเข้าร่วม ณ สถานที่จัดงานและทางออนไลน์ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยร่วมกับสมาคมการค้าแห่งเซาเปาโล (Associação Comercial de São Paulo: ACSP) จัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงภาคเอกชนไทยและบราซิล พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพิจารณาโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน
ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิลยังนำคณะเข้าหารือกับผู้แทนสภาเมืองเซาเปาโลและรัฐบาลรัฐเซาเปาโล เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับบราซิล
การสร้างความสัมพันธ์กับทั้งองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดใหม่ เพราะช่วยเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลธุรกิจ เครือข่ายพันธมิตร และความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของประเทศเป้าหมาย
Latin Link 2026 กับโอกาสต่อยอดธุรกิจไทยในตลาดใหม่
การนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเปรูและบราซิลภายใต้โครงการ Latin Link 2026 สะท้อนความพยายามขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไปยังตลาดนอกภูมิภาคเอเชีย โดยใช้ทั้งการสำรวจตลาด การศึกษานวัตกรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายธุรกิจเป็นกลไกสนับสนุน
โอกาสที่ปรากฏจากการเดินทางครั้งนี้ครอบคลุมหลายสาขา ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม โลจิสติกส์ เคมีภัณฑ์ ไปจนถึงเทคโนโลยีอ้อยและพลังงานชีวภาพ ซึ่งสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการแสวงหาความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรในลาตินอเมริกา
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนโอกาสจากการพบปะและศึกษาดูงานให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องอาศัยการติดตามความต้องการของตลาด การประเมินต้นทุนและกฎระเบียบ ตลอดจนการพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง
หากผู้ประกอบการไทยสามารถนำข้อมูลและเครือข่ายที่ได้รับไปต่อยอดเป็นความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลาดลาตินอเมริกาก็มีโอกาสเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายตลาด เพิ่มพันธมิตร และขยายขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง:
Ministry of Foreign Affairs leads Thai business delegation to Peru and Brazil https://mfa.go.th/en/content/mfa-business-delegation-latin-link-peru-brazil-en?cate=5d5bcb4e15e39c306000683e
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทสรุป 10 ปี "เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน" ไปต่อหรือพอแค่นี้
“เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน” นับเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญกับการตั้งต้นพัฒนาการค้าการลงทุนในพื้นที่ชายขอบประเทศ เพื่อให้เกิดการกระจายการค้าการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ นโยบายดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันได้ครบรอบ 10 ปีเป็นที่เรียบร้อย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนทั้งหมดมีความก้าวหน้าอย่างไร เราจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดให้ ดังนี้

CLT ผนึก AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CLT ผนึกความร่วมมือ AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ผสานจุดแข็งด้านมาตรฐานตรวจวัด วิศวกรรม และเงินทุนพัฒนา Solar Rooftop รองรับภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและมาตรฐาน ESG สากล

Emirates SkyCargo ฮับสินค้า 2.4 ล้านตัน หน้าต่างที่ผู้ส่งออกสู่ดูไบและอียู
วิเคราะห์โอกาสส่งออกสินค้าไทยผ่านเครือข่าย Emirates SkyCargo ณ ฮับดูไบ ที่เชื่อมต่อกว่า 140 ปลายทางทั่วโลก เปิดช่องทางขนส่งทางอากาศเจาะตลาดยุโรปพรีเมียมและตะวันออกกลางใน 1–2 วัน พร้อมติดปีกสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก FTA ไทย-EFTA หนุนสินค้าเน่าเสียง่ายและสินค้ามูลค่าสูงชิงความได้เปรียบเชิงเวลา

ส.อ.ท. ดัน 'Pragmatic Energy Transition' ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันแนวทางที่เน้นความสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมกับความอยู่รอดทางธุรกิจของผู้ประกอบการ แม้จะไม่ได้มีการประกาศใช้ชื่อกรอบการทำงาน "Pragmatic Energy Transition"

FDI โลกกำลังเขียนแผนที่ใหม่ ไทยต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในเกมการลงทุนยุค AI และพลังงานสะอาด
วิเคราะห์ทิศทาง FDI โลกจากข้อมูลธนาคารโลก เมื่อเงินทุนไหลสู่ AI และพลังงานสะอาด ไทยต้องปรับตัวยังไงไม่ให้หลุดจากแผนที่การลงทุนโลก

ปลดล็อกสองโอกาสทอง ‘โซลาร์–รางรถไฟ’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต
ประเทศไทยยืนบนจุดเปลี่ยนสำคัญ ปลดล็อกพลังงานแสงอาทิตย์และระบบรางรถไฟ ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างตลาดใหม่มูลค่าล้านล้านบาท พร้อมผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ทศวรรษแห่งการเติบโต
