
มันสำปะหลังไทยบุกตลาดญี่ปุ่น ดันแป้งพรีเมียม–สินค้าแปรรูป สู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง
สรุปประเด็น
-
กรมการค้าต่างประเทศนำคณะผู้แทนการค้าลุยตลาดญี่ปุ่น จัด Trade Mission เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้ารายสำคัญในโตเกียว
-
มุ่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปและแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม สู่กลุ่มอุตสาหกรรมปศุสัตว์ อาหารสัตว์ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
-
ชูจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทาง เช่น สินค้าปลอดกลูเตนและไม่ดัดแปลงพันธุกรรม
-
สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายคำสั่งซื้อและยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทยในระยะยาว
-
กระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว พร้อมเสริมสร้างรายได้และเพิ่มทางเลือกการใช้วัตถุดิบให้แก่เกษตรกรไทย
กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าขยายตลาดญี่ปุ่นผ่าน Trade Mission เชื่อมผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้ารายสำคัญ มุ่งต่อยอดมันสำปะหลังสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมกระจายความเสี่ยงตลาดส่งออกและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย
มันสำปะหลังเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย แต่การเติบโตในระยะต่อไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการส่งออกเพียงอย่างเดียว หากต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และขยายการใช้งานไปสู่อุตสาหกรรมปลายทางที่หลากหลายมากขึ้น
ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เดินหน้าผลักดันมันสำปะหลังไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปกรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 25–26 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของญี่ปุ่น พร้อมเปิดโอกาสขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานในปี 2569 มุ่งขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศที่มีศักยภาพ โดยเน้นผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น มันสำปะหลังอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลังดัดแปร และแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงไม่กี่แห่ง
ญี่ปุ่นตลาดส่งออกอันดับ 2 เปิดโอกาสต่อยอดสินค้าเกษตรไทย
ข้อมูลการส่งออกในปี 2568 ระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับ 2 ของไทย โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่นรวม 394,742 ตัน คิดเป็นมูลค่า 261.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โครงสร้างการส่งออกสะท้อนว่าตลาดญี่ปุ่นยังมีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังของไทย โดยมีสัดส่วนตามมูลค่าดังนี้
-
แป้งมันสำปะหลังแปรรูป: 84.4%
-
แป้งมันสำปะหลังดิบ: 15.1%
-
มันสำปะหลังอัดเม็ด: 0.3%
-
ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น สาคู: 0.2%
สัดส่วนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังเป็นองค์ประกอบหลักของการส่งออกไปญี่ปุ่น ขณะที่สินค้าแปรรูปประเภทอื่นยังมีพื้นที่ให้พัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางและสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบต้นน้ำ
การขยายตลาดไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสทางการค้า พร้อมสร้างช่องทางรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ดันแป้งมันพรีเมียมสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
กรมการค้าต่างประเทศมุ่งนำเสนอศักยภาพของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยต่อผู้ประกอบการญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอาหารสัตว์ ตลอดจนอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิต
ผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสต่อยอด ได้แก่ มันสำปะหลังอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลังดัดแปร และแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียม ซึ่งสามารถพัฒนาให้เหมาะสมกับข้อกำหนดและความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรมปลายทาง
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณความสนใจจากบริษัทญี่ปุ่นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรนวัตกรรมและให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมการผลิตแก่ผู้ผลิตอาหารในประเทศ โดยบริษัทดังกล่าวแสดงความสนใจนำเข้า เม็ดไข่มุกมันสำปะหลัง (Tapioca Pearl) และ เทอร์โมพลาสติกสตาร์ช (Thermoplastic Starch) ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังไทย
ความสนใจดังกล่าวสะท้อนโอกาสในการต่อยอดวัตถุดิบเกษตรไทยสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานเฉพาะทางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดในแต่ละกลุ่มจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต และข้อกำหนดของผู้ซื้อให้สอดคล้องกัน
ชูคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าญี่ปุ่น
นางอารดาระบุว่า มันสำปะหลังไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต รวมถึงเทคโนโลยีการแปรรูปที่สามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้หลากหลาย โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียมซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังยังมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานในบางกลุ่มสินค้า เช่น การเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต และผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของกลูเตนหรือไม่ใช้วัตถุดิบดัดแปลงพันธุกรรมตามข้อกำหนดของสินค้าแต่ละประเภท
สำหรับตลาดญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานสินค้า ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน พร้อมแสดงเอกสารรับรองและคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมปลายทาง
การพัฒนาจากการแข่งขันด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและความเหมาะสมต่อการใช้งาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยเข้าถึงตลาดเฉพาะทางและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
Trade Mission เชื่อมผู้ส่งออกไทยกับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์
สำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศมอบหมายให้นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนจากภาครัฐ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง รวมกว่า 37 ราย เดินทางไปกรุงโตเกียว
ภารกิจสำคัญคือการเข้าพบและหารือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำเข้าหรือมีบทบาทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ทั้งปศุสัตว์ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
รูปแบบ Trade Mission ช่วยให้ผู้ส่งออกไทยได้พบคู่ค้าโดยตรง แลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของตลาด และนำเสนอคุณสมบัติของสินค้าอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ซื้อญี่ปุ่นเข้าใจศักยภาพของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยมากขึ้น
กรมการค้าต่างประเทศคาดหวังว่าการสร้างเครือข่ายครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือในระยะยาว และพัฒนาเป็นพันธมิตรทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ที่สนับสนุนการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
กระจายตลาดส่งออก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
การรุกตลาดญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย โดยมุ่งเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูป ขยายการใช้งานในอุตสาหกรรมปลายทาง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว
หากผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่น พร้อมรักษามาตรฐานคุณภาพและสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเพิ่มโอกาสในการขยายคำสั่งซื้อและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในระยะยาว การขยายตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงยังมีส่วนช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้วัตถุดิบมันสำปะหลัง เสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการแปรรูป และสนับสนุนการยกระดับราคาผลผลิตให้เกษตรกรไทย
ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความสนใจจากคู่ค้าต่างประเทศให้กลายเป็นคำสั่งซื้อจริง พร้อมเชื่อมโยงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการผลิต และมาตรฐานตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้มันสำปะหลังไทยก้าวจากสินค้าเกษตรส่งออกไปสู่การเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง:
"มันสำปะหลังไทย" รุกตลาดญี่ปุ่น คต. ดันสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง https://www.moc.go.th/th/gallery/article/detail/id/5/iid/1644
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DITP เปิดเวที NEA BIZ TALK 2026 รวมทัพ "ศุภวุฒิ-ธิติพล-วีรณัฐ" พลิกเกมส่งออกไทย พร้อม Workshop แผนกลยุทธ์ 90 วัน
DITP โดยสถาบัน NEA จัดงาน "NEA BIZ TALK 2026: THE NEXT HORIZON ขอบฟ้าใหม่แห่งการค้า" วันที่ 6–8 พฤษภาคม 2569 ณ รัชดาภิเษก รวมวิทยากรระดับแนวหน้า อาทิ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ, ดร.วีรณัฐ โรจนประภา และ Workshop สร้างแผนส่งออก 90 วัน เข้าร่วมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย! กรมการค้าต่างประเทศ ชวนผู้ประกอบการอัปเดตทิศทางการค้า–การลงทุนไทย รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน
กรมการค้าต่างประเทศ เชิญผู้ประกอบการร่วมสัมมนา “ทิศทางการค้าการลงทุนของไทยในระเบียบโลกใหม่” อัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลก กลยุทธ์รับมือความผันผวน พร้อมโอกาสทางการค้า 8 เม.ย. 2569

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

จาก "เมลอนยูบาริ" สู่ "ทุเรียนไทย": ทำไมผลไม้ไทยยังไปไม่ถึงจุดที่ญี่ปุ่นยืนอยู่
ถอดบทเรียนความสำเร็จของผลไม้พรีเมียมญี่ปุ่นอย่างเมลอนยูบาริ ที่เปลี่ยนสินค้าเกษตรสู่ของขวัญมูลค่าสูงผ่าน 4 เสาหลัก พร้อมวิเคราะห์จุดแข็งด้านปริมาณส่งออกทุเรียนไทย ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีน และแนวทางแบ่งชั้นตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

การประเมินค่าเงินบาทโดยธนาคารไทยพาณิชย์และผลกระทบจากสถานการณ์โลก
ธนาคารไทยพาณิชย์แนะธุรกิจไทยบริหารความเสี่ยงค่าเงินบาทผันผวนสูงจากสถานการณ์โลก ด้วยการกระจายสกุลเงินและป้องกันความเสี่ยง 70-80% เพื่อรับมือผลกระทบต่อภาคส่งออก

ผ่าเศรษฐกิจไทย ปี 68 ผจญความท้าทายโต 2% จับตาเสี่ยง Technical Recession
GDP ไทยไตรมาส 3 ปี 2568 โตเพียง 1.2% จากผลกระทบการเมืองและข้อพิพาทชายแดน คาดทั้งปีโต 2% หากมาตรการรัฐหนุนต่อเนื่อง พร้อมจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค
