
GUNKUL จับมือกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ลุยโซลาร์ลอยน้ำ Laguna Lake ใหญ่สุดในอาเซียน 784.1 MW
สรุปประเด็น
-
รุกตลาดพลังงานสะอาดอาเซียน: GUNKUL ลงนาม LOI ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ พัฒนาโครงการ Laguna Lake Floating Solar โซลาร์เซลล์ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน
-
กำลังการผลิตและมูลค่าการลงทุน: กำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 784.1 MW (ถือหุ้น 40% ใน Blue Solar Holdings) บนทำเลเชิงยุทธศาสตร์ใกล้กรุงมะนิลา ด้วยมูลค่าลงทุนราว 7.5 พันล้านบาท (223 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
-
สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี: ได้รับเลือกภายใต้โครงการ GEA-4 พร้อมล็อกอัตราค่าไฟฟ้าคงที่ (Fixed Tariff) 6.53 เปโซ (ประมาณ 3.53 บาท/หน่วย) และได้รับสิทธิ "Green Lane" (EO18) ช่วยเร่งรัดใบอนุญาต
-
เริ่มรับรู้กำไรเต็มปีตั้งแต่ปี 2571: ตั้งเป้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/2570 ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศอย่างแข็งแกร่ง
-
กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน local: คาดว่าจะสร้างงานก่อสร้างกว่า 10,500 ตำแหน่ง และงานบำรุงรักษากว่า 1,700 ตำแหน่ง พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานทั้งในฟิลิปปินส์และไทย
บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญของการรุกตลาดพลังงานหมุนเวียนในฟิลิปปินส์ ด้วยการลงนาม Letter of Intent (LOI) ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ โดยมี พณฯ ชารอน เอส การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ร่วมลงนามด้วยตนเอง เพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงการ Laguna Lake Floating Solar โซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของบริษัทไทยในการขยายอิทธิพลด้านพลังงานสะอาดสู่ระดับภูมิภาค
โครงการนี้มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) สูงถึง 784.1 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนทะเลสาบลากูนา เกาะลูซอน ซึ่งอยู่ติดกับกรุงมะนิลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของฟิลิปปินส์ ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์เช่นนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ แต่ยังตอกย้ำความสำคัญของโครงการต่อโครงข่ายพลังงานของประเทศฟิลิปปินส์โดยรวม โดย GUNKUL ได้เข้าลงทุนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผ่านบริษัทย่อย Gunkul International (Mauritius) เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 40% ใน Blue Solar Holdings Incorporated ด้วยมูลค่าการลงทุนราว 7.5 พันล้านบาท (ประมาณ 223 ล้านเหรียญสหรัฐ)

จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตาสำหรับนักลงทุนคือความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว เนื่องจากโครงการได้รับการคัดเลือกภายใต้ Green Energy Auction Program Round 4 (GEA-4) พร้อมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวถึง 20 ปี ในอัตราคงที่ (Fixed Tariff) สูงถึง 6.53 เปโซ หรือประมาณ 3.53 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับราคาที่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับต้นทุนการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังให้การสนับสนุนเต็มที่ผ่านการรับรองภายใต้ Executive Order No. 18 (EO18) และสิทธิ "Green Lane" ที่ช่วยเร่งรัดกระบวนการขอใบอนุญาตและพัฒนาโครงการ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าฟิลิปปินส์กำลังให้ความสำคัญกับโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ในฐานะวาระเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ สอดคล้องกับเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 35% ภายในปี 2030 และ 50% ภายในปี 2040
จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตาสำหรับนักลงทุนคือความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว เนื่องจากโครงการได้รับการคัดเลือกภายใต้ Green Energy Auction Program Round 4 (GEA-4) พร้อมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวถึง 20 ปี ในอัตราคงที่ (Fixed Tariff) สูงถึง 6.53 เปโซ หรือประมาณ 3.53 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับราคาที่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับต้นทุนการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค
สำหรับไทม์ไลน์ธุรกิจ โครงการนี้มีเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปี 2570 และจะทำให้ GUNKUL สามารถรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งนักลงทุนควรจับตาดูการเติบโตของรายได้ในช่วงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของกลยุทธ์ขยายธุรกิจข้ามพรมแดนของบริษัท การเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ครั้งนี้ยังเป็นการเสริมพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนของ GUNKUL ที่มีอยู่แล้วในญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย ให้ครอบคลุมตลาดสำคัญในเอเชียมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำสถานะผู้เล่นระดับภูมิภาคที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงในประเทศไทยอีกต่อไป
ในมิติเศรษฐกิจท้องถิ่น โครงการนี้คาดว่าจะสร้างตำแหน่งงานก่อสร้างราว 10,500 ตำแหน่ง และงานด้านปฏิบัติการบำรุงรักษาอีกกว่า 1,700 ตำแหน่งในฟิลิปปินส์ ซึ่งเปิดโอกาสทางอ้อมให้ผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด ทั้งในฟิลิปปินส์และไทย ที่อาจได้ประโยชน์จากการเป็นผู้รับเหมาช่วงหรือผู้จัดหาอุปกรณ์ให้กับโครงการระดับภูมิภาคเช่นนี้ในอนาคต
โดยรวมแล้ว การลงนาม LOI ครั้งนี้ตอกย้ำว่า GUNKUL กำลังเดินเกมรุกอย่างจริงจังในตลาดพลังงานหมุนเวียนอาเซียน ด้วยการผสานจุดแข็งด้านเงินทุน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และความสัมพันธ์เชิงนโยบายกับรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งหากโครงการ Laguna Lake Floating Solar สามารถเดินหน้าตามแผนได้จริง จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับสถานะของบริษัทไทยรายนี้ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักด้านพลังงานสะอาดในระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว
โดยรวมแล้ว การลงนาม LOI ครั้งนี้ตอกย้ำว่า GUNKUL กำลังเดินเกมรุกอย่างจริงจังในตลาดพลังงานหมุนเวียนอาเซียน ด้วยการผสานจุดแข็งด้านเงินทุน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และความสัมพันธ์เชิงนโยบายกับรัฐบาลต่างประเทศ
บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบไฟฟ้าครบวงจรของประเทศไทย โดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิต จัดหา และจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้าแรงสูง การให้บริการงานวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบโครงข่ายไฟฟ้า (EPC) ตลอดจนการเป็นผู้พัฒนาและลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน และขยายระบบนิเวศทางไฟฟ้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของบริษัท gunkul.com
ข้อมูลอ้างอิง:
- ThaiPR.NET. (2569, กันยายน 7). GUNKUL จับมือรัฐบาลฟิลิปปินส์ เซ็น LOI เดินหน้าโครงการ Solar Floating 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมจ่ายไฟปลายปีหน้า 2570 หนุนการเติบโตพลังงานสะอาดของประเทศอย่างยั่งยืน. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3757427
- ThaiPR.NET. (2569, กรกฎาคม 7). GUNKUL บุกฟิลิปปินส์! คว้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำใหญ่สุดในอาเซียน 784 เมกะวัตต์. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/finance/3738143
- Law.asia. (2569, 15 กรกฎาคม). OS Law assists Gunkul on Asean’s largest floating solar project. Law.asia. https://law.asia/gunkul-floating-solar-project-philippines
- Power Philippines. (2026, 3 กันยายน). HIGHLIGHTS | SunAsia, Gunkul Engineering Mark Commitment for Laguna Lake Floating Solar Project. LinkedIn. https://www.linkedin.com/posts/power-philippines_highlights-sunasia-gunkul-engineering-activity-7501559016066793475-ye1H
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้
ทำเนียบขาวประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างชาติ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่อส่งผลกระทบลูกโซ่ถึงภูมิภาคอาเซียน ไทยเสี่ยง เพราะส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

บี.กริม เพาเวอร์ เดินเกมฟิลิปปินส์: ทำไม REPA ฉบับ 50 เมกะวัตต์ ถึงเป็นมากกว่าสัญญาขายไฟฟ้าธรรมดา
บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ผ่าน B.Grimm Solar Power Inc. มีกำหนดจะลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Payment Agreement : REPA)

Sunday Recap 21-27 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ทั้งในแลต่างประเทศ
ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานและธุรกิจไทย การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ยังคงซับซ้อน ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ "วิทัย รัตนากร" ได้รับการตอบรับเชิงบวก ด้านค่าเงินบา สมาคมธนาคารไทยเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากความไม่สงบและน้ำท่วม รัฐบาลอัดฉีดงบช่วยเหลือชาวสวนลำไย ไทยเปิดเจรจาการค้ากับรวันดาและบุรุนดี สู่ตลาดใหม่ในแอฟริกา พาณิชย์สั่งการให้เร่งกระจายสินค้าสู่ชายแดน

ยุทธศาสตร์ Supply Chain พลังงานสะอาดและดึงทุน AI: เมื่อกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศทิศทางประเทศ
กระทรวงการคลัง (MoF) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ร่วมกันประกาศทิศทางยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและตลาดทุนไทย

ยักษ์พลังงานไทยเร่งเครื่องโซลาร์ฟาร์ม: เมื่อ Net Zero ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา แต่คือแผนธุรกิจ
บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง IRPC, BGRIM และ TSE ต่างเร่งลงทุนโซลาร์ฟาร์มในไตรมาส 3/2569 สะท้อนว่า Net Zero ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา แต่กลายเป็นแกนกลางของแผนธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้จริง ตั้งแต่โครงการร่วมทุน 98 เมกะวัตต์ในสงขลา ไปจนถึงรายได้ 28 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากเวียดนาม วิเคราะห์ว่าใครวางหมากอย่างไร และตลาดพลังงานสะอาดไทยกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใด

โซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน เมื่อพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดไทย
ตลาดโซลาร์เซลล์ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เมื่อยอดนำเข้า 7 เดือนแรกปี 2569 พุ่งเกือบ 15,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐเตรียมผลักดัน Solar Rooftop ภาคประชาชน 1.5 ล้านครัวเรือน พร้อมยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ
