โอกาส EFTA: ประตูสู่ตลาดยุโรประดับพรีเมียมของไทย

โอกาส EFTA: ประตูสู่ตลาดยุโรประดับพรีเมียมของไทย

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

บริบทใหม่ของการส่งออกไทย ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า การแสวงหา "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่" (New Growth Engine) คือวาระเร่งด่วนของผู้นำองค์กรไทย ข่าวใหญ่เมื่อต้นปี 2568 ที่ประเทศไทยได้ลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ จึงไม่ใช่แค่ชัยชนะทางการทูต แต่คือ "จุดเปลี่ยน" ทางยุทธศาสตร์

หากมองเผินๆ EFTA อาจเป็นตลาดที่เล็กด้วยจำนวนประชากรเพียง 15.1 ล้านคน แต่นี่คือกลุ่มประเทศที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วย GDP ต่อหัวที่สูงทะลุ 107,594 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือกว่า 3.6 ล้านบาท คำถามที่ท้าทายผู้นำธุรกิจไทยในวันนี้คือ: เมื่อ EFTA ยกเว้นภาษีนำเข้าให้ไทยทันทีกว่า 90% ของรายการสินค้า ธุรกิจของคุณพร้อมหรือยังที่จะแข่งขันในน่านน้ำที่ "กำลังซื้อ" ไม่ใช่อุปสรรค แต่ "มาตรฐาน" คือกำแพงที่แท้จริง?

รู้จักสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA):

น่านน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและกำลังซื้อ ก่อนที่เราจะพูดถึงกลยุทธ์ เราต้องเข้าใจ "สนามแข่งขัน" เสียก่อน กลุ่ม EFTA ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ หากมองเผินๆ นี่อาจเป็นตลาดที่เล็กด้วยประชากรเพียง 15.1 ล้านคน แต่นี่คือกลุ่มประเทศที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมี GDP รวม 1.62 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่ผู้บริหารต้องจับตามองคือ EFTA มี GDP ต่อหัว (ต่อปี) สูงถึง 107,594 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงตลาดระดับ "Hyper-Premium" EFTA เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังซื้อ นอกจากนี้ EFTA ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับไทย เพราะปัจจุบัน EFTA เป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 7 ของไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 1,321.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการค้าระหว่างไทยกับ EFTA ปี 2568 มีมูลค่าถึง 15,592 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผ่าโครงสร้างข้อตกลง: สาระสำคัญที่เป็น "กติกาใหม่" ของธุรกิจ (The Core Framework)

การเจรจา FTA ไทย-EFTA ครอบคลุมถึง 15 กลุ่มกติกา ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่คือการยกระดับมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ โดยสามารถย่อยสาระสำคัญ (Key Takeaways) ที่ผู้บริหารต้องนำไปใช้ประเมินความท้าทายและโอกาสได้ 4 มิติ ดังนี้:

  1. การเปิดตลาดแบบก้าวกระโดด (Market Access):

    • สินค้า: EFTA เว้นภาษีนำเข้า 90% ทันที (อุตสาหกรรม/ประมง 0%) ส่วนไทยลดภาษี 83.59% แบบทยอยลดสูงสุด 15 ปี

    • บริการ: ไทยเปิดให้ EFTA เข้าถึง 103 สาขาย่อย (ถือหุ้นข้างมากได้ 67 สาขา) ขณะที่ EFTA ใจกว้าง อนุญาตให้ไทยถือหุ้น 100% ในหลายสาขาบริการ

    • การลงทุน: ใช้ระบบ Negative List Approach ไทยเปิดให้ EFTA ถือหุ้น 100% ในภาคการผลิต 60 สาขาย่อย เพื่อดึงดูดเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วน EFTA เปิดให้ไทยลงทุนสาขาเกษตร/ป่าไม้แบบไร้ข้อจำกัด

  2. การทลายกำแพงอุปสรรคทางการค้า (Trade Facilitation):

    • มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกด้วยระบบ E-Customs และตกลงที่จะพึ่งพามาตรฐานสากลในการตรวจสอบอุปสรรคทางเทคนิค (TBT) และมาตรการสุขอนามัย (SPS) ทำให้การตรวจรับรองสินค้าง่ายและรวดเร็วขึ้น

    • มีการกำหนด "กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า" (RoO) ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิทางการค้า

  3. กติกาแห่งความยั่งยืนและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (ESG & IP):

    • ข้อตกลงนี้ผูกมัดเรื่อง "การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน" ไว้อย่างเข้มข้น สินค้าต้องไม่ละเมิดมาตรฐานแรงงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และปลอดประมงผิดกฎหมาย (IUU)

    • ยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ครอบคลุมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และภูมิปัญญาท้องถิ่น

  4. การเสริมเกราะป้องกันและโอกาสสำหรับ SMEs:

    • มีกลไกมาตรการปกป้อง (Safeguards) หากสินค้านำเข้าทะลักจนกระทบผู้ผลิตในประเทศ พร้อมเปิดกลไกความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) และการแบ่งปันข้อมูลเพื่อให้ SMEs เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐได้โปร่งใสขึ้น

รายละเอียดของแต่ละประเทศ

1. สวิสเซอร์แลนด์ (ประตูสู่ยุโรปกลาง)

  • การเปิดตลาดของสวิตเซอร์แลนด์: สวิตเซอร์แลนด์เปิดตลาดให้ไทย (Bound) ถึง 90.30% ของรายการสินค้า ซึ่งครอบคลุมสัดส่วนมูลค่าการค้าสูงถึง 99.98%

  • การเปิดตลาดของไทย: ไทยเปิดตลาดให้สวิตเซอร์แลนด์ (Bound) 87.02% ของรายการสินค้า ครอบคลุมมูลค่าการค้า 99.91%

  • สินค้าที่ยังไม่เปิดตลาด (Unbound): ไทยยังคงสงวนรายการสินค้า 12.98% เช่น สัตว์มีชีวิต เนื้อ ผัก ผลไม้ เมล็ดกาแฟ ข้าว เม็ดพลาสติก และยานยนต์ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์สงวนไว้ 9.70% เช่น เนื้อสัตว์แช่แข็ง นม ไวน์ และสุรา

2. นอร์เวย์ (ผู้นำนวัตกรรมทางทะเลและพลังงาน)

  • การเปิดตลาดของนอร์เวย์: นอร์เวย์เปิดตลาดให้ไทยสูงถึง 94.15% ของรายการสินค้า ครอบคลุมมูลค่าการค้า 99.97%

  • การเปิดตลาดของไทย: ไทยเปิดตลาดให้นอร์เวย์ 84.73% ของรายการสินค้า ครอบคลุมมูลค่าการค้า 99.55%

3. ไอซ์แลนด์ (ตลาดศักยภาพเฉพาะทาง)

  • การเปิดตลาดของไอซ์แลนด์: ไอซ์แลนด์เปิดตลาดให้ไทย 93.08% ของรายการสินค้า ครอบคลุมมูลค่าการค้า 96.62%

  • การเปิดตลาดของไทย: ไทยเปิดตลาดให้ไอซ์แลนด์ 84.04% ของรายการสินค้า ครอบคลุมมูลค่าการค้า 99.99%

จาก "ผู้ส่งออกสินค้า" สู่ "ผู้บูรณาการห่วงโซ่คุณค่า

ความเชื่อเดิมๆ ของการทำ FTA คือการได้เปรียบด้านแต้มต่อทางภาษีเพื่อดั๊มพ์ราคาแข่งกับคู่แข่ง แต่สำหรับตลาด EFTA สมมติฐานนี้ใช้ไม่ได้ผล แนวคิดหลัก (Core Insight) ที่ผู้นำธุรกิจต้องตระหนักคือ ความตกลงฉบับนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขายของถูก แต่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Upgrading) และเปิดพรมแดนใหม่ให้กับธุรกิจบริการและการลงทุนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

การที่ EFTA ประกาศยกเว้นภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและประมงทุกรายการให้ไทย "ทันที" ที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ ถือเป็น Game Changer สำหรับผู้ส่งออกไทย นี่คือโอกาสในการทำ Market Diversification เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดเดิมอย่างสหรัฐฯ หรือจีน ไปสู่ตลาดกำลังซื้อสูงที่มีเสถียรภาพ โดยกลุ่มสินค้าที่จะได้อานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่:

  • กลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตและบริโภค (Industrial & Consumer Goods):

    • ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์: เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวงจร (PCB) ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วน และยางพารา สินค้าเหล่านี้เป็นฟันเฟืองสำคัญใน Supply chain โลก

    • สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น: อัญมณีและเครื่องประดับ (เงินและทองคำ) ชิ้นส่วนนาฬิกา เฟอร์นิเจอร์ไม้ สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ซึ่งกลุ่ม EFTA มีความต้องการสินค้าคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว

    • สินค้าอุตสาหกรรมเบา: ของใช้จากพลาสติก

  • กลุ่มเกษตรและอาหารแปรรูป (Agriculture & Processed Food):

    • อาหารทะเลและโปรตีน: ปลากระป๋อง (ทูน่า/ซาร์ดีน) กุ้งหรือปูสดแปรรูป

    • อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food): อาหารสุนัขและแมว อาหารปลา ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตสูงในยุโรป

    • อาหารเพื่อสุขภาพและวัตถุดิบ: โปรตีนเข้มข้น สิ่งสกัดจากพืชสำหรับปรุงแต่ง ข้าวโพดหวานและสับปะรดกระป๋อง น้ำผลไม้ ซอสปรุงรส ข้าว และขนมขบเคี้ยว

3 โอกาส และกลยุทธ์เจาะทะลวงสมรภูมิ EFTA 

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ความตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2570 ผู้บริหารควรวางกลยุทธ์เพื่อเจาะทะลวง 3 โอกาสหลัก ดังนี้:

1. โอกาสการส่งออกสินค้า: กลยุทธ์ Premiumization & Sustainability (ยกระดับสู่ความพรีเมียมและความยั่งยืน) การที่ EFTA ยกเว้นภาษีนำเข้าให้ไทยถึง 90% ทันที โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมและประมง คือใบเบิกทางชั้นดี แต่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ยินดีจ่ายแพงกว่าเพื่อสินค้าที่มี "เรื่องราว" (Storytelling) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเคารพสิทธิมนุษยชน

  • The Strategic Play: กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป (เช่น ปลากระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง ข้าว ผลไม้แห้ง) ต้องยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการปลดล็อกปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมอย่าง อัญมณี เครื่องประดับ และชิ้นส่วนนาฬิกา สามารถทำกำไรได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์จาก "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" (GI) จะช่วยสร้าง Premium Margin ให้กับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยได้อย่างมหาศาล

2. โอกาสของธุรกิจบริการ: กลยุทธ์ The Services Frontier (ทลายขีดจำกัดด้วยภูมิปัญญาไทยและทักษะวิชาชีพ) นี่คือไฮไลท์สำคัญที่มักถูกมองข้าม FTA ฉบับนี้อนุญาตให้ธุรกิจบริการของไทยสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดยุโรปได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่กลุ่มประชากรที่มั่งคั่งและกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย

  • The Strategic Play: ธุรกิจบริการของไทย โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism) เช่น ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ คลินิกเฉพาะทาง หรือแบรนด์สปาระดับไฮเอนด์ มีโอกาสอย่างมากในการเข้าไปเจาะกำลังซื้อใน EFTA นอกจากนี้ ธุรกิจดิจิทัล, โลจิสติกส์, และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Business Consulting) ของไทยยังสามารถใช้จังหวะนี้ขยายฐานลูกค้าไปสู่บริษัทในยุโรปที่ต้องการพาร์ทเนอร์ในเอเชีย

3. โอกาสด้านการลงทุนและห่วงโซ่อุปทาน: กลยุทธ์ Reverse-Engineering & Two-Way Value Creation (พลิกเกมนำเข้าเพื่อต่อยอด และสร้างมูลค่าสองทาง) อย่ามอง FTA ในแง่ของการส่งออกเพียงด้านเดียว ไทยเองก็ลดภาษีนำเข้ากว่า 83% ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่ถูกลงในการนำเข้า "เทคโนโลยี" ในขณะเดียวกัน การใช้ "Negative List Approach" ของ EFTA ยังอนุญาตให้ไทย "ลงทุนถือหุ้นได้ 100%" ในหลายสาขาย่อย

  • The Strategic Play (Inbound & Tech Upgrade): อุตสาหกรรมในไทยสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยการนำเข้าเครื่องจักรขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานสะอาดจาก EFTA เพื่ออัปเกรดสายการผลิต พร้อมทั้งดึงบริษัทจากยุโรปให้เข้ามาตั้งฐานวิจัยและพัฒนา (R&D) ในไทยแบบ Joint Venture (JV)

  • The Strategic Play (Outbound): ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องปวดหัวกับการหา Local Nominee อีกต่อไป คุณมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารสาขาในยุโรป เข้าไปควบรวมกิจการ (M&A) และปกป้องความลับทางการค้าได้อย่างเต็มที่

กรณีศึกษา (จำลอง) การปรับตัวของ "บริษัท สยามเวลเนส แอนด์ เทค จำกัด"

บริษัทผู้ให้บริการด้านสุขภาพของไทยรายนี้ ใช้ประโยชน์จาก 3 โอกาสและกลยุทธ์ของ FTA อย่างไร?

  1. ด้านสินค้า (Premiumization): ต่อยอดส่งออกผลิตภัณฑ์สปาออร์แกนิกที่ได้เครื่องหมายรับรอง GI และ ESG ไปวางขายในซูริกโดยไร้กำแพงภาษี

  2. ด้านบริการ (Services Frontier): ส่งทีมแพทย์แผนไทยและนักกายภาพบำบัด ไปให้บริการในศูนย์ Wellness ของพันธมิตรที่นอร์เวย์

  3. ด้านการลงทุนและเทคโนโลยี (Two-Way Creation): อาศัยสิทธิถือหุ้น 100% เข้าซื้อกิจการคลินิกสุขภาพขนาดเล็กในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทำเป็น Flagship Store ในขณะเดียวกันก็นำเข้าเครื่องจักรการแพทย์ขั้นสูง (ที่ภาษีนำเข้าลดลง) เพื่อมาเปิดศูนย์ R&D ด้าน Anti-aging ที่ภูเก็ต

ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์

เพื่อเตรียมพร้อมก่อน FTA บังคับใช้ในปี 2570 ผู้บริหารควรเริ่มวางหมากรุกตั้งแต่วันนี้:

1. ตรวจสอบ "กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า" ทันที (Mastering Rules of Origin - RoO)

  • Action Plan: การจะได้ภาษี 0% สินค้าของคุณต้องผลิตหรือใช้วัตถุดิบตามสัดส่วนที่ FTA กำหนด สั่งการให้ทีม Supply Chain และทีมบัญชี ตรวจสอบโครงสร้างวัตถุดิบ (BOM) ทันทีว่าสอดคล้องกับเกณฑ์ RoO ของ EFTA หรือไม่ หากไม่สอดคล้อง ต้องรีบวางแผนปรับเปลี่ยนแหล่งจัดซื้อวัตถุดิบ (Sourcing) เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์นี้

2. อัปเกรดมาตรฐานสินค้า และ ปิดความเสี่ยงด้าน ESG (ESG & Compliance Risk)

  • Action Plan: กำลังซื้อที่สูงมาพร้อมกับมาตรฐานที่เข้มงวด FTA ฉบับนี้ให้ความสำคัญกับ "การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน" อย่างมาก สินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรต้องเร่งลงทุนในระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability), การจัดการมาตรฐานสุขอนามัย (SPS), หลีกเลี่ยงประมงผิดกฎหมาย (IUU) และบริหารการปล่อยคาร์บอน เพราะหากสอบตกเรื่อง ESG ภาษี 0% ก็ไม่สามารถช่วยให้เข้าตลาดยุโรปได้

3. ปรับกลยุทธ์การเติบโตสำหรับ "ธุรกิจบริการ" (B2B Service Export Strategy)

  • Action Plan: ธุรกิจบริการ (Agency/Tech) อย่ารอให้ลูกค้าเดินมาหา ให้เริ่มทำ Outbound Marketing สร้าง Portfolio ภาษาอังกฤษที่ตอบโจทย์เทรนด์ยุโรป พร้อมตั้งราคาแบบ Tier Pricing ที่ยังคงให้ Margin สูงในไทย แต่เป็น "ราคาที่คุ้มค่า" (Cost-effective) สำหรับบริษัทยุโรป

4. ใช้ประโยชน์จากการลดต้นทุนเพื่อทำ Business Transformation

  • Action Plan: หากองค์กรมีแผนอัปเกรดเครื่องจักรโรงงาน ระบบ Automation หรือนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์/พลังงานสะอาด ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ให้พิจารณาซัพพลายเออร์จากกลุ่ม EFTA เพื่อรับประโยชน์จากการทยอยลดกำแพงภาษีนำเข้าของไทย ช่วยลดต้นทุน CAPEX ขององค์กรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

5. ยกระดับจากการเป็นผู้ส่งออกสู่ผู้ขยายฐานธุรกิจ (Scan for Cross-Border Ventures & Capex Planning)

  • Action Plan: ผู้นำองค์กรต้องเลิกมองตัวเองเป็นเพียง "ผู้ส่งออกสินค้า" มอบหมายให้ทีมกลยุทธ์สแกนหาโอกาสควบรวมกิจการ (M&A) หรือร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรใน EFTA เพื่อขยายฐานการบริการและการลงทุนโดยใช้สิทธิถือหุ้น 100% พร้อมกันนี้ ต้องบูรณาการแผนการลงทุน (Capex Planning) ระยะยาว เพื่อใช้ข้อได้เปรียบจากการนำเข้าเทคโนโลยีขั้นสูงมาเร่งกระบวนการ Transformation ภายในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

บทสรุปผู้บริหาร

ความตกลงการค้าเสรี ไทย-EFTA ไม่ใช่ยาวิเศษที่รับประกันยอดขาย แต่เป็น "สปริงบอร์ด" ชั้นดีสำหรับธุรกิจที่พร้อมยกระดับตัวเอง ตลาดระดับท็อปเทียร์กำลังเปิดประตูรอรับทั้งสินค้าพรีเมียม บริการชั้นเลิศ เทคโนโลยี และเม็ดเงินลงทุน คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะส่งออกอะไรให้พวกเขาอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่า... องค์กรของคุณมี "ความกล้าและวิสัยทัศน์" มากพอที่จะบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าเพื่อฉกฉวยโอกาสจากการเปิดพรมแดนใหม่นี้หรือไม่?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทิศทางการดำเนินงาน และก้าวแห่งอนาคตของ DTN

ทิศทางการดำเนินงาน และก้าวแห่งอนาคตของ DTN

ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ 4 ฉบับ ได้แก่ ความ ตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) FTA ไทย ปากีสถาน FTA ไทย ตุรกี และ BIMSTEC (บังคลาเทศ อินเดีย เมียนมา ศรีลังกา ภูฏาน เนปาล และไทย) รวมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาและรับฟังความเห็น เพื่อพิจารณาเรื่องการเปิดเจรจา FTA ฉบับใหม่ เช่น FTA ไทย สหภาพยุโรป (EU) FTA ไทย สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) FTA ไทย สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) และ FTA ไทย สหราชอาณาจักร เป็นต้น

4 นาที
สหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษีกับไทย เหตุพิพาทชายแดนกัมพูชา

สหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษีกับไทย เหตุพิพาทชายแดนกัมพูชา

รัฐบาลไทยผิดหวังหลังสหรัฐฯ ระงับเจรจาการค้าชั่วคราวจากปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนไทย–กัมพูชา แม้ไทยย้ำให้แยกประเด็นความมั่นคงออกจากการค้า พร้อมเดินหน้าบนผลประโยชน์แห่งชาติ

5 นาที
สุชาติ นำทีมพาณิชย์บุกสวิสฯ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA พร้อมโปรโมต Thai SELECT

สุชาติ นำทีมพาณิชย์บุกสวิสฯ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA พร้อมโปรโมต Thai SELECT

สุชาติ ชมกลิ่น นำคณะกระทรวงพาณิชย์เยือนสมาพันธรัฐสวิส 8–12 ส.ค. 2568 หารือผู้นำเข้ารายใหญ่ ดันส่งออกสินค้าไทย ใช้ FTA ไทย-EFTA เพิ่มโอกาสตลาด พร้อมโปรโมตร้านอาหาร Thai SELECT โฉมใหม่ ให้ครองใจชาวต่างชาติ

3 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง