
EXIM Bank แนะปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เพิ่มบทบาท SME-กระจายตลาด
สรุปประเด็น
-
EXIM Bank เร่งปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เน้นแก้ 3 โจทย์ใหญ่ ด้วยการเพิ่มบทบาท SME และกระจายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ลดการพึ่งพาตลาดเดิม
-
ออกโครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท กู้ได้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจ SME ไทย
-
นอกจากเงินทุน ยังให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ช่วยปรับโมเดลธุรกิจ บริหารต้นทุน กระจายความเสี่ยง และเพิ่มศักยภาพ SME ไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
EXIM Bank ชี้ถึงเวลาปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เร่งแก้ 3 โจทย์ใหญ่ มุ่งเพิ่มบทบาท SME และกระจายตลาด พร้อมหนุนสินเชื่อต้นทุนต่ำดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย ร่วมกับ สสว. และ SME D Bank เสริมสภาพคล่อง พัฒนาธุรกิจ ให้คำปรึกษาปรับกลยุทธ์ เพิ่มศักยภาพ SMEs สู่เวทีโลก ให้พร้อมแข่งขันและเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่
EXIM Bank ชี้ 3 โจทย์ใหญ่ ปรับสมดุลภาคส่งออกไทย
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับสมดุลภาคการส่งออกของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึง 3 โจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการ เพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในเวทีการส่งออก รวมถึงการกระจายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม
ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและมีการแข่งขันสูง EXIM Bank จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ทั้งมาตรการทางการเงินและบริการให้คำปรึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุน ปรับโมเดลธุรกิจให้ทันสมัย และกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม SME ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ EXIM Bank ได้ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเปิดตัวโครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันโดยเฉพาะ โครงการนี้มีวงเงินรวมสูงถึง 1,200 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อราย พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจเพียง 1% ต่อปี เท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับ SME ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ
นอกจากการสนับสนุนด้านการเงินแล้ว EXIM Bank ยังให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME เพื่อช่วยในการปรับกลยุทธ์การบริหารต้นทุน พัฒนาโมเดลธุรกิจให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน และที่สำคัญคือการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ SME สามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ก้าวสู่ยุคใหม่ของการส่งออกไทย นำโดย SME ไทย
การที่ EXIM Bank มุ่งเน้นการเพิ่มบทบาทของ SME และการกระจายตลาด ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาคการส่งออกของไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น ความหลากหลาย และนวัตกรรม ผู้ประกอบการ SME จึงควรคว้าโอกาสจากมาตรการและบริการสนับสนุนเหล่านี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของตนเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันภาคการส่งออกของไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างสมดุลในเวทีโลกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามภาษีสหรัฐฯ: ความเสี่ยงและโอกาสส่งออกไทย
สหรัฐฯเปิดสงครามการค้า ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำหรับไทย ต้องเฝ้าระวังการลักลอบปลอมแปลงถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับใช้โอกาสในการดึงดูดการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง และขยายตลาดการส่งออกไทย

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล
EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมประกาศบทบาท "Export Co-pilot" ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

THINK TRADE THINK “DITP” พาเจาะลึก “ธุรกิจในตำนาน” ของไทย กับบทเรียนแห่งการยืนหยัดในโลกที่ไม่เคยหยุดเปลี่ยน
ธุรกิจไทยในตำนานปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน! พบเรื่องราวแบรนด์ดังอย่าง มาม่า แม่ประนอม และศรีจันทร์ ในนิตยสาร THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 99 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวหนุนฟื้น แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว
วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.0% เข้าสู่ปีแห่งการประคองตัว ท่องเที่ยวช่วยพยุง แต่ส่งออกเสี่ยงหดตัว 0.4% พร้อมจับตาแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ และภาวะสินค้าจีน-สหรัฐฯ ทะลักตลาด

สหรัฐฯ ครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท จับตาจีน–ญี่ปุ่น–อาเซียน
สถิติ 8 เดือนแรกปี 2569 ชี้สหรัฐฯ ยังคงครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยด้วยมูลค่ากว่า 2.07 ล้านล้านบาท เติบโต 37.73% ขณะที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลียเติบโตโดดเด่น สะท้อนความสำคัญของตลาดหลักและการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่

DITP ปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.63 แสนล้านบาท เร่งเปิดตลาดใหม่รับความท้าทายปี 2570
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมกว่า 163,500 ล้านบาท พร้อมเร่งกระจายตลาดสู่เอเชียใต้ ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์–เกมสู่เวทีโลก
