
ลาตินอเมริกา: ทวีปที่ไทยมองข้าม แต่จีนและเกาหลีไม่เคยละสายตา (ตอนที่ 1 ภาพรวมและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์)
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
ขณะที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังวนเวียนอยู่กับ ASEAN, จีน และตะวันออกกลาง ภูมิภาคลาตินอเมริกาที่มีประชากรกว่า 660 ล้านคนและ GDP รวมราว 6.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับยังไม่อยู่ในแผนที่ธุรกิจของบริษัทไทยส่วนใหญ่อย่างน่าเสียดาย ตรงกันข้ามกับไทย ผู้เล่นจากเอเชียรายอื่นกลับขยับตัวเร็วกว่ามาก Samsung และ LG จากเกาหลีใต้มีฐานการผลิตในบราซิลและเม็กซิโกมานานกว่าสองทศวรรษ ขณะที่บริษัทจีนอย่าง BYD, Xiaomi และ Alibaba กำลังเดินหน้ารุกตลาดอย่างมุ่งมั่นในระลอกล่าสุด คำถามที่ท้าทายสำหรับภาคธุรกิจไทยจึงไม่ใช่ว่า "ลาตินอเมริกามีโอกาสหรือไม่" แต่คือ "เราจะเข้าไปได้อย่างไร และยังทันเวลาอยู่หรือเปล่า"
ทำไมลาตินอเมริกาถึงสำคัญตอนนี้
ลาตินอเมริกาผ่านทศวรรษแห่งความปั่นป่วนทางการเมืองและเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน แต่ระยะห้าปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญหลายประการพร้อมกัน
1. nearshoring boom จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน: ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา บริษัทอเมริกันและยุโรปจำนวนมากย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาสู่เม็กซิโกและอเมริกาใต้ เพื่อลดความเสี่ยงจากภาษีศุลกากร ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าเม็กซิโกได้รับเม็ดเงิน FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2565–2567 โดยส่วนหนึ่งมาจากเทรนด์ nearshoring โดยตรง
2. ชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง: ตามข้อมูลของ Statista และ IMF ชนชั้นกลางในลาตินอเมริกาเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ครัวเรือนที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูงในบราซิล, เม็กซิโก, โคลอมเบีย และชิลี กลายเป็นฐานผู้บริโภคสินค้าและบริการมูลค่าสูงที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ต่างประเทศ
3. การระเบิดของ fintech และ e-commerce: ภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในตลาด fintech ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก บริษัทอย่าง Nubank (บราซิล) กลายเป็นธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดนอกเอเชียในแง่จำนวนผู้ใช้งาน ขณะที่ Mercado Libre ซึ่งมักถูกเรียกว่า "Amazon แห่งลาตินอเมริกา" มี market cap ที่สะท้อนถึงศักยภาพมหาศาลของตลาดออนไลน์ในภูมิภาค
4. ทรัพยากรธรรมชาติยุคพลังงานสะอาด: ลาตินอเมริกาครองสัดส่วนสำรองลิเธียมโลกมากกว่า 50% โดยเฉพาะใน "สามเหลี่ยมลิเธียม" (Lithium Triangle) ที่ครอบคลุมอาร์เจนตินา, โบลิเวีย และชิลี ในขณะที่บราซิลมีนิกเกิล, แร่หายากอื่นๆ และพื้นที่เกษตรกรรมมหาศาล ซึ่งทั้งหมดมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงในยุคของ EV และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ลาตินอเมริกาครองสัดส่วนสำรองลิเธียมโลกมากกว่า 50% โดยเฉพาะใน "สามเหลี่ยมลิเธียม" ที่ครอบคลุมอาร์เจนตินา, โบลิเวีย และชิลี
ภาพรวมความสัมพันธ์การค้าไทย–ลาตินอเมริกา: ยังห่างไกลศักยภาพมาก
มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและแคริบเบียนโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่แท้จริง ตัวเลขจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่า ลาตินอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย ซึ่งน้อยกว่า ASEAN (ซึ่งคิดเป็นกว่า 25%) อย่างมีนัยสำคัญ
สินค้าส่งออกหลักของไทยไปยังลาตินอเมริกาในปัจจุบัน ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน, เครื่องปรับอากาศ, อาหารแปรรูป, ยางและผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเม็ดพลาสติก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้า commodity ที่ไทยแข่งขันด้านราคา ยังไม่ใช่สินค้ามูลค่าสูงหรือแบรนด์
สามตลาดที่ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มต้น
หากจะเลือกจุดเข้าตลาดลาตินอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศมักแนะนำให้โฟกัสสามประเทศหลักก่อน เนื่องจากขนาดตลาด ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
1. บราซิล — ตลาดที่ใหญ่ที่สุด สับซ้อนที่สุด ท้าทายที่สุด
บราซิลมี GDP ราว 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูล IMF ปี 2566) และประชากร 215 ล้านคน ถือเป็นตลาดเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา สำหรับสินค้าไทย บราซิลมีความต้องการสูงในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะผลไม้เขตร้อนแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว และอาหารทะเลกระป๋อง อย่างไรก็ตาม ภาษีนำเข้าของบราซิล (ภายใต้ Mercosur) มักอยู่ในระดับสูง และระบบภาษีมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ — ทำให้บราซิลอยู่ในอันดับต่ำในดัชนีความง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ของ World Bank มาโดยตลอด
2. เม็กซิโก — ประตูสู่อเมริกาเหนือ
เม็กซิโกมี GDP ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูล IMF ปี 2566) และเป็นสมาชิก USMCA (ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก) ทำให้เม็กซิโกไม่ได้เป็นแค่ตลาด 130 ล้านคน แต่ยังเป็น gateway สู่ตลาดสหรัฐฯ ขนาดกว่า 330 ล้านคนอีกด้วย กระแส nearshoring ทำให้เม็กซิโกกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับบริษัทที่ต้องการฐานการผลิตใกล้สหรัฐฯ บริษัทไทยที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ หรือสินค้าอุตสาหกรรมอาจมองเม็กซิโกในฐานะฐานการผลิตเพื่อส่งออกสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่ตลาดขายปลาย
3. โคลอมเบียและชิลี — ตลาดขนาดกลาง ทำธุรกิจง่าย
โคลอมเบีย (GDP ~3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, ประชากร 52 ล้านคน) และชิลี (GDP ~3.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, ประชากร 19 ล้านคน) มักถูกแนะนำในฐานะตลาด "entry point" ที่ดีกว่าสำหรับบริษัทที่เริ่มเข้าลาตินอเมริกาครั้งแรก เนื่องจากมีระบบกฎหมายที่โปร่งใสกว่า อัตราภาษีที่ต่ำกว่า และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะชิลีที่มักติดอันดับต้นๆ ในดัชนีความยากง่ายในการทำธุรกิจของ World Bank ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา
อุปสรรคที่ต้องเข้าใจก่อนก้าวเข้า
การมองเห็นโอกาสต้องมาพร้อมกับการเข้าใจอุปสรรคอย่างถ่องแท้ ลาตินอเมริกามีความท้าทายเฉพาะตัวหลายประการ:
- ระยะทางและโลจิสติกส์: ไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างไทยและเมืองใหญ่ในลาตินอเมริกา ระยะเวลาขนส่งทางเรือใช้เวลา 25–40 วัน ต้นทุนโลจิสติกส์จึงสูงกว่าตลาด ASEAN หลายเท่า
- ความผันผวนของค่าเงิน: เปโซอาร์เจนตินา, เรอัลบราซิล และเปโซโคลอมเบียมีความผันผวนสูง และบางประเทศมีประวัติการควบคุมเงินตราต่างประเทศ
- ภาษาและวัฒนธรรม: สเปนและโปรตุเกสเป็นภาษาหลัก นักธุรกิจที่พูดภาษาอังกฤษอาจไม่เพียงพอต่อการเจรจาเชิงลึก
- ความเสี่ยงทางการเมือง: หลายประเทศมีความไม่แน่นอนทางการเมือง การเปลี่ยนรัฐบาลอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนนโยบายการค้าการลงทุนอย่างรวดเร็ว
บทสรุปตอนที่ 1: พร้อมหรือยัง?
คำตอบคือ "ใช่ แต่ต้องเลือกเข้าให้ถูกจุด" ลาตินอเมริกาไม่ใช่ตลาดเดียว แต่คือ mosaic ของ 20+ ประเทศที่มีบริบทแตกต่างกันอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยที่สนใจควรเริ่มจากการเลือก 1–2 ประเทศที่ product/service ของตัวเองมีความได้เปรียบที่ชัดเจน ก่อนจะขยายไปยังตลาดอื่น
ในตอนที่ 2 เราจะเจาะลึกว่าอุตสาหกรรมใดของไทยมีโอกาสสูงสุดในลาตินอเมริกา และโมเดลธุรกิจแบบไหนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเวิร์กในภูมิภาคนี้
ข้อมูลอ้างอิง:
- International Monetary Fund. (2024). World economic outlook database: April 2024. https://www.imf.org
- Statista. (2024). Latin America & Caribbean: Total population from 2018 to 2028. https://www.statista.com
- World Bank. (2024). Foreign direct investment, net inflows (BoP, current US$) - Mexico. World Bank Open Data
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. (2567). ระบบสารสนเทศศูนย์ข้อมูลการค้าสถิติการส่งออก-นำเข้าของประเทศไทย. กระทรวงพาณิชย์
