
D7 Premium เปิดเกมกาแฟกระป๋องพรีเมียม ชูอาราบิก้า 100% และนวัตกรรมรสสัมผัสใกล้เคียงกาแฟสด เสริมทัพเปิดตัว “น้ำปิง นภัสกร” พรีเซนเตอร์คนแรก
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
ขยับสู่ตลาด Premiumization: D7 ยกระดับจากกาแฟแมสสู่กาแฟกระป๋องพรีเมียม เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาและสร้างคุณค่าใหม่ให้สินค้า
-
ชูนวัตกรรมรสสัมผัสกาแฟสด: เลือกใช้กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% พร้อมพัฒนานวัตกรรมเพื่อคงกลิ่นและรสสัมผัสให้ใกล้เคียงกาแฟชงสดมากที่สุด
-
2 รสชาติ ตอบโจทย์ต่างกลุ่ม: เปิดตัว Latte นุ่มกลมกล่อมใส่วิตามินบีรวม และ Americano สูตร 0% น้ำตาลและไขมัน ตอบโจทย์สายสุขภาพ ในราคา 35 บาท
-
สร้างภาพจำใหม่ด้วยพรีเซนเตอร์: ดึง “น้ำปิง นภัสกร” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก เพื่อสร้าง Brand Connection และขยายฐานผู้บริโภคยุคใหม่
-
ตอบรับเทรนด์ Health & Wellness: ผสานจุดเด่นด้านนวัตกรรม คุณภาพวัตถุดิบ และทางเลือกสุขภาพ มุ่งเปลี่ยนกระแสความสนใจให้เกิดการทดลองและซื้อซ้ำ
D7 Premium เปิดตัวผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “The taste of premium in the moment with Namping” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ยูเนียนมอลล์ กรุงเทพฯ โดยวางจุดยืนใหม่ด้วยการยกระดับประสบการณ์กาแฟกระป๋อง ผ่านการพัฒนาด้าน รสชาติและรสสัมผัสที่ใกล้เคียงกาแฟสด พร้อมเปิดตัว “น้ำปิง นภัสกร ปิงเมือง” นักแสดงที่มีฐานผู้ชมหลากหลายวัย เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของตลาดกาแฟพร้อมดื่มที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง ความสะดวกและราคา แต่ขยับไปสู่การแข่งขันด้าน คุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม มากขึ้น

2 รสชาติ วางตำแหน่งต่างกัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลาย
D7 Premium เปิดตัวด้วย 2 รสชาติ โดยใช้ กาแฟอาราบิก้าแท้ 100% เป็นวัตถุดิบหลัก แต่มี Positioning ที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่ชื่นชอบกาแฟรสนุ่มและกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับทางเลือกด้านสุขภาพ
-
D7 Premium Latte ผสมนมโคแท้ พร้อมเสริม วิตามินบี 3, บี 5 และบี 6 ให้รสชาตินุ่มและกลมกล่อม เหมาะกับผู้บริโภคที่ชื่นชอบกาแฟนม
-
D7 Premium Americano ชูจุดเด่น น้ำตาลและไขมัน 0% พร้อมได้รับ เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดื่มกาแฟดำและใส่ใจองค์ประกอบด้านโภชนาการ
ทั้ง 2 รสชาติจำหน่ายในราคา 35 บาท ผ่านช่องทางทั้งร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ได้แก่ Lawson, Foodland, Gourmet Market, CJ More, UFM Fuji และ Jiffy
การพัฒนาสินค้าพรีเมียมไม่ได้หมายถึงการเพิ่มราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “เหตุผลใหม่ในการซื้อ” ผ่านคุณภาพ รสชาติ ประสบการณ์ และคุณค่าที่ผู้บริโภครับรู้ได้
จากกาแฟกระป๋อง สู่ประสบการณ์ใกล้เคียงกาแฟชงสด
จุดขายสำคัญของ D7 Premium อยู่ที่การพัฒนารสชาติและรสสัมผัส โดยแบรนด์ระบุว่าใช้ กาแฟอาราบิก้า 100% และพัฒนานวัตกรรมเพื่อคง กลิ่น รสชาติ และรสสัมผัสของกาแฟ ในรูปแบบกาแฟกระป๋อง
แนวทางดังกล่าวตอบรับกับการแข่งขันของตลาด Ready-to-Drink Coffee ที่ผู้ผลิตต้องสร้างความแตกต่างมากกว่าเรื่องความสะดวกในการบริโภค เพราะผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นทั้งกาแฟกระป๋อง กาแฟขวด กาแฟจากร้านสะดวกซื้อ และกาแฟจากเครื่องชงอัตโนมัติ
การทำให้กาแฟพร้อมดื่มมีประสบการณ์ใกล้เคียงกับกาแฟชงสด จึงเป็นโจทย์ด้าน Product Innovation ที่สามารถช่วยยกระดับสินค้าออกจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือกสินค้าที่มี Positioning สูงขึ้น
D7 Premium จึงวางแนวทางให้ผู้บริโภคได้ทดลองสัมผัสความแตกต่างของกาแฟกระป๋องรูปแบบใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสื่อสารคุณค่าของนวัตกรรมผ่านประสบการณ์จริง

จากแบรนด์ที่อยู่ในตลาด 19 ปี สู่การขยับขึ้นสู่ Premium Segment
D7 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยแอทลาส โกลบอล ฟูด จำกัด เปิดตัวครั้งแรกในเดือน มกราคม 2550 และสร้างการจดจำผ่านภาพลักษณ์กาแฟรสเข้มและสโลแกน “หอม เข้ม สะกิดใจ”
การเปิดตัว D7 Premium จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ตโฟลิโอ แต่เป็นการต่อยอดจาก Brand Equity เดิม ไปสู่กลุ่มผู้บริโภคที่มองหาคุณภาพของวัตถุดิบ ประสบการณ์การดื่ม และตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพมากขึ้น
ในมุมธุรกิจ การขยับจากตลาด Mass ไปสู่ Premiumization ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างผ่านคุณค่าแทนการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ขณะที่การมีทั้ง Latte และ Americano ยังช่วยให้แบรนด์ทดลองจับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันภายใต้แบรนด์เดียวกัน
“พรีเซนเตอร์” กับการสร้างภาพจำใหม่ให้แบรนด์
อีกหนึ่งองค์ประกอบของการเปิดตัวคือการเลือก น้ำปิง นภัสกร ปิงเมือง เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของ D7 Premium ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของผลิตภัณฑ์
สำหรับสินค้า FMCG การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะที่ตัวสินค้า แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสร้าง Brand Connection กับกลุ่มเป้าหมาย การเลือกบุคคลที่มีฐานผู้ติดตามและภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์จึงสามารถช่วยทำให้ Product Positioning ใหม่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การทำให้ภาพลักษณ์ “Premium” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสื่อสาร แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึง คุณภาพสินค้า ประสบการณ์การดื่ม และการซื้อซ้ำ ได้จริง
สำหรับสินค้า FMCG การสร้าง Premium Brand ไม่ได้จบที่การเปิดตัว แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “คุณค่าที่แบรนด์สื่อสาร” สามารถเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภครับรู้และกลับมาซื้อซ้ำได้

Premiumization + Health & Wellness โจทย์ใหม่ของกาแฟพร้อมดื่ม
D7 Premium เลือกวางสินค้าไว้บน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ กาแฟอาราบิก้า 100%, นวัตกรรมด้านรสชาติและรสสัมผัส และ ทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ
ขณะที่ราคา 35 บาท ช่วยให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าสินค้ากาแฟพรีเมียมในบางช่องทาง ทำให้แบรนด์มีโอกาสทดสอบตลาดโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการสร้างภาพลักษณ์หรูหราเพียงอย่างเดียว
การแข่งขันของกาแฟพร้อมดื่มกำลังขยับจาก “ดื่มเพื่อความสะดวก” ไปสู่ “ดื่มเพื่อประสบการณ์” และแบรนด์ที่สร้างคุณค่าใหม่ให้สินค้าได้ชัดเจน ย่อมมีโอกาสสร้างพื้นที่ของตัวเองในตลาดได้มากขึ้น
สำหรับ D7 Premium ก้าวต่อไปจึงอยู่ที่การพิสูจน์ว่า นวัตกรรม รสชาติ และจุดขายด้านสุขภาพ จะสามารถเปลี่ยนจากความสนใจในช่วงเปิดตัวไปสู่ การทดลองซื้อ การซื้อซ้ำ และการขยายฐานลูกค้า ได้มากเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเดินเกม Premiumization ของแบรนด์กาแฟไทยในตลาดพร้อมดื่ม

