การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยและผลกระทบต่อ SME: ตัวเลขดีแต่รายได้ยังหด — รัฐพนันด้วย "Thai Street Gold Star"

การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยและผลกระทบต่อ SME: ตัวเลขดีแต่รายได้ยังหด — รัฐพนันด้วย "Thai Street Gold Star"

สรุปประเด็น

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 18 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 17.36 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 8.39 แสนล้านบาท ตัวเลขที่ดูสดใสนี้กลับซ่อนความน่ากังวลไว้ข้างใต้ — รายได้ยังลดลง 3.05% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าแม้ปริมาณนักท่องเที่ยวจะฟื้น แต่กำลังใช้จ่ายต่อหัวกำลังหดตัว ขณะที่ผู้ประกอบการ SME ในภาคค้าปลีกและโรงแรมยังไม่รู้สึกถึงการฟื้นตัวอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงเดินหน้าแก้จุดอ่อนนี้ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล "Thai Street Gold Star" ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569

 จำนวนนักท่องเที่ยวดี แต่รายได้ยังสะดุด

ตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 17.36 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 839,000 ล้านบาท โดยห้าตลาดนำโด่งยังคงเป็น จีน, มาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนการกระจุกตัวของแหล่งนักท่องเที่ยวในเอเชียและรัสเซียอย่างชัดเจน (ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรกฎาคม 2569)

ตัวเลขรายสัปดาห์ก็ส่งสัญญาณฟื้นตัว — ในสัปดาห์ก่อนวันที่ 20 กรกฎาคม นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4.04% เมื่อเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า แรงหนุนมาจากช่วงปิดภาคเรียน การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ และตลาดไต้หวันที่กลับมา อย่างไรก็ตาม การที่รายได้โดยรวมยังติดลบ 3.05% YoY บ่งชี้ว่า "จำนวน" กับ "มูลค่า" กำลังเดินคนละทิศ — ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่อาจแก้ได้เพียงการเพิ่มนักท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าในปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน สร้างรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2568 ซึ่งจะเท่ากับระดับก่อนโควิดปี 2562 (ที่มา: ททท., มกราคม 2569) ตัวเลขนี้ดูเป็นไปได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญ — รายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยวต้องดีขึ้น ซึ่งโยงตรงกับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ภาครัฐกำลังเร่งผลักดัน

กลไกฟื้นตัว: วีซ่าเสรีและการบินคือรากฐาน

นโยบาย ยกเว้นวีซ่า (Visa Easing) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงนักท่องเที่ยวกลับมา โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ตที่ได้รับผลดีชัดเจน กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ขยายตัวตามปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ช่วยเชื่อมตลาดใหม่ เช่น ไต้หวัน เข้ามาอีกครั้ง

ในแนวรุก ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ กำลังเดินหน้าแผนดึงนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพสูง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายขนาดใหญ่ในตลาดจีน — กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากกว่าการเน้นปริมาณ

ปัญหาที่ยังค้างคา: SME ยังไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควร

ภาพรวมการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นยังไม่กระจายไปถึง SME ในภาคค้าปลีกและโรงแรมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีช่องทางการตลาดดิจิทัล ซึ่งยังเข้าไม่ถึงกระแสนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอยู่ในขณะนี้

ตามข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) SME ไทยปัจจุบันมีมากกว่า 3.2 ล้านราย มีแรงงานอยู่ในระบบกว่า 10 ล้านคน และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวและธุรกิจรวมกว่า 3-4 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10% ของรายได้ประเทศ อย่างไรก็ตาม สัดส่วน GDP ของ SME มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จาก 35.2% ในปี 2566 เหลือ 35% ในปี 2567 (ที่มา: สสว., 2569) ทิศทางนี้สะท้อนว่าการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยวยังกระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่มากกว่าฐานราก

Thai Street Gold Star: แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อ SME สตรีทฟู้ด

ที่มาและเป้าหมาย

หนึ่งในมาตรการตอบโจทย์ปัญหานี้โดยตรง คือการเปิดตัว แอปพลิเคชัน "Thai Street Gold Star" อย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ในงาน Roadshow Thailand Food Therapy Festival & Thai Street Gold Star ที่ลานศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

โครงการนี้ดำเนินการโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ภายใต้ชื่อเต็ม "โครงการยกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่มาตรฐานสากล" วางเป้าหมายผลักดันอาหารริมทางไทยสู่การเป็น Gastronomy Wellness Destination ระดับโลก และรองรับเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SME ให้แตะ 40% ภายใน 5 ปี (ที่มา: สสว. / ไทยโพสต์, กรกฎาคม 2569)

ระบบรับรองมาตรฐาน 3S

ร้านค้าที่จะได้ปักหมุดในแอปต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Thai Street Gold Star ครบ 3 ด้าน ได้แก่:

  • Safety — ความปลอดภัยและสุขาภิบาลอาหาร
  • Signature — อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของเมนู
  • Service — คุณภาพการบริการ

กระบวนการคัดกรองเริ่มจากผู้ประกอบการประมาณ 1,500 ราย ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ก่อนจะเหลือราว 1,000 ร้าน ที่ผ่านเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการ โดยร้านที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ "Thai Street Gold Star" และเข้าร่วม Roadshow ทดสอบตลาดจริงใน 3 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 23 สิงหาคม 2569 (ที่มา: สสว. / Voice TV, กรกฎาคม 2569)

ฟังก์ชันของแอปพลิเคชัน

แอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ทำหน้าที่เป็น "ประตูดิจิทัล" ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ร้านอาหาร นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน โดยมีฟีเจอร์หลัก ได้แก่ การค้นหาร้านสตรีทฟู้ดที่ผ่านการรับรองพร้อมเมนูแนะนำ พิกัดร้าน และข้อมูลการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นช่องทางการตลาดที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มใหญ่ที่มีค่าคอมมิชชันสูง ทั้งนี้ โครงการยังพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการอบรมด้านการวางแผนธุรกิจ การตลาดดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ AI ควบคู่กันด้วย (ที่มา: ไทยโพสต์, กรกฎาคม 2569)

ติดตามรายละเอียดโครงการและกำหนดการกิจกรรมเพิ่มเติม: ทางเฟซบุ๊ก Thailand Food Therapy Festival และเว็บไซต์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: dusit.ac.th

สตรีทฟู้ดไทยมีมูลค่า 2.6 แสนล้าน

พื้นฐานตลาดที่แอปนี้กำลังจะ "ยกระดับ" มีขนาดไม่เล็ก — ธุรกิจสตรีทฟู้ดของไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 261,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Time Out ให้เป็นเมืองอาหารที่ดีที่สุด อันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568 ขยับจากอันดับ 6 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ย่านบรรทัดทองยังถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในถนนที่ดีที่สุดของโลก (ที่มา: Time Out, 2568 อ้างใน ไทยโพสต์, 2569)

ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าสตรีทฟู้ดไทยมีศักยภาพในฐานะ Soft Power ที่แข็งแกร่ง คำถามคือแพลตฟอร์มดิจิทัลจะแปลงความนิยมระดับโลกให้เป็นรายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้จริงแค่ไหน

โอกาสและความท้าทายของ Thai Street Gold Star

โครงการนี้มีจุดแข็งที่ชัดเจน — การใช้ระบบรับรองมาตรฐานสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะที่แอปลดต้นทุนการตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตาม:

ความท้าทายด้านการขยายผล — การเริ่มนำร่องเพียง 3 จังหวัดด้วยร้านค้า 1,000 รายถือเป็นจุดเริ่มต้น แต่สตรีทฟู้ดไทยมีผู้ประกอบการมากกว่านี้หลายเท่า การขยายไปทั่วประเทศต้องการทรัพยากรและระบบการรับรองที่แข็งแกร่งกว่าปัจจุบัน

ความท้าทายด้านการใช้งานจริง — ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่มักไม่ถนัดด้านดิจิทัล การฝึกอบรมควบคู่ไปกับการเปิดแอปจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน

ความยั่งยืนของงบประมาณ — โครงการได้รับการสนับสนุนจากกองทุน สสว. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าโมเดลธุรกิจระยะยาวของแอปจะเป็นอย่างไร เพื่อให้ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐตลอดไป

การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

ทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยในระยะต่อไป เน้นไปที่การส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเซี่ยงไฮ้ กำลังเร่งผลักดันมาตรการและกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งนับเป็นแนวทางเชิงรุกที่จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว แทนที่จะพึ่งพิงเพียงแค่ปริมาณนักท่องเที่ยว

แม้ภาพรวมของภาคการท่องเที่ยวจะแสดงสัญญาณบวก แต่การฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในภาคการค้าและโรงแรม ที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายอยู่ รัฐบาลจึงได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนโดยตรงผ่านโครงการต่างๆ เช่น การเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Thai Street Gold Star” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมร้านสตรีทฟู้ดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME กลุ่มนี้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนทางการตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

มองไปข้างหน้า

การท่องเที่ยวไทยปี 2569 อยู่ในช่วง "ฟื้นตัวแต่ยังไม่สมบูรณ์" — ตัวเลขนักท่องเที่ยวดีขึ้น แต่รายได้ต่อหัวยังอยู่ในโหมดกดดัน กลยุทธ์คู่ขนานของรัฐบาลคือการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (ผ่านวีซ่าเสรีและแคมเปญตลาดจีน) พร้อมกับยกระดับ SME ที่เป็นฐานของเศรษฐกิจท่องเที่ยว (ผ่าน Thai Street Gold Star)

สิ่งที่ต้องจับตาในไตรมาสที่เหลือของปี 2569 ได้แก่ (1) ผลการ Roadshow ใน 3 จังหวัดว่าผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (2) แผนการขยายแอปไปยังภูมิภาคอื่น และ (3) แนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน (ตุลาคม–ธันวาคม) ซึ่งจะชี้ชัดว่าไทยจะบรรลุเป้า 36.7 ล้านคนของ ททท. ได้หรือไม่

ข้อมูลอ้างอิง:

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2569, กรกฎาคม 20). สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2569. อ้างใน ฐานเศรษฐกิจ. https://www.thansettakij.com/business/tourism/664475
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.). (2569, มกราคม). คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวปี 2569. อ้างใน ฐานเศรษฐกิจ. https://www.thansettakij.com/business/tourism/648282
  • สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2569, กรกฎาคม 24). สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดกิจกรรม Thai Street Gold Star Roadshow 3 จังหวัดต้นแบบ พร้อมเปิดตัวแอป Thai Street Gold Star ครั้งแรกของไทย. อ้างใน The Happening Around. https://www.thehappeningaround.com/post/thai-street-gold-star-roadshow-3
  • Bangkok Variety. (2569, กรกฎาคม 26). เปิดตัว Thai Street Gold Star แอปฯ ยกระดับสตรีทฟู้ดไทย สู่ Gastronomy Wellness Destination ระดับโลก. https://www.bkkvariety.com/62842
  • มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2569, กรกฎาคม 25). มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จับมือ สสว. จัดงาน "Therapy Festival & Thai Street Gold Star Project". https://www.dusit.ac.th/home/2026/2096239.html
  • InfoQuest. (2569). ต่างชาติเที่ยวไทย แตะ 16.77 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8 แสนลบ. https://www.infoquest.co.th/2026/615837

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐอัดฉีด 6.6 หมื่นล้าน! "คนละครึ่งพลัส-เมืองรอง" ดันเศรษฐกิจ Q4/68 สู่เป้า GDP 1%

รัฐอัดฉีด 6.6 หมื่นล้าน! "คนละครึ่งพลัส-เมืองรอง" ดันเศรษฐกิจ Q4/68 สู่เป้า GDP 1%

รัฐบาลเร่งมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” และเที่ยวเมืองรองกระตุ้นเศรษฐกิจ Q4/68 คาดช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ฟื้นฟูภาคธุรกิจ-ท่องเที่ยว และดัน GDP โต 1%

6 นาที
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งนำผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดจีนเพื่อพยุงการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งนำผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดจีนเพื่อพยุงการท่องเที่ยว

ททท. เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายขนาดใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้ มุ่งดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับสู่ไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางอ้อมให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ

4 นาที
Tomorrowland Thailand ครม. อนุมัติจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกต่อเนื่อง 5 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

Tomorrowland Thailand ครม. อนุมัติจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกต่อเนื่อง 5 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทยได้อนุมัติให้มีการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2573 โดยมีงบประมาณรวม 8,800 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเป็นผู้บริหารจัดการและประสานงานโครงการนี้

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง