
ภาษีทรัมป์กลับมาบังคับใช้หลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน
ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ พักคำสั่งยกเลิกภาษีทรัมป์ชั่วคราว หลังศาลชั้นต้นตัดสินเกินอำนาจ นักลงทุนจับตาศึกกฎหมายส่งผลต่อนโยบายการค้าโลก
ศาลอุทธรณ์สหรัฐอเมริกาสั่งพักคำตัดสินยกเลิกภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วันพฤหัสบดี ให้นโยบายภาษีตอบโต้กลับมามีผลบังคับใช้ชั่วคราว ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการดำเนินคดีที่อาจใช้เวลานาน
ตลาดทุนผันผวนตามดราม่าภาษี
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แสดงปฏิกิริยาผสมผสานต่อความไม่แน่นอนทางกฎหมาย โดยนักลงทุนติดตามการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ผันผวนตามข่าวการเจรจาการค้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวยังคงอยู่ในระดับสูงสะท้อนความกังวลเรื่องการคลัง นักวิเคราะห์บอกว่านักลงทุนเริ่มชินกับรูปแบบของทรัมป์ที่ประกาศภาษีสูงแล้วถอยหลัง จนได้ฉายา "TACO" (Trump Always Chickens Out) จากสำนักข่าว Financial Times ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ประสบกับความผันผวนรุนแรงตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีตั้งแต่การประกาศ "วันปลดปล่อย" เมื่อ 2 เมษายน โดยดัชนี S&P 500 เคยดิ่งลงเกือบ 15% ก่อนฟื้นตัวบางส่วนหลังมีการพักการเก็บภาษี
ศาลชั้นต้นตัดสินเกินอำนาจ
ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันพุธว่า ทรัมป์เกินอำนาจเมื่อใช้พระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ในการเก็บภาษี โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญให้อำนาจกำหนดภาษีแก่รัฐสภา ไม่ใช่ประธานาธิบดี แต่ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ได้สั่งพักคำตัดสินดังกล่าวชั่วคราว เพื่อพิจารณาการอุทธรณ์ของรัฐบาล กำหนดให้โจทก์ยื่นคำให้การภายใน 5 มิถุนายน และฝ่ายบริหารตอบโต้ภายใน 9 มิถุนายน
บริษัทเดือดร้อน เศรษฐกิจสั่นคลอน
การวิเคราะห์ของรอยเตอร์ชี้ว่า สงครามการค้าของทรัมป์สร้างความเสียหายให้บริษัทต่างๆ มากกว่า 34 พันล้านดอลลาร์ จากยอดขายที่หายไปและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น Diageo, General Motors และ Ford ยกเลิกการคาดการณ์ผลประกอบการประจำปี ขณะที่ Honda, Campari, Roche และ Novartis พิจารณาย้ายฐานการผลิตมาสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงหลังศาลอุทธรณ์พักคำตัดสิน เทียบกับระดับที่จะลดลงอย่างมากหากคำตัดสินศาลชั้นต้นมีผลบังคับใช้ ตามการประเมินของนักวิเคราะห์
คู่ค้าตอบรับระมัดระวัง
รัฐมนตรีการคลังสกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวในรายการฟ็อกซ์นิวส์ว่า คู่ค้า "มาเจรจาด้วยเจตนาดีและพยายามทำข้อตกลงให้เสร็จก่อนการพักภาษี 90 วันจะสิ้นสุด" นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ยินดีกับคำตัดสินศาลการค้า โดยกล่าวว่าสอดคล้องกับจุดยืนที่ว่าภาษีของทรัมป์ผิดกฎหมาย รัฐบาลอังกฤษและสหภาพยุโรปให้คำตอบอย่างระมัดระวัง โดยถือว่าเป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนยังคงอยู่
แม้มีการตัดสินของศาล นักวิเคราะห์ชี้ว่าทรัมป์ยังมีทางเลือกอื่นในการเก็บภาษี รวมถึงการใช้เหตุผลความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินครั้งนี้ ภาษีเฉพาะสินค้าอย่างเหล็ก อลูมิเนียม และรถยนต์ ยังคงมีผลบังคับใช้ เนื่องจากถูกกำหนดภายใต้อำนาจด้านความมั่นคงแห่งชาติ Adam Sarhan จาก 50 Park Investments กล่าวว่า "ทรัมป์ถอยหลังในเรื่องภาษีส่วนใหญ่แล้ว การตัดสินของศาลจึงเป็นแค่พาดหัวข่าว ตราบใดที่ตลาดไม่ดิ่ง มันก็เป็นแค่ผลข้างเคียง"
การคาดการณ์ยังคงยากลำบาก ขณะที่กระบวนการอุทธรณ์อาจใช้เวลานาน และนักลงทุนต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากรอยเตอร์, บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นเอ็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดรายงานกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จัดหนักไทยกีดกันการค้า-การลงทุน
เปิดรายงานกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ บีบหนักไทยด้านอุปสรรคการค้า มาตรฐานสุขอนามัย ทรัพย์สินทางปัญญา และปัญหาแรงงาน ท่ามกลางการเตรียมประกาศมาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อาจกระทบการส่งออกไทย

งบประมาณปี 2569: อนาคตไทยบนเส้นด้ายแห่งวินัยการคลังไทย
บทวิเคราะห์งบประมาณปี 2569 ของไทยที่ลดงบลงทุนแลกกับการใช้หนี้ การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ถือเป็นทางสองแพร่งสำคัญทางการคลัง ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายระยะยาวของประเทศ

'ทรัมป์'ส่งหนังสือเก็บภาษีนำเข้าไทยไทย 36% มีผล 1 ส.ค. - เปิดโอกาสการเจรจาเพิ่มเติม
ประเทศไทยติดรายชื่อโดนภาษีสูง 36% เท่ากับกัมพูชา ในสงครามการค้ารอบใหม่ ขณะที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้โดนภาษี 25% ยังมีโอกาสเจรจาต่อ

DITP เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา ผู้ส่งออกรับมือภาษีสหรัฐฯ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดศูนย์ One Stop Service วันที่ 7 ส.ค. 2568 เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% พร้อมปรับแผนสนับสนุน SMEs และเร่งมาตรการส่งออกใหม่ทั่วโลก

ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีตอบโต้ 90 วัน แต่เพิ่มเก็บจีนเป็น 125%
ทรัมป์ปรับนโยบายภาษีตอบโต้เหลือ 10% สำหรับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เป็นเวลา 90 วันเพื่อเปิดเจรจาการค้า ขณะเพิ่มภาษีจีนเป็น 125% ทันที

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โอกาสใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ
ประเทศไทยพยายามหาโมเดลใหม่ เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดความหลากหลาย บาลานซ์ และรองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ควบคุมได้ยาก และหาทางแก้ไม่ง่าย ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดการพัฒนา “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ” (Thailand’s Economic Corridors) พื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการค้า การลงทุน และการจ้างงานในพื้นที่ ตลอดจนกระจายความเจริญไปยังเมืองต่าง ๆ
